หมวดประวัติปรัชญา

เรื่อง : ประวัติศาสตร์หลังนวยุค

Topic: postmodern history
ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง

Friedrich Nietzsche (1844-1900) เปิดเผยมุมมองอีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจของ ประวัติศาสตร์ว่า “ความเป็นจริงเบื้องหลังประวัติศาสตร์คือเจตจำนงที่จะมีอำนาจ”

ประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนขึ้นล้วนเป็นการบิดเบือนความเป็นจริงของสังคมและการเมือง เพราะขึ้นกับว่าใครเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์นั้น ๆ และเลือกที่จะนำเสนอซีกส่วนใดของข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ต่อสังคม ผู้มีอำนาจย่อมมีสิทธิ์ที่จะนำเสนอประวัติศาสตร์เท่าที่จะเป็นประโยชน์ในการเสริม เพิ่มพลังอำนาจของตนในการครอบงำผู้อยู่ใต้อำนาจไว้ให้ยอมรับอำนาจของตน ว่าเป็นสิ่งที่ชอบธรรมแล้ว ประวัติศาสตร์ที่เป็นปฏิปักษ์ต่ออำนาจกระแสหลัก ประวัติศาสตร์ของชนกลุ่มน้อย ผู้ด้อยโอกาส คนชายขอบ ย่อมไม่มีโอกาสได้ถูกบันทึกหรือนำเสนอไว้ เพราะไม่มีโอกาสใด ๆจะนำเสนอได้ เนื่องจากถูกเก็บกดปิดกั้นไว้จากผู้มีอำนาจ

มิเชล ฟูโกต์ (Michel Foucault 1926-1984) จึงเขียนอดีตของมนุษย์ขึ้นใหม่เป็นตัวอย่างประวัติศาสตร์แนวใหม่โดยไม่ยอมเรียกผลงานของตนว่า ประวัติศาสตร์ (history) แต่เรียกว่า โบราณคดีวิทยา (archaeology) ที่ ฟูโกต์เลือกใช้คำโบราณคดี แทนประวัติศาสตร์ก็เพราะคิดว่า เรื่องอดีต ควรเสนอให้ผู้อ่านได้เห็นภาพของอดีตจริง ๆ เหมือนไปชมโบราณสถานในแหล่งที่เกิดเหตุการณ์จริง ๆ ผู้อธิบายก็ควรอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ตรงนั้นตามที่สามารถจะเล่าได้ ไม่ควรตีความเล่าเป็นประวัติศาสตร์ ควรปล่อยให้ผู้ชมสร้างเรื่องเล่าของตนเอง จากการได้รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

คุณค่าของการรู้เท่าทันประวัติศาสตร์ว่ามิใช่ความจริง เป็นแต่เพียงเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งของผู้มีอำนาจ ที่ใช้ในการสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนเองให้สามารถอยู่ในอำนาจต่อไป ทำให้มีปัญญารู้เท่าทัน และสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ฉบับต่าง ๆ ได้ด้วยความเข้าใจมากขึ้นโดยไม่ยึดติดถือมั่นในประวัติศาสตร์ฉบับใดฉบับหนึ่งอย่างมืดบอด แต่หันมาศึกษาประวัติศาสตร์ทุกฉบับด้วยจิตใจที่เปิดกว้าง ยอมรับในทุกข้อมูลด้วยใจเป็นกลาง พบส่วนดีที่มีประโยชน์ก็นำมาใช้ ส่วนที่ให้โทษชัดเจน ก็เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ เพื่อใช้เป็นบทเรียนสำหรับเรียนรู้ ที่จะป้องกันความผิดพลาดบกพร่องที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำรอยต่อไปในอนาคต

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018