paolo01

ซอกแซกหามาเล่า (214)
เปาโลหลบซ่อนในตุรกี

ค.ศ.48 เปาโลอายุ38ปี
ดินแดน(territory)ที่เปาโลใช้เป็นเวทีเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกับบรรดาคัมภีราจารย์ยิวนั้นคือประเทศตุรกีปัจจุบัน แต่สมัยนั้นเป็นแคว้นของมหาอาณาจักรโรมันมีชื่อว่าเอเชียไมเนอร์(Asia Minor) ซึ่งแบ่งการปกครองออกเป็นมณฑล(province) เช่น Pamphilia, Mysia, Bithynia, Galatia, Phrygia, Pisidia, Lycaonia, Cilicia, Lycia ซึ่งต่างก็แบ่งย่อยออกเป็นเมืองหรือนคร
เมื่อเปาโลและบารนาบัสหลบลี้หนีตายจากนครอันทิโอกแห่งแคว้นปิสีเดีย ก็เดินทางไปทางตะวันออกประมาณ100 กม.ข้ามจากแคว้นปิสีเดียไปสู่แคว้นลิคาโอเนีย ได้รับเชิญให้พักอยู่ในบ้านของคนรู้จักในเมืองอิโคนียุม(Iconium)ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นลิคาโอเนียนั่นเอง เจ้าของบ้านได้มีโอกาสไปทำธุระที่เมืองอันทิโอก2 และได้เคยฟังเปาโลชี้แจงเรื่องพระเมสสิยาห์และเชื่อตาม กลับมาถึงบ้านแล้วก็เปิดบ้านเป็นที่อบรมความรู้เรื่องพระเมสสิยาห์ตามที่ได้ฟังมา ครั้นรู้ว่าเปาโลมีปัญหาที่อันทิโอกก็ส่งลูกน้องไปสืบหาตัวเพื่อเชิญมาอยู่กับตนเพื่อสอนเรื่องพระเมสสิยาห์ต่อไปได้ ซึ่งเปาโลและบารนาบัสเห็นชอบ จึงได้เดินทางมาอยู่ด้วยและทำตามที่เสนอ

อิโคนียุมปัจจุบันคือเมืองศูนย์กลางของจังหวัดคอนยา(Konya)ประเทศตุรกี มีประชากรประมาณ 1ล้านคน เป็นที่ตั้งของมัสยิดอบรมฝึกการเข้าถึงพระเจ้าด้วยวิธีฟ้อนเป็นวงกลม(whirling dervishes) เป็นศูนย์อบรมครูแห่งชาติ มีพิพิธภัณฑ์หลายแห่งแสดงว่ามีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก ในสมัยของเปาโลเป็นเมืองของจังหวัดลิคาโอเนียในมหาอาณาจักรโรมัน

นักประวัติศาสตร์ยืนยันว่ามีมนุษย์หินใหม่อาศัยอยู่ตั้งแต่ก่อน ก.ค.ศ.2000 ต่อมาตกอยู่ใต้การปกครองของชาว Hittite, Phrygian, Lydian, Persian, กรีกภายใต้แอลเลิกแซนเดอร์, ซีเรียนภายใต้ราชวงศ์Seleucids, Pergamum ภายใต้ราชวงค์Attalidsซึ่งAttalus III ทำพินัยกรรมยกราชสมบัติทั้งหมดให้มหาอาณาจักรโรมันเมื่อสิ้นพระชนม์ในปี ก.ค.ศ.133 รัฐบาลโรมันจัดการบริหารให้เป็นเมืองหลวงของแคว้นลิคาโอเนียจีงมีความสำคัญเสมอกับอันทิโอก2 ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นปิสิเดีย รองจากอันทิโอก1ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นซีเรีย กองทัพโรมันสร้างถนนยุทธศาสตร์จากเอเฟซัสไปอันทิโอก1 โดยผ่านอิโคนียุม ทำให้อิโคนียุมกลายเป็นศูนย์กลางการค้าขาย มีความสำคัญกว่าอันทิโอก2ขึ้นระดับต้นๆทันที และค่อยๆมีความร่ำรวยจนเป็นรองแค่โรม แอลเลิกซนเดรียและอันทิโอก1เท่านั้น ดังนั้นเมื่อเปาโลได้มาเห็นของจริงเข้าก็รู้สึกดีใจที่ถูกขับไล่ออกจากอันทิโอก2 ที่ตนคิดว่าสำคัญที่สุดแล้ว เมื่อมามีโอกาสประกาศข่าวดีในแหล่งที่สำคัญกว่าเดิมเช่นนี้ จึงตั้งใจก่อตั้งคริสตจักรณที่ใหม่นี้ให้จงได้

เจ้าของบ้านพักพาไปแนะนำให้รู้จักเจ้าของธรรมสถานประจำเมืองและเล่าให้ฟังด้วยว่าตนประทับใจในคำชี้แจงเรื่องพระเมสสิยาห์ซึ่งสร้างความสนใจให้เจ้าของธรรมสถานทันที รีบเชิญนัดหมายให้มาแถลงในที่ชุมนุมสมาชิกณวันเสาร์ต่อไปทันที เปาโลรีบรับเชิญโดยไม่ขอเวลาตัดสินใจ ข่าวสะพัดออกไปอย่างรวดเร็วว่าอาคันตุกะจะมาเฉลยปริศนาที่ทุกคนอยากรู้ วันเสาร์ถัดมาจึงเป็นการชุมนุมครั้งประวัติศาสตร์ของธรรมสถานแห่งเมืองอิโคนียา ทั้งชาวยิวและไม่ใช่ยิวทั้งคนนับถือพระยาห์เวห์และนับถือพระอะไรก็ตาม อยากรู้ตรงกันว่าพระเมสสิยาห์จะมาทำอะไร และตนควรเตรียมตัวอย่างไร ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความรู้สึกต้องการอะไรใหม่กว่าการปกครองแบบโรมัน มีอยู่ในจิตใต้สำนึกของคนทั่วไปที่ไม่ใช่พลเมืองโรมันเต็มขั้น เพียงแต่ส่วนมากตีความไม่แตกว่าจริงๆนั้นตนต้องการอะไรกันแน่เท่านั้น

ครั้งนี้บารนาบัสขอสละสิทธิ์ให้เปาโลพูดคนเดียว ตนเองจะทำหน้าที่ประเมินสถานการณ์ หากเหตุการณ์พลิกผันในทางเลวร้ายจะได้ดูทางหนีทีไล่ไว้บ้าง เปาโลตกลงเห็นชอบ

ครั้นได้เวลานัดหมายเปาโลก็ชี้แจงให้ที่ประชุมฟังว่าบทบาทของพระเยซูเมสสิยาห์มิใช่มาล้มอำนาจโรมันเพื่อสร้างอำนาจใหม่เข้ามาแทน เพราะอำนาจการเมืองทุกอำนาจมีบทบาทเป็นเวทีให้คนทำดีต่อกันได้ในสังคม อาณาจักรของพระเมสสิยาห์คืออาณาจักรแห่งการทำดีอย่างมีความสุข เพื่อรอรับความสุขแท้นิรันดรที่ไม่มีวันจบสิ้น ใครมีบทบาทอะไรในสังคมที่เป็นอยู่จริงในขณะปัจจุบันก็จงทำอย่างดีมีความสุขตามสภาพที่เป็นจริงเถิด ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใดก็ตามในชีวิตปัจจุบัน ทุกคนมีสิทธิ์เสมอหน้ากันในโลกหน้า เพราะพระบิดาทรงเป็นพระเจ้าแห่งความดี และพระเยซูทรงเป็นพระบุตรที่ได้รับมอบหมายให้สรรหาคนมีน้ำใจดีเข้าสวรรค์ของพระองค์ ขอให้มีน้ำใจดีเท่านั้น พระองค์ก็จะหาโอกาสทำดีให้ นี่คือบทบาทแท้จริงของพระเมสสิยาห์ที่มีนามว่าเยซูที่พระยาห์เวห์ได้ส่งมาแล้ว และได้วางรากฐานตัวอย่างไว้ให้สำเร็จบริบูรณ์แล้วทุกประการ
พวกเขาพากันถามว่ามันง่ายเช่นนี้หรือ และจะแน่ใจอย่างไรว่าไม่เป็นเพียงอุบายลมๆแล้งๆของคนฉลาดที่หลอกคนโง่ให้ทำดี แล้วก็ไปแอบหัวเราะชอบใจอยู่คนเดียวที่หลอกได้สำเร็จ เปาโลก็ต้องคอยตอบคำถามประเภทอย่างนี้อยู่ไม่หยุดหย่อน ไม่มีเวลาตอบคำถามสุดท้ายที่ว่า “แล้วพวกเราจะต้องทำอะไร” ซึ่งเปาโลไล่ให้ไปหาบารนาบัส

ส่วนตัวเองรับหน้าตอบปัญหาจุ๊กจิ๊กว่าทำไมถึงง่ายอย่างนี้ ก็ต้องชี้แจงเป็นรายตัวว่า ทำดีนั้นไม่ยากหากอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นดินดีพร้อมให้เมล็ดงอกงาม ดินดีหรือไม่ดีคือตัวเราเองที่รับเมล็ดพันธุ์ว่ามีความพร้อมที่จะให้เมล็ดพันธุ์คือข่าวดีเรื่องพระเมสสิยาห์งอกและเติบโตมากน้อยแค่ไหน สิ่งแวดล้อมรอบๆตัวเราเปรียบได้กับลมฟ้าอากาศหรือบรรยากาศที่เราต้องพยายามรู้เพื่อดูว่าควรรับสภาพหรือต้องย้ายที่เพื่อได้บรรยากาศที่ดีกว่าจนถึงดีที่สุด ส่วนนี้ยากตรงที่ว่าคนเราแต่ละคนได้รับเวลามารับผิดชอบไม่เท่ากันโดยไม่มีใครรู้ว่าตนต้องรับผิดชอบอยู่นานเท่าใด เราจึงต้องจับกลุ่มกันเป็นคริสตจักรเพื่อช่วยกัน ผู้รับตำแหน่งในโครงการของพระเมสสิยาห์คือผู้เสียสละเพราะต้องรับผิดชอบตัวเองและผู้อื่นในความรับผิดชอบ คนไม่มีตำแหน่งก็ต้องช่วยด้วยจิตอาสา คือไม่เป็นทางการ ผู้เป็นศิษย์พระเมสสิยาห์จึงไม่ใช่ผู้โชคดีมีตำแหน่งไว้โอ้อวดและเบ่งทับกัน แต่เพื่อรับผิดชอบตามตำแหน่งและหน้าที่ หากทำได้ก็มีความสุข หากทำไม่ได้ให้ลาออกเพื่อทำอย่างอื่นที่ทำได้ การเป็นศิษย์ของพระเมสสิยาห์จึงเท่ากับรับคำว่าจะรับผิดชอบให้ความสุขแก่ผู้อื่นและตนเองมีความภูมิใจที่ได้ชื่อว่าทำดีตามโครงการของพระเมสสิยาห์

ส่วนประเด็นที่ว่าจะแน่ใจอย่างไรว่าจะไม่ถูกหลอกในฐานะอุบายให้ทำดี จริงๆแล้วไม่มีอะไร ตายไปเมื่อใดก็ตัวใครตัวมัน ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไรอยู่นั่นเอง ได้แต่หวังลมๆแล้งๆ ได้แต่เดากันส่งๆเดชๆ ว่างั้นเถอะ ซึ่งเปาโลก็ต้องรับฟังและรับตอบอย่างเต็มอกเต็มใจจนเป็นที่ประทับใจ คำตอบของเปาโลอยู่ในทำนองที่เอาตัวเองเป็นประกันรวมถึงผู้ร่วมทีมทุกคนด้วย เหตุผลแรกก็คือว่า ถ้าเป็นเพียงเรื่องหลอกเด็กประเภทตุ๊กแกกินตับ เรื่องอะไรจะต้องทิ้งบ้านทิ้งเรือนทิ้งพ่อแม่และอาชีพเอาชีวิตมาเสี่ยงอยู่อย่างนี้ ในเมื่อพระเจ้าได้ทรงเลือกเราให้ได้ล่วงรู้ความจริงของพระองค์อย่างแจ่มแจ้งแล้ว ข้าพเจ้ามิอาจจะปิดปากเก็บเงียบไว้ส่วนตัวได้(Tacere non possum) ข้าพเจ้ารู้สึกมีพันธะที่จะต้องประกาศให้ชาวโลกรู้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าพเจ้ายินดีรับทั้งหมด พวกท่านทั้งหลายขณะนี้ก็กำลังได้รับการเชิญและท้าทายเช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าได้รับมา เวลาขึ้นกับตัวท่านว่าจะรับเงื่อนไขท้าทายหรือไม่เพียงใด

ใครที่หมดข้อข้องใจแล้วก็พากันไปหาบารนาบัสซึ่งจัดการมอบพิธีบัปติสมาล้างบาปให้ มีความรู้สึกตื่นเต้นกับชีวิตใหม่กันอย่างออกหน้าออกตา ซึ่งเปาโลไม่รอช้า เพราะประสบการณ์ที่แล้วมาที่อันทิโอก2เป็นอุทาหรณ์สอนประสบการณ์อย่างดีว่า น้ำขึ้นให้รับตัก เหล็กร้อนให้รีบตี เปาโลรีบจัดการนัดหมายให้ไปพบกันที่บ้านพักที่ศิษย์จัดรับรอง รีบอบรมเพิ่มเติม จัดการให้ฝึกงาน มีผู้สนใจมาหาเพื่อรับรู้เรื่องพระเมสสิยาห์ไม่ขาดสาย เปาโลกับบารนาบัสปรึกษากันแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆให้ครบเป็นคริสตจักรที่จะอยู่ได้ด้วยตนเองและตั้งคริสตจักรใหม่ได้ด้วย เพื่อให้ตนเองและบารนาบัสสามารถจากไปได้อย่างไม่มีปัญหา
คริสตจักรอิโคนียุมมีความกระตือรือร้นในชีวิตใหม่ของตนยิ่งกว่าที่อันทิโอก2เสียอีก เมื่อมาพบกันก็เล่าประสบการณ์ที่เป็นพระพรใหม่ๆ บางคนเชื่อว่าตนได้รับพระพรพิเศษขั้นปาฏิหาริย์ สร้างสีสันให้แก่วงการอย่างดียิ่ง เปาโลสบายใจคิดว่าคงไม่มีเหตุร้ายอย่างที่ผ่านมาในอันทิโอก แต่แล้วมารก็ควานหาจนพบ
ความกระตือรือร้นของชาวอิโคนียุมดังระบือไปทั่วทิศ เข้าหูคัมภีราจารย์ที่มาตรวจการจากเยรูซาเลม พอรู้เรื่องเข้าก็นั่งไม่ติดที่อีกต่อไป ทั้งคณะรีบเดินทางไปเมืองอิโคนียุมทันที ถือโอกาสวันเสาร์ต่อไปประกาศในที่ประชุมว่าเปาโลเป็นอันตรายต่อความอยู่รอดของศาสนายูดาห์อย่างไรบ้าง จึงขอตัดสินประหารชีวิตกันด้วยศาลเตี้ยทางศาสนาที่กฎหมายโรมันเปิดทางให้ ขอให้เริ่มมีผลตั้งแต่บัดนี้ และอีกครั้งหนึ่งที่บรรดาศิษย์ที่รักและหวังดีต้องช่วยกันออกความเห็นเป็นเอกฉันท์ ขอร้องแกมบังคับให้รีบหลบหนีออกจากเมืองอิโคนียุมแต่ยามดึกคืนนั้นเลย เปาโลสมัครใจไปหาศิษย์คนหนึ่งที่เพิ่งรู้จักกันที่เมืองอิโคนียุมแต่มีบ้านอยูที่ลิสตรา(Lystra) อยู่ทางทิศใต้ของเมืองอิโคนียุมประมาณ 40 กม.เท่านั้น

ลูกศิษย์ที่ลิสตราต้อนรับเปาโลและบารนาบัสด้วยความยินดียิ่ง รับรองว่าที่นี่ปลอดภัย เพราะลิสตราเป็นเมืองเล็ก พลเมืองของจังหวัดนี้เป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิมที่พัฒนาจากมนุษย์ยุคหิน ความเจริญมาถึงน้อย โดยมากยังพูดภาษาพื้นเมืองดั้งเดิม ผู้มีการศึกษาดีเท่านั้นจึงพูดภาษากรีกได้ เปาโลจึงต้องใช้ล่ามเพื่อจะติดต่อกับชาวบ้านได้ พลเมืองส่วนใหญ่ทำการเกษตรแบบดั้งเดิม นับถือศาสนาแบบดั้งเดิม แม้จะนับถือเทพเจ้ากรีกโรมัน ก็นับถือตามแบบเฉพาะของตนเอง มีการค้าขายน้อยจึงมีชาวยิวอยู่น้อยแต่ร่ำรวย มีธรรมสถานอยู่แห่งเดียวเท่านั้น เปาโลฟังแล้วรู้สึกสบายใจ อาณาจักรของพระเจ้ายินดีต้อนรับพวกเขา หากไม่มีปัญหาอะไรก็จะตั้งและดูแลคริสตจักรแห่งนี้เป็นแบบอย่างไปเสียเลย จะเป็นไรไป ที่นี่เปาโลจึงไม่คิดจะอาศัยธรรมสถานของชาวยิว แต่ใช้สนามหลวงเป็นที่พบปะประชาชนและเสนอข่าวดี ทุกเย็นลูกศิษย์จะพาไปยังสนามหลวง โดยตนเองและบริวารไปช่วยเป็นล่าม ให้ความสะดวกและอำนวยความปลอดภัยตามความจำเป็น มีผู้มาร่วมฟังเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ประชาชนได้แต่ฟังและยกมือท่วมหัวสาธุ แล้วก็ฟังต่อไปเรื่อยๆ

เปาโลพูดและมีคนแปลประโยคต่อประโยค ซึ่งเปาโลก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้แปลแปลว่าอย่างไรบ้าง เพียงแต่รู้ว่าหลายคำใช้วิธีทับศัพท์ เช่น ข่าวดี พระเมสสิยาห์ นิรันดร บัปติสมา พระจิตวิญญาณบริสุทธิ์ บอกให้ถามปัญหาได้ก็ไม่มีใครถามอะไร แต่ก็ยินดีฟังไปเรื่อยๆ ทุกเย็นผู้เคยฟังแล้วก็มาฟังอีก ทั้งยังชวนพรรคพวกให้มาฟังด้วย ทำให้จำนวนผู้ฟังมีมากขึ้นทุกวัน วันหนึ่งเปาโลสังเกตเห็นว่ามีคนง่อยอยู่คนหนึ่งมานั่งฟังอยู่ทุกวันอย่างตั้งใจ เกิดความรู้สึกสมเพช จึงเดินเข้าไปหาแล้วถามว่าเดินไม่ได้รึ เขาคิดว่าขับไล่เขา จึงตาลีตาลานลุกขึ้นเดินหนี เปาโลยึดแขนเขาไว้แล้วพามากลางวง คนง่อยร้องออกมาด้วยความปิติเหลือล้นที่เดินได้เป็นปรกติ ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์รู้ว่าปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแล้วจริงๆ จึงพากันพนมมือชูขึ้นเหนือศีรษะพลางตะโกนว่า “ซูสเฮอร์เมส! ๆๆๆๆ” เสียงดังยิ่งๆขึ้นตามลำดับ สักครู่ต่อมา ปุโรหิตประจำวิหารเทพซูสที่อยู่ใกล้เคียงจูงวัวมายังที่เปาโลและบารนาบัสยืนปราศรัยอยู่ จัดทำพิธีเชือดพร้อมร้องเพลงสดุดีถวายแด่เปาโลและบารนาบัส จะห้ามปรามเท่าใดก็ไม่ฟัง ทั้ง2ท่านจึงฉีกเสื้อที่สวมเป็นชิ้นๆเพื่อแสดงว่าไม่รับการถวาย พวกเขาจึงได้หยุดพิธีกลางคัน ไม่ทันได้เชือดวัว และหันมาถามว่า “อยากให้พวกเราทำประการใดเล่า” ล่ามแปลให้เปาโลรับทราบ เปาโลจึงบอกล่ามให้บอกพวกเขาว่าต้องการให้ฟัง ยังไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น พวกเขาพากันนั่งลงฟังโดยดี เปาโลจึงพูดให้ล่ามแปลว่า ” เพื่อนเอ๋ย เราทั้ง2คนเป็นมนุษย์เหมือนท่านทั้งหลาย เรามีข่าวดีมาบอกให้ท่านทั้งหลายได้รู้ว่า มีพระผู้ทรงชีวิตตลอดกาล ทรงสร้างฟ้าดินทะเลและสรรพสิ่ง พระองค์ทรงรักพวกท่านทุกคนแม้พวกท่านยังไม่รู้จักพระองค์ พระองค์ทรงรักคนง่อย จึงส่งเรามาช่วยให้เดินได้ดังที่พวกท่านได้เห็นอยู่ ใครซื่อสัตย์ต่อพระองค์จนถึงที่สุด พระองค์จะรับเข้าสวรรค์ของพระองค์” ทุกคนสมัครใจเป็นลูกศิษย์ของเปาโล เปาโลจึงมอบหมายให้ลูกศิษย์เจ้าของบ้านจัดการตั้งคริสจักรในรูปแบบต่อไป

ค่ำวันนั้นเปาโลรีบเข้านอนด้วยความเหนื่อยเพลียแต่ก็มีความสุขเพราะตั้งคริสตจักรได้สำเร็จอีกแห่งหนึ่งอย่างน่าตื่นเต้นที่สุด โดยหารู้ไม่ว่าในขณะเดียวกันนั้นเองที่ธรรมสถานประจำเมืองลิสตรามีการประชุมคณะกรรมการเต็มชุด โดยมีคณะตรวจการแห่งเยรูซาเลมเดินทางด่วนจากลิคาโอเนียต้องการปรึกษาแบบลับสุดยอด มีมติใช้ระบบศาลเตี้ยกำจัดเปาโลโดยด่วนก่อนสถานการณ์จะบานปลายมากกว่านี้

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นมีชายหนุ่มมาขอพบเปาโลเป็นการรีบด่วน แจ้งว่าบิดาของตนเป็นผู้เลื่อมใสโครงการของเปาโลบัดนี้ป่วยหนักขอพบเปาโลก่อนลาโลก ส่งรถม้ามารับไปเพื่อให้ทันการ เปาโลรีบกระโดดผลุนขึ้นรถไปทันทีโดยไม่ทันบอกใคร รอกันจนสายไม่เห็นกลับมาที่พัก มีข้อมูลเพียงแต่ว่าเห็นมีรถม้ามารับไปแต่เช้าตรู่ มุ่งไปทางเมืองอิโคนียุม ผู้รักเปาโลทั้งหลายพาก้นมาออฟังข่าวอย่างร้อนใจ รอถึงเที่ยงวันไม่มีวี่แวว ทุกคนลุกขึ้นราวกับนัดกัน ออกเดินดาหน้ากันออกสำรวจ2ข้างทางหลวงในทิศทางที่มีข้อมูลว่ารถม้าวิ่งไป หากันจนตกเย็นจึงพบนอนนิ่งไม่มีลมหายใจอยู่ใต้ต้นไม้ห่างจากถนนมากโขอยู่ ถูกทำร้ายร่างกายบอบช้ำจนสลบ ผู้ทำร้ายคิดว่าตายแล้วจึงแบกมาทิ้งให้ไกลจากถนนเพื่ออำพลาง ผู้พบศพช่วยกันหามมาที่ถนนเพื่อนำขึ้นรถกลับเข้าเมืองลีสตราเพื่อทำพิธีปลงศพ ครั้นรถออกวิ่งโขยกเขยกได้ไม่เท่าใด เปาโลก็รู้สึกตัวฟื้นคีนชีพขี้นมาได้ พอรื้อฟื้นความจำได้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็ตัดสินใจไม่เข้าเมืองลีสตรา แต่ขอให้สารถีขับรถเลยไปส่งที่บ้านคนรู้จักที่เมืองเดอร์บี(Derbi) ไม่ลืมบอกให้บารนาบัสตามไปภายหลัง

ผลสำเร็จที่ช่วยกันทำที่เดอร์บี ลูกาบันทึกไว้เพียงประโยคเดียว คือ “ทั้งสองคนประกาศข่าวดีที่เมืองนั้นได้ศิษย์เป็นจำนวนมาก” ไม่มีประเด็นอะไรเป็นจุดให้สันนิษฐานได้เลยว่า ทำไมจึงไม่บันทึกรายละเอียดอะไรเลย ดูเหมือนจะรีบตัดบทเสียด้วยซ้ำ ขากลับก็รีบสรุปเร่งให้กลับถึงบ้านเร็วๆ จะได้เริ่มต้นกันใหม่” กลับทางเมืองลิสตรา เมืองอิโคนิยุม เมืองอันทิโอกแห่งปิสิเดีย เมืองเปอร์กาแห่งปัมฟีเลีย เมืองอัตตาเลีย(Attalia)อันเป็นเมืองท่าชายทะเล ตั้งคริสตจักรได้สำเร็จเป็นแห่งสุดท้ายก่อนจะตีตั๋วลงเรือโดยสารกลับไปยังเมืองอันทิโอกแห่งซีเรียโดยสวัสดิภาพ ลูกาบันทึกไว้ว่า “เมื่อไปถึงเปาโลและบารนาบัสก็เรียกประชุมกลุ่มคริสตชนเล่าทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำโดยผ่านตน ว่าพระเจ้าทรงเปิดประตูแห่งความเชื่อให้คนต่างศาสนา” เป็นอันจบการเดินทางธรรมทูตของเปาโลรอบแรกแต่เพียงเท่านี้

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018