ศาสตราจารย์กีรติ บุญเจือ
ภาษาแสดงความคิดหรือความรู้สึก
แฟนคลับ: ยังตื่นเต้นไม่หายค่ะที่บังเอิญได้มารู้ว่าท่านซาคเขรอถิส(Socrates) เพลโทว์(Plato)และแอร์เริสทาทเถิล(Aristotle) ซึ่งเป็นนักคิดชั้นยอดของอารยธรรมตะวันตกนั้น แท้ที่จริงก็ร่วมสายโลหิตอารยันกับพระพุทธเจ้านั่นเอง
ผม: ถูกแล้วครับพระเยซูเสียอีกที่ต่างสายโลหิตและต่างสายภาษา เพราะต้นตระกูลของพระเยซูมาทางสายเซมิติกและภาษาก็มาทางสายเซมีติกอันได้แก่ภาษาอาราเมก ภาษาฮีบรู ภาษาอาหรับ ภาษาซีรีแอค (Syriac) ซึ่งมีหลักภาษาพิสดารไปอีกแบบหนึ่งคือความหมายของแต่ละคำขึ้นกับพยัญชนะ 3 ตัวที่ปรากฏอยู่ในคำนั้นแต่มิได้หมายความว่าคำทุกคำจะต้องมี 3 พยางค์เสมอหามิได้เพราะพยัญชนะแต่ละตัวอาจจะเป็นอักษรนำหรือเป็นตัวสะกดก็ได้หรืออาจจะเป็นตัวกลํ้าก็ยังได้ที่สำคัญคือต้องเรียงตามลำดับก่อนหลังเพราะถ้าสลับที่กันก็จะมีความหมายไปอีกอย่างคนละเรื่องไปเลยเช่น ACD มีความหมายว่าตํ่า พบ 3 ตัวเรียงลำดับอย่างนี้ก็มีความหมายเชิงตํ่าๆ เลวๆแต่ถ้าลำดับต่างไปเช่น ADC ก็จะมีความหมายว่าแสวงหาก็นับว่าเป็นกลเม็ดช่วยความจำได้ดีไปอย่างคือพอได้ยินหรือเห็นคำๆหนึ่งปุ๊บก็ให้สังเกตพยัญชนะ3ตัวทันทีก็จะจับได้ว่ามีความหมายในกลุ่มใดแล้วจึงค่อยดูว่าใช้สระใดมาเป็นโครงสร้างให้พยัญชนะ 3 ตัวดังกล่าวเกาะตามลำดับก่อนหลังซึ่งโครงสร้างดังกล่าวจะให้ความรู้สึกเกี่ยวกับความหมายของกลุ่มนั้นเช่นให้ความรู้สึกว่าเป็นประธานหรือเป็นกรรมหรือเป็นตัวช่วยให้มีความสัมพันธ์กับคำอื่นๆอย่างไรโดยอาศัยบุพบทเป็นตัวชี้บ่งความสัมพันธ์หรืออาจจะแสดงอารมณ์ต่างๆ อารมณ์วางเฉยหรืออารมณ์ใช้อำนาจสั่ง หรืออารมณ์วิงวอนขอร้อง หรืออารมณ์สงสัยหรืออารมย์เดาหรืออารมณ์เงื่อนไขหรืออารมณ์อดีตปัจจุบัน อนาคตฯลฯ ภาษาดังกล่าวมานี้จึงมีความหมายตามความรู้สึกมากมายที่นิยามยาก ต้องใช้ความรู้สึกเอาเองจะนิยามอย่างไรก็ไม่ถูกใจเสียทีอย่างคัมภีร์ภาษาอาหรับของศาสนาอิสลามกับภาษาฮีบรูของศาสนายิวจะแปลอย่างไรๆ ก็ไม่มีวันจะถูกใจเจ้าของภาษาในที่สุดก็ต้องยอมรับกันว่าคัมภีร์แท้ของ2ศาสนาเซมิติกนี้คือภาษาเดิมเท่านั้นแปลไม่ได้ที่แปลใช้กันอยู่นั้นล้วนแต่เพี้ยนทั้งสิ้นไม่ใช่คัมภีร์แปลแต่เป็นข้อความตีความตามความเห็นของผู้แปลแต่ก็อดแปลกันไม่ได้เพราะจะรอให้เรียนภาษาคัมภรีร์จนอ่านเข้าใจได้อย่าจริงจังมิใช่ของง่ายเรียนถึงไหนๆเจ้าของภาษาก็จะท้วงติงอยู่รํ่าไปว่ายังไม่ใช่สักทีมันเป็นความรู้สึกที่ต้องรู้สึกเองไม่มีใครช่วยได้ผิดกับฝ่ายอารย้นที่แปลคัมภร์กันอุตลุดฉบับไหนก็ใช้ได้ทั้งนั้นขอให้อ่านเถอะฉบับไหนก็ได้ที่พอใจจะอ่านขอให้อ่านก็แล้วกันรู้อะไรเข้าใจอย่างไรจึงค่อยมาถกกันให้เห็นดำเห็นแดงเสร็จแล้วก็เลิกลากันไปไม่เอาเรื่องโกรธเคืองกันพรุ่งนี้มากินข้าวกันแล้วถกกันต่อ
แฟนคลับ: ภาษาไทยจัดอยู่ในสายไหนคะ
ผม: ภาษาไทยตามลักษณะการใช้จริงๆแล้วจัดอยู่ในกลุ่มภาษาคำโดดครับกลุ่มเดียวกับภาษาจีนและภาษาญวนหรือเวียดนามคือคำแต่ละคำมีพยางค์เดียวและโดดเดี่ยวเดียวดายและสันโดษจริงๆคือไม่มีการเติมแต่งเติมแต้มเติมหน้าเติมหลังหรือเติมกลางให้มีความหมายเพี้ยนไปได้ต่างๆนานาแต่เราก็ไม่ยอมจำกัดครอบฟ้าของเราอยู่แค่ในกะลาครอบเราติดต่อกับชาติใดภาษาใดเราชอบใจใช้คำไหนของเขาก็อดไม่ได้ที่จะยืมเอามาดัดแปลงตามอัธยาศัยจนใช้เป็นคำไทยได้อย่างไม่เคอะไม่เขินเช่นเอาคำโปรตุเกส “เลหลัง” มาใช้อย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นคำไทยแท้โดยไม่ต้องคำนึงว่าเดิมในภาษาโปรตุเกสเขาใช้กันอย่างไรบางคนก็รู้สึกว่าเป็นคำยืมมาจากภาษาจีนก็ยังมีเพราะเราเติมตัวหอหีบเข้าไปอย่างหน้าเฉยตาเฉยเหมือนกับที่เราเคยทำกับคำจีนเพื่อให้ออกเสียงได้เก๋ดี แม้คำโปรตุเกสเองของเดิมเขาออกเสียง”ร” เป็นตัวสะกดแต่เราไม่ชอบก็เลยเปลี่ยนเป็นอักษรกลํ้าเสียอย่างหน้าตาเฉยใครจะทำไมเราทำแบบไทยๆ

คำต่างภาษาถูกตะล่อมเข้ามามีสัญชาติไทยและเชื้อชาติไทยอย่างเรียบรัอยโรงเรียนไทยไม่ต้องหือหาให้เหนื่อยยากลำบากปากคำที่ได้เชื้อชาติไทยไปเรียบร้อยแล้วก็ได้แก่คำเลหลัง กะบิ ขนมปัง ปักกิ่ง โปรตุเกสแทนที่จะเป็นปอร์ตุเกสที่ได้เพียงสัญชาติไทยก็เช่นพระธรรมเมตตาถือศีลกินเจที่ว่าได้เพียงสัญชาติไทยก็เพราะยังรู้สึกได้ชัดๆอยู่ว่าเป็นคำยืมมาใช้จากภาษาอื่นลักษณะร่วมของผู้ใช้ภาษาคำโดดก็คือ ใช้ภาษาเพื่อแสดงความรู้สึกเป็นปฐมเข้าใจอย่างไรก็ได้ตามใจผู้รับสื่อหากต้องการให้เข้าใจตรงกันในเรื่องใดถึงค่อยเรียกมานั่งจับเข่าคุยกันจนเป็นที่พอใจปัจจัยที่จูงใจให้คุยกันได้นานๆ ก็คือสุราเมรัย ไทยจีนญวนมีพฤติกรรมอย่างนี้ร่วมกันมาแต่ไหนแต่ไรเข้าใจอย่างไรและทำอย่างไรตามใจเป็นไทยแท้จีนแท้ญวนแท้มาแต่ไหนแต่ไรไม่เชื่อก็ลองสังเกตดูเวลาเราใช้ภาษาไทยกันอย่างไทยๆเราไม่ค่อยจะสนใจกันนักว่าหมายถึงอะไรแต่เรารู้สึกว่ารู้สึกอะไรได้ก็พอใจแล้วใช่หรือไม่ใช่เอาไว้ค่อยเช็คกันภายหลังเช่นผมพูดคำว่า “ดี” แฟนคลับเข้าใจอะไรท่านรู้หรือไม่ว่าผมหมายถึงอะไรผมเองผู้พูดอาจจะไม่ชัดเจนก็ได้ว่าต้องการหมายถึงอะไรจริงจังเพียงแต่อยากจะแสดงความรู้สึกดีๆโดยไม่ชัดเจนว่าจะต้องเป็นสิ่ง(คำนาม) หรือการกระทำดีๆ(คำกริยา)หรือคุณภาพดีๆ(วิเศษณ์ซึ่งอาจจะเป็นคุณศัพท์หรือกริยาวิเศษณ์) ท่านแฟนคลับผู้ฟังก็เช่นกันอาจจะรู้สึกอะไรดีๆก็พอใจแล้วหรืออาจจะรู้สึกดีๆด้านใดด้านหนึ่งหรือบางด้านหรือทุกด้านก็ได้แหละนี่คือความพริ้วของภาษาในกลุ่มภาษาคำโดดไม่เจาะจงเฉพาะภาษาไทยเพียงภาษาเดียว

ความพริ้วอยู่ที่ว่าใช้ภาษาได้กำกวมดีพูดหรือเขียนอะไรสักอย่างให้ผู้ฟังรู้สึกเอาเองจะตรงหรือไม่ตรงกับความรู้สึกของผู้พูดนั้นไม่สำคัญขอให้รู้สึกเป็นใช้ได้ถ้าไม่ตรงกันก็มาปรับความเข้าใจกันได้ไม่ว่ากันนี่ว่ากันตามหลักการและทฤษฎีจริงๆแล้วที่ใจร้อนและเอาแต่ใจจนเกินไปถึงกับสั่งสอนกันด้วยหมัดๆมวยๆก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆหรือชักปืนออกยิงกันดื้อๆต่อหน้าธารกำนัลอย่างไม่มีเหตุผลและไม่ต้องการเหตุผลก็เกิดขึ้นบ่อยๆ

เช่นถ้าผมพูดว่า”โต๊ะนี้วางของได้” พูดสั้นๆแค่นี้แหละท่านแฟนคลับทั้งหลายจะมองออกไหมว่า”ใครทำอะไร”ตามเกณฑ์ของภาษากลุ่มอารยันและภาษากลุ่มเซมิติกทั้หลายให้ลองแปลเป็นภาษาอารยันดูเช่นภาษาอังกฤษว่า”This table put things can.” ก็คงไม่เป็นประสาหรือจะเปลี่ยนเป็นว่า”This table can put things.”ก็คงจะยังไม่ถูกใจอยู่นั่นเองแหละจะเอายังไงกันดีล่ะก็แสดงว่าในกรณีนี้ชัดเจนเลยว่าผมมิไดต้องการแสดงว่าใครทำอะไรตามเกณฑ์ของภาษาอารยันและภาษาเซมิติกแต่ต้องการจะแสดงความรู้สึกว่า”เจ้าของโต๊ะตัวนี้เขาใจดีนะเขาไม่ใช่คนหวงของเขามีจิตจาคะที่เอาโต๊ะมาวางไว้ตรงนี้ก็เพื่อบริการสาธารณะใครต้องการวางของอะไรก็วางไปเถอะเขาไม่ว่า” ความพริ้วของภาษาคำโดดทั้งหลายก็ตรงนี้แหละไม่ต้องจารไนยืดยาวพูดเพียง2-3คำรู้สึกกันได้เลยในหมู่ผู้คุ้นกับความพริ้วของเรามิฉะนั้นก็จะงงทำไมไม่พูดตามไวยากรณ์ก็ภาษาของเราเป็นภาษาแห่งความรู้สึกนี่นา
ถ้าพูดตามไวยากรณ์ก็จะสูญเสียความพริ้วอันเป็นเอกลักษณ์ของภาษาในกลุ่มภาษาคำโดดจะเอายังไงอย่างคำพังเพยจีน4 พยางค์กินความลึกต้องอธิบายเป็นหน้าๆ
แฟนคลับ: แล้วคำว่า”ดี” ล่ะคะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ยังไงะดีก็แปลว่า”good” ก็แค่นี้เอง ไม่เห็นจะยุ่งยากตรงไหน
ผม: “ดี” มิได้แปลว่าgood เสมอไปนะครับเชิญพิจาณาประโยคต่อไปนี้เป็นอุทาหรณ์
(1) คนดีได้ดี: ดีคำแรกเป็นคุณศัพท์ดีคำหลังเป็นนาม
(2)ทำดีได้ดี: ดีคำแรกเป็นกริยาวิเศษณ์ดีคำหลังเป็นนาม
(3)เขาดีจังเลย: ดีเป็นกริยา
เชิญลองตัดสินดูว่าคำว่า”ดี” ต่อไปนี้ทำหน้าที่อะไร
1.ดีนักมักเหลิง
2.ดีงูดีกว่างูดี
3.งูดีได้ไม่นานก็ดีแตก
4.รักดีหามจั่วรักชั่วหามดีๆ
5.ดีใจที่รักดีและทำดีต่อไป
คราวหน้าจะเฉลยอย่างใจดีขอปิดท้ายด้วยข้อความพริ้วของภาษาไทยซึ่งภาษาอารยันทำไม่ได้ภาษาเซมิติกไม่แน่ใจแต่ภาษาคำโดดทุกภาษาทำได้อย่างใจ”นํ้าใสไหลเย็นเห็นตัวปลาว่ายแหวกกอบัวอยู่ไหวๆ”ใครไม่เชื่อลองแปลเป็นภาษาอังกฤษดูจะรู้แจ้งเห็นจริง

แฟนคลับ: ที่สาธยายมาทั้งหมดในวันนี้มันเกี่ยวกับปรัชญภิรมย์ตรงไหนคะ
ผม: เกี่ยวมากๆเลยครับขอชี้แจงในตอนต่อไปครับ__


Leave a comment