ancient to modern philosophy ปรัชญาโบราณสู่นวยุค
ผู้แต่ง : เอนก สุวรรณบัณฑิต
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ
เอเธนส์โบราณประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ในการได้สร้างนักปรัชญาค้างฟ้าต่อเนื่องกัน 3 ท่าน ซึ่งความคิดรวมกันเข้าเรียกได้ว่าสำนักเอเธนส์ สามผู้ยิ่งใหญ่ดังกล่าวได้แก่ซาเครอทิส เพลโทว์ และแอเริสทาเทิล
ประเด็นของสำนักเอเธนส์ที่ส่งทอดมาให้ยุโรปนวยุคต้องคิดอย่างหนักก็คือ ญาณปรัชญา
ซาเครอทิสตั้งหน้าแต่สร้างความสงสัยโดยย้อนถามผู้มั่นใจในความรู้ของตนเอง วิธีที่เรียกว่าวิภาษวิธีของซาเครอทิสนั้นเอง กลายเป็นวิธีกำจัดจุดอ่อนในความรู้และลดความยึดมั่นถือมั่นได้ดีเยี่ยม แม้จะสรุปไม่ได้มากนักว่า x เป็นอะไร แต่ก็ช่วยให้รู้ได้อย่างดีว่า x ไม่ใช่อะไร
เพลโทว์สร้างความมั่นใจในความรู้ด้วยวิธีตรึกตรองจนถึงขั้นเพ่งพินิจ (contemplation) การหาความรู้ด้วยการรื้อฟื้นความจำจากเรื่องง่ายไปหาเรื่องยากตามลำดับ จนถึงขั้นเพ่งพินิจนั้น เป็นวิธีสร้างความมั่นใจตามลำดับขั้นจากง่ายไปหายากในแนวของการพิสูจน์ตามขั้นตอนนั่นเอง
แอเริสทาเทิล รับเอาความคิดมาพัฒนาเป็นระเบียบการพิสูจน์ตามขั้นตอนอย่างรัดกุม จนยูคลิดสามารถนำเอาไปใช้เป็นระเบียบพิสูจน์เรขาคณิตที่ได้ชื่อตามชื่อของตนว่า เรขาคณิตของยูคลิด (Euclidean Geometry)
แอเริสทาเทิลถือว่านักปรัชญาคือผู้แสวงหาความจริงระดับเต็มเอื้อมที่เรียกว่า Sophia (ปรีชาญาณ) Philosopher หรือนักปรัชญาคือผู้แสวงหาความจริงเต็มเอื้อม (แปลตามตัวอักษรว่าผู้อยากรู้อยากเรียนอยากฉลาด) ไม่ใช่บรรดาซาฟิสท์ซึ่งล้วนแต่อวดอ้างว่าตนฉลาดปราดเปรื่องแล้ว แอเริสทาเทิลจึงบำเพ็ญตนเป็นตัวอย่างโดยทุ่มเททุกอย่างในชีวิตเพื่อการแสวงหาความรู้ที่มั่นใจได้ว่าจริง หากสงสัยก็ต้องพยายามขจัดความสงสัยให้หมดสิ้นให้จงได้ เมื่อแสวงหาได้(ซึ่งเชื่อว่าจริง)แล้ว ก็ถ่ายทอดโดยการเขียนและสอน เราจึงยังมีงานนิพนธ์ของแอเริสทาเทิลหลงเหลืออยู่ให้ศึกษาได้มากมายและมีคุณภาพสูงจนทุกวันนี้ แอเริสทาเทิลมีญาณหยั่งรู้ที่ลึกและเฉียบคมมาก คิดเรื่องใดแล้วก็มักจะกระชับ รัดกุมและลึกซึ้ง มองทางหนีทีไล่ดักหน้าดักหลังไว้อย่างรอบรอบในการค้ำประกันความจริงที่ตนรู้ แอเริสทาเทิลจึงหยั่งเล็งเห็นว่าจำต้องมีวิธีการกำกับการดำเนินการแสวงหาความจริงและค้ำประกันความจริงอย่างรัดกุม
แอเริสทาเทิลได้คิดคำนึงตรึกตรองและบันทึกไว้เป็นตำราตรรกวิทยา อันเป็นวิชาว่าด้วยขั้นตอนดำเนินการแสวงหาความจริงซึ่งแบ่งออกเป็น 2 วิธี คือวิธีอุปนัยและนิรนัย วิธีอุปนัยของแอเริสทาเทิลตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งการถอดสิ่งสากล คือ ความเชื่อว่าสิ่งสากลมีอยู่ในหน่วยย่อยที่สังกัดประเภทเดียวกัน เราสังเกตและถอดออกมาได้จากการสังเกตสิ่งเฉพาะหน่วยที่เหมือนกันเพียงไม่กี่หน่วย ปัญญาของเราก็สามารถถอดออกมาได้อย่างมั่นใจว่านั่นคือความจริง เมื่อถอดออกมาแล้วก็ใช้เป็นฐานบท (assumption) สำหรับดำเนินวิธีนิรนัยได้ต่อไปตามลำดับตามกฎของการพิสูจน์แบบสัจพจน์ (axiomatization) คือพิสูจน์จากจุดเริ่มต้นที่แน่ใจได้ว่าจริงและชัดเจน หลักค้ำประกันของแอเริสทาเทิลดังกล่าวมานี้ได้รับความเชื่อถือเรื่อยมาจนถึงนักวิทยาศาสตร์รุ่นนวยุค ที่เห็นว่าหลักการของแอเริสทาเทิลดี มั่นคง แข็งแกร่ง แต่มันก็ไม่ยืดหยุ่นพอให้มีช่องทางสร้างสรรค์ของใหม่ได้ การสร้างสรรค์กับการเสี่ยงมักจะคู่เคียงกัน
กรณีความขัดแย้งเรื่องกาลิเลโอนั้นสาเหตุที่แท้จริงก็คือ คริสตจักรคาทอลิกมั่นใจว่า เข้าข้างแอเริสทาเทิลไว้ไม่มีการเสี่ยง จะมีการสร้างสรรค์ใหม่หรือไม่ไม่มีความสำคัญ ปลอดภัยไว้ก่อน(safety first)แหละดีที่สุด และไม่ยอมให้ใครเสี่ยงออกจากกรอบอันเชื่อว่าปลอดภัยของแอเริสทาเทิล ส่วนกาลิเลโอและนักวิทยาศาสตร์นวยุคให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์เป็นอันดับแรก แม้จะเสี่ยงบ้างก็ยอม เสียหายอย่างไรค่อยแก้ทีหลัง เอาการค้นคว้าหาของใหม่ไว้ก่อนย่อมดีที่สุด กาลิเลโอจึงพ่ายแพ้แก่ฝ่ายที่มีอำนาจอยู่ในมือ จนกว่าฝ่ายมีอำนาจจะเห็นคุณค่าของการเสี่ยงของกาลิเลโอ จึงค่อยยอมรับได้และยอมให้มีการเสี่ยงในขอบเขตจำกัด เพราะการเสี่ยงเกินขอบเขตก็น่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน
