Aquinas on philosophy of 2 truths ปรัชญาความจริง 2 ระดับของอไควเนิส
ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ
เบอร์เนิร์ดแห่งแกลร์โว (1091-1153) ถือว่าปรัชญากับศรัทธาเป็นคนละเรื่อง ศรัทธาไม่ต้องการเหตุผล แต่เอเบอลาร์ด (1079-1142) แถลงว่าเรื่องที่เชื่อด้วยศรัทธานั้นต้องรู้ได้ด้วยเหตุผล มิฉะนั้นจะเป็นจริงไปไม่ได้ อไควเนิสประนีประนอมโดยชี้แจงว่า ความจริงมี 2 ระดับคือ ระดับธรรมชาติ (natural truth) กับระดับเหนือธรรมชาติ (supernatural truthf)
ความจริงระดับธรรมชาตินั้น เราพิสูจน์ได้โดยอ้างความรู้ตามสามัญสำนึกส่วนความจริงเหนือธรรมชาติก็พิสูจน์ได้โดยอ้างวิจารณ์ (revelation)
วิวรณ์เป็นความจริงที่พระเป็นเจ้าประทานเพิ่มเติม มิใช่ให้แทนความรู้ตามธรรมชาติจึงไม่ขัดกับสามัญสำนึก แต่ทว่าจะเห็นเองด้วยสามัญสำนึกไม่ได้
วิวรณ์แท้จึงเป็นข้อความจริงที่เราไม่สามารถล่วงรู้ได้เอง แต่เมื่อพระเป็นเจ้าทรงเปิดเผยให้ เราก็สามารถเข้าใจได้ และสามารถให้เป็นข้ออ้างพิสูจน์หาความจริงอื่นๆ ต่อไปด้วยกฎเหตุผลธรรมดา จนเป็นระบบความรู้ประสานเป็นระบบเดียวกันกับความรู้ตามธรรมชาติได้
วิวรณ์ที่พระเป็นเจ้าทรงเปิดเผยจริงๆ นั้น มีส่วนที่เป็นความจริงเหนือธรรมชาติจริงๆ เรียกว่า วิวรณ์แท้ เช่น พระตรีเอกภพ การรับเอากายของพระบุตรเป็นต้น ส่วนมากเป็นความจริงที่เราอาจจะรู้ได้ด้วยสามัญสำนึกหรือด้วยปรัชญา เรียกว่าวิวรณ์ไม่แท้ เช่น การมีอยู่และพระธรรมชาติของพระเป็นเจ้าเป็นต้น ทั้งนี้ก็เพราะว่าคนเราน้อยคนนักจะรู้จักใช้เหตุผลได้อย่างถูกต้องเสมอไป แม้จะสามารถใช้เหตุผลได้อยางถูกต้อง ก็ยังต้องใช้เวลาแสนนานกว่าจะพบความจริงเหล่านี้ หรืออาจจะไม่ทันได้พบก่อนสิ้นชีวิตก็ได้ พระเป็นเจ้าจึงทรงแก้ปัญหาโดยเปิดเผยให้รู้ได้โดยตรง เพื่อสะดวกในการยึดถือปฏิบัติสำหรับบุคคลทั่วไปและสะดวกสำหรับนักปราชญ์จะได้พิสูจน์ด้วยเหตุผลได้ง่ายขึ้น เพราะมีเป้าหมายให้มองเห็นอยู่เบื้องหน้าแล้ว เหมือนทำโจทย์เลขข้อยากๆ ถ้าเรารู้คำตอบไว้ล่วงหน้าย่อมจะพบวิธีทำได้ง่ายและมั่นใจมากกว่าไม่รู้คำตอบเสียเลย
ในเมื่อความจริงตามธรรมชาติและเหนือธรรมชาติมาจากแหล่งเดียวกัน คือจากพระเป็นเจ้า เพียงแต่ว่ามาคนละทาง และทั้งสองทางก็เดินตามหลักเหตุผลหลักเดียวกัน จึงไม่น่าจะขัดแย้งกัน ควรจะประสานรวมกันเป็นความรู้ระบบเดียวกันได้ ถ้าจะพบความขัดแย้งก็คงจะสืบเนื่องมาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเราเองมากกว่า อไควเนิสจึงพยายามเขียนหนังสือขึ้นสาธิตเรื่องนี้ ได้หนังสือ สังเขปเทววิทยา (ลต. Summa Theologica) ซึ่งเป็นตำราที่เป็นระบบแน่นแฟ้นที่สุดของยุคกลาง ใช้เป็นตำราศึกษาปรัชญาและเทววิทยาต่อมาอีกนาน


Leave a comment