Aristotle as founder of logic แอร์เริสทาทเถิลผู้ก่อตั้งตรรกวิทยา
ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ
คำ “logic” ดิมาเครอเทิสแห่งแอบดีเรอใช้เป็นคนแรกเป็นชื่อหนังสือ Perilogikon e kanon (On the wordies as canons ว่าด้วยสิ่งที่เกี่ยวกับคำในฐานะเกณฑ์) แต่น่าเสียดายที่มีเหลือแต่ชื่อเก็บไว้เป็นเศษนิพนธ์ (A33 , B106) ซึ่งแอเริสทาเทิลกล่าวถึงว่าเป็นวิชาว่าด้วยกฎเหตุผลที่เลื่อนลอย ขาดความน่าเชื่อจากข้ออ้างสู่ข้อสรุป ซีโนแห่งซีเชียมใช้เป็นชื่อวิชาว่าด้วยภาษาศาสตร์ซึ่งแบ่งสาขาเป็นกฎไวยากรณ์ กฎเหตุผลและกฎวาทศิลป์ สำนักเอพิคีวเริสใช้คำ “kanon” เพื่อหมายถึงวิชาว่าด้วยกฎเกณฑ์ ซึ่งก็น่าจะได้แก่กฎเกณฑ์ 3 ด้านข้างต้น
ตรรกวิทยาคือวิชาว่าด้วยกฎเกณฑ์การใช้เหตุผล มนุษย์เรารู้จักใช้เหตุผลโดยสัญชาตญาณมนุษย์เพราะรู้อะไรก็อยากมั่นใจ จึงแสวงหาข้อพิสูจน์โดยอัตโนมัติไม่ว่าจะสำหรับจูงใจตนเองหรือจูงใจผู้ฟัง แต่กว่าจะรู้กฎเกณฑ์และเสนอให้ผู้อื่นยอมรับเป็นหลักการได้ก็ต้องมีปัญญาพัฒนาพอสมควร
เรารู้ตามหลักฐานประวัติศาสตร์ว่าซีโนแห่งอีเลียเป็นคนแรกเท่าที่มีหลักฐานบันทึก ที่ใช้การพิสูจน์แบบวิภาษวิธี (dialectic) คือพิสูจน์ว่าความคิดของฝ่ายตรงข้ามเท็จ เพราะฉะนั้นความคิดตรงข้าม (คือของฉัน) จะต้องจริง ในปัจจุบันเราเรียกการใช้เหตุผลแบบนี้ว่า วิภาษวิธี (dialectic) หรือวิธีตลบหลัง (reduction to absurdity) ต่อมาชาวซาฟิสท์ได้ค้นคว้าและใช้วิธีนี้มาก เพื่อพิสูจน์ว่าความคิดที่เชื่อกันมาตามสามัญสำนึกนั้นไม่น่าเชื่อต่อไปอีกแล้ว ผู้คัดค้านชาวซาฟิสท์ก็ใช้วิธีเดียวกันคัดค้านชาวซาฟิสท์ดังเห็นได้จากวิภาษวิธีของซาเครอทิสในบทสนทนาของเพลโทว์
แอเริสทาเทิลรวบรวมการใช้เหตุผลเท่าที่รู้กันในขณะนั้นกำหนดขึ้นเป็นกฎเกณฑ์การใช้เหตุผล ซึ่งแยกพิจารณาเป็น 6 เรื่อง คือ
1) Categories(ปทารถะ, ประเภท) ว่าด้วยการแบ่งมโนภาพออกเป็น 10 ประเภท ตามประเด็นที่แสดงความเป็นจริงในโลกภายนอก คือมโนภาพที่แสดงสาระ(substance) ปริมาณ(quantity) คุณภาพ(quality) ความสัมพันธ์(relation) สถานที่(place) กาล(time) ลักษณาการ(position) สถานะ(state) กัมมันตภาวะ(action) อกัมมันตภาวะ(passion) ซึ่งแอเริสทาเทิลเชื่อว่าแบ่งได้ครบถ้วนถูกต้องตามความต้องการของอภิปรัชญา รวมเรียกว่า 10 predicaments (บทบาทแสดงความเป็นจริง)
2) Topics (ประเด็น) เมื่อเทอมถูกใช้เป็นภาคแสดงของประโยคตรรกะก็อาจจะทำหน้าที่เชิงตรรกะได้ 5 บทบาทคือ นิยาม (definition) ประเภทกว้าง(genus) ประเภทแคบ(differentiaor peculiarity) คุณสมบัติ (property) และจรสมบัติ(accident) รวมเรียกว่า 5 predicables(บทบาทภาคแสดง)
3) Sophistry(เล่ห์เหลี่ยมซาฟิสท์) รวบรวมและชี้แจงการใช้เหตุผลต่าง ๆ ที่ซาฟิสท์และคนอื่นใช้โต้เถียงกัน เท่าที่แอเริสทาเทิลคิดว่าเป็นเหตุผลวิบัติ
4) Interpretation (อรรถปริวรรต) ว่าด้วยการตีความประโยคภาษาสามัญและแปลงให้เป็นประโยคตรรกะซึ่งเป็นภาษาอุดมคติ
5) Prior Analytics(วิเคราะห์เหตุผลภาคแรก) ว่าด้วยรูปนิรนัยแบบต่าง ๆ
6) Posterior Analytics (วิเคราะห์เหตุผลภาคหลัง) ว่าด้วยวิธีการวิทยาศาสตร์ที่เป็นอุปนัย (induction) และวิธีการคณิตศาสตร์ที่เป็นระบบสัจพจน์(axiomatization)
แอเริสทาเทิลโต้ชาววิมัตินิยมว่า ไม่ต้องไล่เรียงจนไม่รู้จบ เพราะมีความรู้แรกที่ไม่ต้องการพิสูจน์ “หลักการแรกต้องเป็นสิ่งไม่ต้องพิสูจน์ เพราะถ้าต้องพิสูจน์เรื่อยไปอย่างไม่รู้จบเราก็จะไม่รู้ว่าเป็นอันไหน และจะพิสูจน์ไม่ได้ เพราะรู้อะไรที่พิสูจน์ได้ หมายความว่ามีข้อพิสูจน์สำหรับสิ่งนั้น ทั้งนี้มิใช่รู้โดยบังเอิญด้วย”(Posterior Analytics , 9) และชี้แจงต่อมาว่าหลักการแรกที่พิสูจน์ไม่ได้แต่ใช้พิสูจน์ได้นั้นได้แก่ 1) นิยาม (oroi) 2) ความเชื่อว่านิยามนั้นเป็นวัตถุวิสัย 3) คำที่นิยามแล้วประกอบกันขึ้นเป็นสัจพจน์ (axiomata) ที่เชื่อถือได้ 4) มีมูลบท (aitemata = postulates) ที่เชื่อถือได้
แอเริสทาเทิลคัดค้านหลักค้ำประกันความรู้วัตถุวิสัยของเพลโทว์ที่ขึ้นกับการเพ่งพินิจ แอเริสทาเทิลเสนอการถอดสิ่งสากลออกจากวัตถุที่มีจริง และเชื่อว่าค้ำประกันได้ดีที่สุด (Posterior Analytics , 8)
อย่างไรก็ตามนักปรัชาปัจจุบันไม่เชื่อแอเริสทาเทิลว่าหมดปัญหา ไม่เชื่อว่าการค้ำประกันของแอเริสทาเทิลจะได้ผล อย่างที่แอเริสทาเทิลคาดหวัง

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018