Charlemagne’s renaissance การฟื้นฟูสมัยชาร์มาญ

ผู้แต่ง : เอนก สุวรรณบัณฑิต
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ครั้นจักรพรรดิชาร์ลมาญ ด้วยความร่วมมือกับสันตะปาปาลีโอที่ 3 สามารถรวบรวมมหาอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นได้สำเร็จ ด้วยระบอบศักดินายุโรปตะวันตกในขอบขัณฑสีมาของพระองค์จึงมีความสงบปลอดภัยพอสมควรอีกครั้งหนึ่ง ทรงดำริถึงการฟื้นฟูการศึกษาและได้รับความร่วมมืออย่างดีจากคณะนักบวชนักพรต ได้มีการจัดระบบการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาจนถึงอุดมศึกษา

มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของยุโรปมีกำเนิดในโบสถ์และอารามทั้งสิ้น จะว่าคริสตศาสนาเป็นปฏิปักษ์ต่อการรื้อฟื้นศิลปวิทยาการหาได้ไม่ เพียงแต่ว่าการรื้อฟื้นย่อมจะต้องพัฒนาตามขั้นตอนของสติปัญญาของผู้ฟื้นฟู จากการไม่รู้อะไรเลยจะให้ฟื้นฟูรวดเดียวถึงขั้นน่าพอใจของเราสมัยนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ งานยากงานใหญ่ต้องใช้คนจำนวนมาก ซึ่งจำเป็นจะต้องมีความเห็นต่างกันบ้างขัดกันบ้าง และอาจจะถอยหลังเข้าคลองบ้างเป็นครั้งคราว จากการทดลองที่ผิดพลาดก็ได้บทเรียนให้แก้ไขกันเรื่อยมา เราจะประณามผู้ทดลองผิดพลาดมากนักก็คงจะไม่ควรเพราะถ้าไม่กล้าเสี่ยงทดลองก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นทางถูกได้ง่ายนัก

ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าเราต้องรู้จักใช้บทเรียนที่ผิดพลาดให้คุ้ม ยิ่งกว่าจะมัวแต่ก่นด่าประณามผู้กล้าเสี่ยงเหล่านั้น

ในระยะฟื้นฟูของจักรพรรดิชาร์ลมาญนั้นเอง ก็ได้มีความพยายามรื้อฟื้นภาษาละตินศึกษิตกันขึ้น เพราะภาษาละตินที่ใช้ในระยะหลังถูกดัดแปลงไปมาก จนเรียกกันว่าภาษาละตินชาวบ้าน (Vulgate Latin) แต่เนื่องจากตำรับตำรากระจัดกระจายและกระท่อนกระแท่นมาก การฟื้นฟูจึงต้องใช้เวลา ในระหว่างช่วงระยะมืดไม่มีใครรู้ภาษากรีกสำหรับลอกตำรากรีกแจกจ่ายกันเก็บไว้ จึงสูญหายหมด

การรื้อฟื้นศิลปวิทยาการกรีกในระยะฟื้นฟูของจักรพรรดิชาร์ลมาญจึงจำกัดอยู่แค่ปรัชญากรีกในอรรถกถาภาษาละตินเท่านั้น ต่อมาจึงมีผู้แปลอรรถกถาปรัชญากรีกจากภาษาอาหรับเป็นภาษาละตินให้มหาวิทยาลัยในยุโรปได้ศึกษากัน ก็เห็นได้ว่ามีการฟื้นฟูก้าวหน้าเป็นขั้น ๆ มา ในระหว่างที่คริสตจักรตะวันตกไม่รู้ภาษากรีกอยู่นั้น คริสตจักรทั้ง 2 จะติดต่อกันก็โดยอาศัยล่ามซึ่งรู้ทั้ง 2 ภาษาแต่ไม่สนใจวิชาการ

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018