Cusa, Nicholas of นีเคอเลิสแห่งคูเสอ

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

นีเคอเลิสแห่งคูเสอ (Nicholas of CusaNiKolas Krebs, Kryfts 1401-1464) ได้รับการศึกษาเบื้องต้นจากนักพรต คณะภราดรแห่งชีวิตรวมและอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮายเดลเบิร์ก โคโลญ แลปาดัว ค.ศ. 1430 บวชเป็นบาทหลวงสามัญ เข้าร่วมสังคายนาแห่งบาเสล (1431) สังคายนาแห่งเฟรารา (Ferara) และฟลอเรนส์ (Florence) เพื่อรวมนิกายออร์โธดอกซ์กับนิกายคาทอลิก และรวมได้สำเร็จชั่วระยะหนึ่ง

ประสบการณ์แห่งสังคายนาทำให้นีเคอเลิสเห็นความจำเป็นที่จะต้องให้สันตะปาปามีอำนาจเหนือสังคายนา มิฉะนั้นคริสตจักรจะต้องแตกแยกยิ่งขึ้น จึงหันมาทำงานสนับสนุนอำนาจเด็ดขาดของสันตะปาปาในคริสตจักรอย่างทุ่มเท ค.ศ.1448 เป็นสมณทูตเจรจาให้จักรพรรดิแห่งมหาอำนาจอาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ยอมรับรู้อำนาจอำนาจทางศาสนาของสันตะปาปาทั่วมหาอาณาจักรเป็นผลสำเร็จ ได้รับแต่งตั้งเป็นคาร์ดินัล เดินทางทั่วเยอรมนีเพื่อปฏิรูปศาสนาและค้นคว้าหาความรู้ มีห้องสมุดส่วนตัวที่ดีมาก มีความรู้รอบตัว เขียนหนังสือถกปัญหาสารพัดนอกเหนือไปจากปรัชญาและศาสนา เช่น การเมือง การปกครอง การทูต คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เป็นต้น สนใจการปฏิบัติฌานและส่งเสริมลัทธิฌานนิยม กล่าวได้ว่า นีเคอเลิสเป็นทุกอย่างสำหรับทุกคน (all thing for all men)

นักประวัติศาสตร์ปรัชญาจึงไม่อาจลงมติกันได้ว่าจะจัดปรัชญาของนีเคอเลิสอยู่ในลัทธิใด เพราะอาจจะพิจารณาให้สังกัดได้หลายลัทธิ แต่ที่เหมาะที่สุดก็เห็นจะเป็นลัทธิฌานนิยมหลังเอกเคิร์ท อย่างไรก็ตาม แม้ความคิดของนีเคอเลิสจะกระจัดกระจายในหลายด้าน แต่ทุกด้านก็มีเป้าหมายเหมือนกันคือ แสวงหาเอกภาพในทุกสิ่ง และนี่คือปัญญหาแกนในความคิดของนีเคอเลิส ค.ศ.1459 ได้เป็นที่ปรึกษาของสันตะปาปาพายเอิสที่ 2 (Pius 11) จนถึงแก่มรณกรรมในกรุงโรม อุทิศมรดกสร้างโรงพยาบาลเป็นอนุสรณ์ในบ้านเกิดของตน

นีคอเลิสแบ่งความรู้ของมนุษย์ออกเป็น 3 ระดับ ระดับผัสสะรู้แต่แง่ปฏิฐาน ระดับเหตุผลรู้ทั้งแง่ปฏิฐานและแง่ปฏิเสธว่าตรงข้ามกันและแยกเป็นแง่ต่างๆมากมาย ระดับสูงสุดคือปัญญารู้ทุกแง่รวมเป็นจุดเดียว วิธีรู้วิชาต่างๆในโลกเป็นทั้งบันไดและอุปสรรคสู่ความรู้พระเป็นเจ้า ผู้ใดไม่ข้ามพ้นประสบการณ์ทางผัสสะและเหตุผล ผู้นั้นไม่มีวันจะรู้จักพระเป็นเจ้าอย่างถูกต้อง
พระเป็นเจ้าทรงเป็นผู้ไร้ขอบเขต กฎเกณฑ์ของสิ่งมีขอบเขตจึงใช้กับพระองค์ไม่ได้ ในสิ่งมีขอบเขตการเห็นกับการถูกเห็นตรงข้ามกัน แต่ในพระเป็นเจ้าเป็นอันเดียวกัน พระองค์ถูกเห็นก็คือพระองค์ทรงเห็นนั่นเอง ดังนั้น ผู้ปัสนาถึงพระองค์ย่อมรู้จักพระองค์และรู้จักตัวเองในพระองค์ “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระพักตร์ของพระองค์น่าพิศวงยิ่งนัก คนหนุ่มเห็นเป็นคนหนุ่ม ผู้ใหญ่เห็นเป็นผู้ใหญ่ และคนแก่เห็นเป็นคนแก่” (The Vision of God,6)

ฌานนิยมของนีเคอเลิสต่างกับของออเกิสทีนและของเอกเคิร์ทตรงที่ว่านีเคอเลิสไม่เหยียดหยามโลกเพื่อเข้าหาพระเป็นเจ้า แต่เข้าหาพระเป็นเจ้าโดยผ่านโลกกล่าวคือ แทนที่จะทิ้งโลกเพื่อรวมตัวกับพระเป็นเจ้า นีเคอเลิสใช้วิธีรวมตัวกับโลกเพื่อรวมทั้งตัวและโลกกับพระเป็นเจ้า ทั้งนี้ก็เพราะว่า โลกแสดงพระโสรจนาการของพระเป็นเจ้า ทุกสิ่งจึงอาจจะนำไปหาพระเป็นเจ้าได้หากรู้จักใช้เป็นวิถีอย่างถูกต้อง

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018