Descartes on ethics จริยศาสตร์ของเดการ์ต

ผู้แต่ง : เมธา หริมเทพาธิป
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

เดการ์ต (Rene Descartes) ไม่เขียนจริยศาสตร์โดยตรง มักสรุปจากเรื่องอื่น เช่น ใน Discourse on Method (บทบาทภาษาว่าด้วยวิธีการ) ขณะที่ต้องเสียเวลาตั้งหลักอภิปรัชญาอยู่นั้น ท่านเสนอเกณฑ์ศีลธรรมตามโอกาสไว้ว่า

ก) เคารพหลักการณ์ทุกอย่างที่มีอยู่

ข) คิดจะทำอะไรแล้วมุ่งหน้าให้มั่นคง

ค) คิดควบคุมตัวเองยิ่งกว่าจะคิดเปลี่ยนแปลงโลก

ง) มุ่งพัฒนาเหตุผลเพื่อหาความจริง เพราะความจริงเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดในมนุษย์

ใน The Passions of the Soul (กิเลสในวิญญาณ) แยกกิจกรรมของมนุษย์ออกตามปรัชญาทวินิยมของท่าน คือ

ก) กิจกรรมเยี่ยงสัตว์หรือสัญชาติญาณ ให้เดินตามกฎกลศาสตร์

ข) กิจกรรมทางปัญญาให้ใช้กฎของจิต

ค) ประเภทที่สามที่ต้องอาศัยทั้งสอง คือ กิเลสจากการรับรู้ (Perception Passions) ซึ่งมีอยู่ 6 ชนิด

decartes

ศีลธรรมที่แล้วมาชอบอ้างว่า มีการต่อสู้ระหว่างจิตใฝ่สูงกับจิตใฝ่ต่ำ เดการ์ตหันมาทาง สโทอิก (Stoicism) ว่า ปัญญามีอำนาจเต็มที่จะตัดสินเด็ดขาด แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับสโทอิกที่ว่าความสมบูรณ์ของชีวิตอยู่ที่ไร้อารมณ์ เพราะเชื่อว่ากิเลส (passions) ไม่ใช่ของเลวในตัว แต่อยู่ที่การใช้ ถ้าคนเราไม่มีกิเลสเลยก็จะขาดความกระตือรือร้น น่ารำคาญ เอพิคิวรัส (Epicurus) ถูกต้องที่ถือว่าความสมบูรณ์ของชีวิตคือ พอใจ ขอแต่อย่าให้เอาความพึงพอใจ (false pleasure) มาแทนเท่านั้น

“เพื่อจะมีความพอใจอย่างแข็งแกร่ง เราต้องเดินตามคุณธรรม กล่าวคือ เราต้องมีไฟแรงและมีกำลังใจมั่นคงที่จะปฏิบัติตามแนวทางที่เราจะตัดสินว่าดีที่สุด และที่จะใช้อำนาจทุกอย่างแห่งความเข้าใจของเราเพื่อจะตัดสินได้ว่าอะไรดีที่สุด”

เพื่อมีความพอใจที่แท้จริง เราต้องศึกษาให้รู้จักตัวเราทั้งส่วนได้เปรียบและจุดอ่อน รวมทั้งสาเหตุที่กระตุ้น ความรู้นี้เรียกว่า ความใจกว้าง (generosity) อันเป็นยอดคุณธรรมของมนุษย์ “จงทำสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดเสมอ”

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018