Descartes on justification for credibility การทำความน่าเชื่อชอบธรรม

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

เดการ์ตเสนอวิธีคิดชนิดค้ำประกันความน่าเชื่อโดยเลียนแบบวิธีพิสูจน์ทฤษฎีเรขาคณิต คือ ให้เริ่มจากปฐมบทที่แจ่มแจ้งชัดเจนที่ไม่มีใครจะสงสัยได้เลย ต่อจากนั้นก็ดำเนินการพิสูจน์ชนิดที่แน่ใจได้ว่าพิสูจน์ได้ถึงไหนก็แน่ใจได้ถึงนั่น นอกจากนั้นให้ถือว่าเป็นการเดาที่ยังไม่รับรอง ด้วยวิธีนี้เดการ์ตแน่ใจว่า

1. ความรู้ของมนุษย์สัมพันธ์กันเป็นระบบเครือข่าย

2. มีพระผู้สร้างที่ไม่อาจจะหลอกลวงมนุษย์ได้ พระองค์ทรงสร้างมนุษย์มาให้รู้ความจริงของเอกภพ เอกภพจึงต้องแบ่งเป็นหน่วยย่อยได้ตามที่มนุษย์เข้าใจ และหน่วยย่อยต่าง ๆ ของเอกภพจะต้องประสานกันเป็นเครือข่ายเหมือนกับเครื่องจักรกลมหึมาเครื่องเดียวที่ทำงานเรียบร้อยอย่างไม่มีที่ติ

3. เรขาคณิตเป็นเพียงส่วนหนึ่งของคณิตศาสตร์ทั้งหมดที่สัมพันธ์กันเป็นระบบเครือข่ายสอดคล้องกันอย่างไม่มีความบกพร่อง

4. ดังนั้น เมื่อมนุษย์สังเกตส่วนใดของเอกภพก็ตามเอามาตรึกตรองตามกฎคณิตศาสตร์ จะได้กฎของเอกภพในส่วนนั้น และจากส่วนนั้นอาจจะอนุมานไล่เลียงไปสู่ส่วนอื่น ๆ ได้ หากใช้ถูกวิธี (สมเหตุผลตามหลักตรรกะ) ไล่เลียงไปถึงไหนก็แน่ใจว่าเป็นความจริงวัตถุวิจัยได้ถึงนั่น

นี่คือเกณฑ์ของลัทธิวจนศูนย์นิยม (logocentrism) ซึ่งจะเป็นความเชื่อที่ครอบงำความคิดของชาวตะวันตกอย่างกว้างขวางมาจนถึงปัจจุบัน มีผู้คัดค้านประปรายมาโดยตลอด จากน้อยคนค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นขบวนการใหญ่ในปัจจุบัน เรียกว่า ขบวนการหลังนวยุค ซึ่งมีความเข้มข้นระดับต่าง ๆ ตั้งแต่สุดขั้วถึงขั้นสายกลางและอ่อนเกินไป

จอห์น ลัค (John Locke 1632-1704) แนะให้เริ่มความรู้จากสมองว่างเปล่า เพื่อมิให้มีอคติแล้วใช้อุปนัยของเบเขินเป็นมูลบท ต่อด้วยนิรนัยของเดการ์ตจะได้จัดระบบความรู้ตามปรารถนา แต่ไม่มีเวลานำมาประยุกต์หาเนื้อหาความรู้ของเอกภพ กายภาพ จึงได้แต่ประยุกต์ใช้กับระบบการเมือง ซึ่งเป็นปัญหาใกล้ตัว

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018