false cause อ้างสาเหตุผิด

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

เรื่องนี้เนื่องมาจากทฤษฎีสาเหตุ จึงควรทำความเข้าใจเรื่องสาเหตุกันเสียก่อน
แอร์เริสทาเทิลเป็นคนแรกที่ศึกษาเรื่องสาเหตุโดยตรง อริสโตเติลใช้คำสำหรับเรื่องนี้ว่า aitia ซึ่งแปลเป็นภาษาละตินว่า causa และกลายเป็นภาษาอังกฤษว่า cause ซึ่งน่าจะตรงกับความหมายของคำว่า ปัจจัย ซึ่งกว้างกว่าคำพูด “สาเหตุ” ในภาษาไทย อริสโตเติลแบ่ง aitia หรือปัจจัยออกเป็น 4 ประเภท คือ

1) Material cause (วัสดุปัจจัย)
2) Formal cause (รูปปัจจัย)
3) Efficient cause (การกปัจจัยหรือสาเหตุ)
4) Final cause (อันตปัจจัย)

เฉพาะ efficient cause อย่างเดียวจึงมีความหมายตรงกับสาเหตุนั่นคือสาเหตุเป็นประเภทหนึ่งปัจจัยตามนัยของอริสโตเติล
ขอให้นึกถึงรูปแกะสลักเป็นตัวอย่าง หินอ่อนเป็นวัตถุปัจจัย รูปเทพเจ้าเป็นรูปปัจจัย ช่างแกะสลักเป็นการกปัจจัย หรือสาเหตุตามความหมายปัจจุบัน และความต้องการรูปไว้บูชาเป็นอันตปัจจัยเรื่องการอ้างสาเหตุผิดเราต้องการการกปัจจัยเพียงอย่างเดียว แอร์เริสทาเทิลชี้แจงไว้ว่า สิ่งทั้งหลายและเหตุการณ์ทั้งหลายจะเกิดขึ้นมาได้ต้องมีสาเหตุ สาเหตุทั่งหลายจึงเป็น สาเหตุจำเป็น (necessary cause) เพราะถ้าไม่จำเป็นหรือสาเหตุบังเอิญ (contingent cause) จะมีหรือไม่มีก็ดี สิ่งหรือปรากฏการณ์อย่างเดียวกันนั้นก็จะเกิดขึ้นอยู่นั่นเอง ถ้าเป็นเช่นนี้จะเรียกว่าเป็นสาเหตุได้อย่างไร แต่สาเหตุจำเป็นอาจจะมีได้หลายอย่างที่ให้ผลอย่างเดียวกัน ถ้าในกรณีใดมีสาเหตุจำเป็นเพียงอย่างเดียวเท่านั้นได้ เราเรียกสาเหตุจำเป็นนั้นว่า สาเหตุจำเป็นและเพียงพอ (necessary and sufficient cause)
เบเขินถือว่าสาเหตุทุกชนิดเป็นสาเหตุจำเป็นและเพียงพอเพราะว่าเหตุการณ์แต่ละอย่างที่เกิดขึ้นย่อมเกิดจากธรรมชาติฝ่ายกระทำการ (generating nature) กระทำต่อธรรมชาติฝ่ายรับการกระทำ (generated nature) ในปริมาณจำกัดและในวิถีทางจำกัดสำหรับเหตุการณ์นั้นโดยเฉพาะ เช่น หวัดที่เกิดจากการตากน้ำค้าง และหวัดที่เกิดจากการติดเชื้อ เบคอนคงจะชี้แจงว่าเราเรียกรวม ๆ ว่าหวัดก็จริง แต่เป็นหวัดคนละชนิด ไม่ใช่ชนิดเดียวกัน

สจ๊วต มิลล์ เดินตามความคิดของเดวิด ฮิวม์ ว่าสาเหตุหรือการกปัจจัยเป็นเรื่องของการเชื่อถือที่ตกทอดมาแต่บรรพบุรุษ เราไม่มีหลักฐานยืนยันว่าสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์ทั้งหลายเป็นอะไร เรารู้เพียงเท่าที่ปรากฏว่าเป็นสาเหตุนำหน้าหรือปัจจัยนำหน้า และนี่กลายเป็นความหมายของคำว่า “สาเหตุ” ตามนัยวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ตามนัยดังกล่าวนี่แหละที่เป็นปัญหาเรื่อง “เหตุผลวิบัติ” กล่าวคือ ยอมรับตามมิลล์ว่าเหตุการณ์หนึ่ง ๆ อาจจะเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุนำหน้า ทั้งที่เราศึกษารู้แล้วและอาจจะยังไม่มีใครรู้เพราะฉะนั้นไม่เป็นการรอบคอบเลยที่ยืนยันเฉพาะที่เรารู้

ตามความหมายของเหตุผลวิบัติข้อนี้ ถ้าเรารู้สาเหตุนำหน้า (antecedent cause) เราสามารถยืนยันได้ตามประสบการณ์ที่เคยมีมาสม่ำเสมอว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้ารู้ผลเราไม่มีสิทธิจะอนุมานว่าเกิดสาเหตุอันใด ถ้าขืนทำไปก็ต้องนับว่าเป็นการอ้างสาเหตุผิดข้อนี้ถือว่าเนื้อหาไม่ถูกต้องสำหรับนิรนัย เช่น

“ตะปูตำทำให้รถยางแตก วันนี้รถยางแตกต้องถูกตะปูตำมาแน่” ความจริงอาจเป็นเพราะยางรั่วก็ได้

“คุณว่าคุณตากน้ำค้างทีไรต้องเป็นหวัดทุกทีนั้น วันนี้คุณรู้สึกจะเป็นหวัดเมื่อคืนคุณคงไปเที่ยวดึกจนตากน้ำค้าง” คนที่ตากน้ำค้างแล้วเป็นหวัดทุกครั้งอาจจะเป็นหวัดเพราะเหตุอื่นอีกด้วยก็ได้ เพราะเหตุที่ทำให้เป็นหวัดยังมีอีกหลายอย่าง เช่น ได้รับเชื่อหวัดมาจากคนอื่น หรืออาจจะถูกแดดจัดก็ได้

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018