Fracastoro, Girolamo ยีโรลาโม ฟราคัสโตโร

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ยีโรลาโม ฟราคัสโตโร (GirolamoFracastoro 1478-1553)เป็นชาวอิตาเลียน เกิดที่เวโรนา เรียนปรัชญาที่ปาดัว และสอนตรรกวิทยาที่นั่นอยู่พักหนึ่ง สนใจการแพทย์ ค้นคว้าและบริการจนมีชื่อเสียง ได้เป็นแพทย์ประจำองค์สันตะปาปาพอลที่ 3 (คอ. 1534-49) นอกจากนั้นยังสนใจดาราศาสตร์รวมทั้งโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ และการทดลองทางวิทยาศาสตร์ด้วย

ฟราคัสโตโรต้องการต่องานปรับปรุงวิชาแพทยศาสตร์ของแพเรอเซลเซิส โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านอธิบายสาเหตุของโรค จนได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งการวินิจฉัยโรคแผนใหม่ ฟราคัสโตโรเสนอวิธีอธิบายโรคด้วยปรัชญาลัทธิปรมาณูทั้ง ๆ ที่ไม่ถือลัทธิสสารนิยม คือสอนว่ามีอนุเทห์ (corpuscular) วิ่งเข้า ๆ ออก ๆ ระหว่างรูของสิ่งต่าง ๆ ทำให้สิ่งต่าง ๆ รู้สึกชอบกัน(sympathy) หรือรังเกียจกัน(antipathy) คือถ้าชอบกันก็ยอมรับอนุเทห์ของกันและกันและมีความรู้สึกร่วมกันเห็นอกเห็นใจกัน ราวกับว่ามีใจเดียวกัน ต้องระวังอยู่เรื่องหนึ่งก็คือว่า เชื้อโรคก็เป็นอนุเทห์ในทำนองเดียวกันนี้ และแพร่ถึงกันได้ด้วยวิธีชอบกันแล้วก็ตายด้วยกัน หากรังเกียจกันก็จะไม่ติดโรค เพราะถ้ารังเกียจกันก็ไม่ยอมรับอนุเทห์ของกันและกัน รู้สึกกันไปคนละทาง ไม่อาจเห็นใจกันได้ จึงหลบหน้ากันไป ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ว่ามีภูมิต้านทานดี จึงเห็นได้ว่าฟราคัสโตโรเห็นด้วยกับแพเรอเซลเซิสว่าโรคติดต่อเกิดจากเชื้อโรค ซึ่งแพเรอเซลเซิสเรียกว่ามหาปฐม แต่ฟราคัสโตโรเรียกว่าอนุเทห์

ทฤษฎีความรู้ของฟราคัสโตโรก็สืบเนื่องมาจากทฤษฎีอนุเทห์อีกนั่นแหละ คือ ถือหลักว่าสิ่งเดียวกันย่อมรู้กัน (the like is known to the like) เรามองเห็นดอกกุหลาบก็เพราะดอกกุหลาบส่งอนุภาคมาเข้าตาเรา เรารู้ว่าเป็นดอกกุหลาบก็เพราะมีอนุเทห์ตัวแทนของดอกกุหลาบอยู่ในตัวเรา หากไม่มีอนุเทห์ของดอกกุหลาบอยู่ในตัวเราเลย เราก็ไม่อาจจะเห็นหรือรู้ว่าเป็นดอกกุหลาบได้ ในทำนองเดียวกันเรารู้ว่าเป็นดอกกุหลาบก็เพราะในตัวเรามีแบบสากลของดอกกุหลาบ ใครมีแบบสากลใกล้เคียงแบบที่สมบูรณ์จะได้ชื่อว่าเป็นศิลปิน สามารถเข้าใจแบบสมบูรณ์ และอาจจะแสดงแบบสมบูรณ์ออกมาได้ หากจะถามว่ามนุษย์ได้แบบสมบูรณ์มาจากไหน ฟราคัสโตโรก็จะอธิบายว่าปัญญาของมนุษย์มีสมรรถภาพอย่างหนึ่งเรียกว่า ความรู้ใต้สำนึก (subnotion) ซึ่งสามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์ คือแยกองค์ประกอบและจัดกลุ่มได้ ลักษณะที่เข้ากลุ่มเดียวกันได้ย่อมจะคล้ายกัน เรียกว่าสิ่งสากลหรือแบบของกลุ่มนั้น

เนื่องจากระบบความคิดของฟราคัสโตโร ไม่สามารถกำหนดได้ว่าเราจะมีชีวิตควบคุมการไหลหรือไม่ไหลของอนุเทห์และเชื้อโรคได้อย่างไร ฟราคัสโตโรจึงต้องหันเข้าหาไสยศาสตร์ที่ตนรู้ในสมัยนั้น เพื่อควบคุมโดยทางลัด เพราะเรายังไม่อาจจะอธิบายได้อย่างน่าพอใจด้วยวิธีตามธรรมชาตินั่นเอง อย่างไรก็ตามฟราคัสโตโรก็ได้แสดงให้เห็นว่าเชื่อมั่นในความมีสมรรถภาพคิดของมนุษย์ว่าสามารถรับข้อมูลมาจัดกลุ่มได้ และก็หวังว่าจากการลงมือปฏิบัติไปมาก ๆ เราก็จะได้หลักการเป็นวิชาการมากขึ้น เรื่องใดที่ยังไม่มีหลักการที่น่าพอใจ ก็ให้เชื่อไสยศาสตร์ไปก่อน และเพื่อจะเชื่อไสยศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผล ฟราคัสโตโรก็รื้อฟื้นมูลบทของอีเบินรูชด์ (Ibn-Rushd 1126-98) ขึ้นมาถือใหม่ว่า กัมมันตปัญญาของมนุษย์ทุกคนมีร่วมกันหน่วยเดียว คือ ปัญญาของพระเจ้า

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018