Hinduism on reality ความเป็นจริงของศาสนาฮินดู

ผู้แต่ง : เมธา หริมเทพาธิป
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

คัมภีร์ของศาสนาฮินดูมีวิวัฒนาการผ่านยุคผ่านสมัยต่าง ๆ มาโดยตลอด คัมภีร์ที่มีอิทธิพลต่อชาวบ้านที่นับถือศาสนาฮินดูแบบศาสนาพราหมณ์ ก็คือ อาคมะ 3 เล่ม คือ ศิวาคมะ ไวษณาคมะ และศักติยาคมะ ทำให้ชาวบ้านเน้นการนับถือศาสนาฮินดูในปัจจุบันเป็น 3 ลัทธิ คือ ลัทธิพระศิวะหรือไศวะ ลัทธิพระนารายณ์ และลัทธิศักติซึ่งมีแนวโน้มทางปฏิบัติลึกลับ

คัมภีร์ เวทานตะทำให้ศาสนาพราหมณ์ดั้งเดิมกลายเป็นศาสนาฮินดูของนักปราชญ์ซึ่งมีความสำนึก กฎระเบียบมาจากกลีภพ ว่าเอกภพมีกฎเกณฑ์ และกฎเกณฑ์นี้มิได้มาจากภายนอกเอกภพ กฎเกณฑ์นี้เป็นพลังแฝงอยู่ภายในกลีภพ ค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นในกลีภพเพื่อจัดระเบียบให้กับเอกภพโดยการสร้างสรรค์ พลังนี้แหละคือ ปรมาตมัน ซึ่งแสดงตัวออกเป็นผู้สร้าง การสร้างมิใช่การบันดาลให้มีอะไรสักอย่างขึ้นมาใหม่ หากแต่เป็นการแยกพลังออกให้เป็นบุคคลเอกเทศ เพื่อทำหน้าที่ควบคุมพลังต่าง ๆ

พระเจ้าของศาสนาฮินดูจึงเป็นทั้งอันตระและอุตระ คือ ทั้งแทรกอยู่ในเอกภพและแยกออกจากเอกภพ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในเอกภพ พลังทั้งหลายที่ปรากฏขึ้นในเอกภพย่อมแบ่งส่วนจากพลังรวมนี้ พระเจ้าที่ปรากฏแบ่งส่วนออกมาทำหน้าที่ควบคุมส่วนต่าง ๆ ของเอกภพ เป็นพระเจ้าในสภาพปรากฏแก่สติปัญญาของมนุษย์ ผู้เข้าถึงความคิดนี้ในระยะแรก ๆ ย่อมไม่สามารถหาศัพท์มาแสดงออกอย่างตรง ๆ ได้ จึงต้องใช้วิธีแสดงออกด้วยโวหารสัญลักษณ์เช่นเดียวกับคัมภีร์ของศาสนาโบราณอื่น ๆ

โศลกสร้างโลกจากคัมภีร์ฤคเวทกล่าวไว้ว่า

ในครั้งกระโน้น ไม่มีอะไรเลยทั้งความเป็นหรือความไม่เป็น ไม่มีอากาศ
ไม่มีฟ้า อะไรเล่าครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกสิ่งทุกอย่างเล่าตั้งอยู่บนอะไร ตั้งอยู่
บนห้วงน้ำลึกหรือ ในครั้งนั้นความตายก็ยังไม่มี ความไม่ตายก็ยังไม่มี ยังไม่มี
กลางวันกลางคืนหมุนเวียนกัน แต่ทว่ามีสิ่งหนึ่งหายใจอย่างสงบเงียบ มีอยู่โดย
ตนเอง ไม่มีอะไรอีกนอกเหนือไปจากสิ่งนี้ ความมืดแฝงอยู่ในความมืด มีแต่น้ำ
ทั่วไปหมด สิ่งนั้นมีลักษณะเป็นความว่างซ่อนอยู่ในความสับสน ค่อย ๆ เติบโต
ขึ้นด้วยพลังความร้อนในตัว ความอยากเริ่มฟักตัวขึ้นในสิ่งนั้นเป็นอันดับแรก
ความอยากจะกลายเป็นจิตในภายหน้า จิตซึ่งเป็นสิ่งกลางระหว่างความไม่มีกับ
ความมี ดังที่นักปราชญ์ผู้ใฝ่หาความจริงได้พบแล้ว ความร้อนที่ฝ่าความมืดและ
ผ่านห้วงมหรรณพนั้น มาจากเบื้องล่างหรือเบื้องบนกันแน่ กวีใดเคยแถลงไว้บ้าง
หรือ แต่ทว่านั่นแหละคือพลังสร้างสรรค์ชีวิตพลังอันทรงอานุภาพได้เกิดขึ้น…
สสารที่มีอยู่โดยตนเองอยู่เบื้องล่าง พลังอยู่เบื้องสูงใครรู้บ้างหรือ หรือว่าเคยมีใคร
บอกไว้บ้างหรือว่าการสร้างมโหฬารนี้มาจากไหนขณะนั้นยังไม่มีเทพเลยสักองค์
เดียว ใครเล่าจะสามารถล่วงรู้ความจริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ใครเล่าจะรู้ได้ว่าโลก
นี้มีมาตั้งแต่เมื่อใด เกิดขึ้นจากพระหัตถ์พระเจ้าหรือไม่ ถ้าจะมีผู้รู้เห็นก็จะมีแต่
พระเจ้าบนสวรรค์แต่องค์เดียวเท่านั้น พระองค์สามารถเปิดเผยให้เรารู้จักได้”

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018