paradigm

induction’s validity ความสมเหตุสมผลของอุปนัย

ผู้แต่ง : สุดารัตน์ น้อยแรม
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

อุปนัย (induction) คือ การพิสูจน์โดยอ้างประสบการณ์เฉพาะหน่วยสนับสนุนข้อความทั่วไปที่เรายังไม่แน่ใจ เช่น เราเคยเห็นต้นมะพร้าวมาจำนวนมากแล้ว ปรากฏว่าไม่แตกกิ่งก้านเหมืนต้นไม้อื่น ๆ เราก็อนุมานเป็นกฎทั่วไปว่า “ต้นมะพร้าวทุกต้นไม่แตกกิ่งก้าน”

ความสมเหตุสมผลของอุปนัย (validity of induction) ถ้าเราพิจารณาตามนัยของวิธีนิรนัยแล้ว จะเห็นว่าวิธีอ้างประสบการณ์บางหน่วยมาสนับสนุนข้อความทั่วไป ซึ่งกินความถึงทุกหน่วยเช่นนี้ ย่อมไม่สมเหตุสมผล เพราะเป็นการอนุมานเกินสิ่งกำหนดให้ นั่นหมายความว่าวิธีอุปนัยจะต้องมีกฎความสมเหตุสมผลของตนเองเป็นพิเศษ ไม่เดินตามกฎของวิธีนิรนัย

กฎความสมเหตุสมผลของอุปนัยก็คือ “ต้องมีประสบการณ์จนสามารถปักใจได้” การปักใจ (assent) ก็คือ การเล็งเห็นว่า ลักษณะนี้น่าจะเป็นธรรมชาติของสิ่งนั้น เช่น “เราเห็นคนเข้าโรงภาพยนตร์ 20 คนสวมเสื้อขาว เราอนุมานโดยวิธีอุปนัยว่าคนในโรงภาพยนตร์ทุกคนสวมเสื้อขาว” กรณีนี้เรามีสิทธิปักใจได้น้อยที่สุด ‘เราเห็นนิสิตจุฬาฯ 20 คนสวมเสื้อขาว เราอนุมานว่านิสิตจุฬาฯ ทุกคนสวมเสื้อขาว’ กรณีนี้เรามีนิสิทธิปักใจมากขึ้นกว่ากรณีแรก ‘เราเห็นต้นมะขามที่สนามหลวง 20 ต้นมีรูปปลายแหลมเป็นฉัตร เราอนุมานว่าต้นมะขามทุกต้นมีรูปเป็นฉัตร’ เรามีสิทธิปักใจมากขึ้นกว่า 2 กรณีแรก

‘ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งไม่เคยเห็นต้นมะขามเลย บังเอิญไปเห็นกลางป่า 2 ต้น มีคนตกแต่งตัดเป็นปลายแหลมทิ้งไว้ ไม่มีร่องรอยให้รู้เลยว่าเคยมีคนมาอาศัยอยู่ตรงนั้น เขาอนุมานว่าต้นมะขามทุกต้นมีปลายแหลมเป็นรูปฉัตร’ ชาวญี่ปุ่นมีสิทธิที่จะปักใจมากกว่า 3 กรณีแรก เพราะอยู่ในสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ แต่ก็ยังนับว่าไม่เพียงพอ เพราะมีประสบการณ์น้อยเกินไป ยังไม่น่าจะอนุมานได้ ทั้ง 4 กรณีนับว่าใช้ไม่ได้ทั้งสิ้น แต่กรณีหลังมีสิทธิปักใจมากกว่ากรณีแรกตามลำดับ จึงเห็นได้ว่ามีวิธีอุปนัยมีกฎความสมเหตุสมผลเพียงกฎเดียวก็จริง

แต่ในทางปฏิบัติแล้วตัดสินความสมเหตุสมผลได้ยากกว่าวิธีนิรนัยมาก เพราะเราไม่อาจจะกำหนดให้แน่นอนลงไปได้ว่าเมื่อไรจึงปักใจได้ ทั้งนี้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและไหวพริบของผู้ปฏิบัติวิธีอุปนัยเป็นจัยจัยสำคัญ เพราะเหตุนี้เอง แม้จะทำอุปนัยถูกต้องตามวิธีจนสมเหตุสมผลแล้ว เราไม่สามารถจะแน่ใจในผลสรุปได้เต็มที่เหมือนเวลาเราได้ความสมเหตุสมผลจากวิธีนิรนัย เราจึงกล่าวว่าวิธีนิรนัยให้ความแน่นอน (certainty) ส่วนวิธีอุปนัยให้ความน่าจะเป็น (probability) เรื่องนี้เราจะพิจารณากันเป็นพิเศษในบทต่อไปนี้

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018