John of Damascus จอห์นแห่งเดอแมสเคิส

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

จอห์นแห่งเดอแมสเคิส (John of Damascus) เรียกได้อีกอย่างว่าจอห์น เดเมิสซีน (John Damascene?-749) เป็นชาวเดอแมสเคิส เชื้อสายอาหรับได้รับการศึกษาแบบคริสต์ตะวันออก จึงเขียนเป็นภาษากรีก ขยันค้นคว้าหาความรู้ จึงนับได้ว่าเป็นนักปราชญ์ผู้รอบรู้ที่สุดแห่งระยะมืดของยุคกลาง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรขึ้นมาใหม่อย่างเป็นล่ำเป็นสัน จุดเด่นของเดเมิสซีนก็คือรวบรวมความคิดเห็นของสมัยของตนได้ยอ่างกว้างขวางละเอียดลออ อธิบายได้อย่างชัดเจน กะทัดรัด และสรุปได้อย่างรัดกุมถุกประเด็นที่ต้องการ อาจกล่าวได้ว่าเดเมิสซีนเป็นหัวเลี้ยวจากสมัยปิตาจารย์เข้าสู่สมัยอัสสมาจารย์ เพราะหลังจากมรณกรรมของเดเมิสซีนได้ไม่นาน ชาร์ลมาญก็จะเริ่มตั้งตัวได้ในประเทศฝรั่งเศส และจะเริ่มฟื้นฟูปรัชญาตะวันตกให้พ้นจากระยะมืดแห่งสมัยปิตาจารย์เข้าสู่ระยะฟื้นฟูจองสมัยอัสสมาจารย์ ในการฟื้นฟูครั้งนี้ งานนิพนธ์ของเดเมิสซีนจะมีบทบาทสำคัญ เพราะจะมีผู้แปลออกเป็นภาษาละตินและจะเป็นพื้นฐานของการศึกษาปรัชญาในระยะรุ่งเรือง

ปรัชญา เดเมิสซีนเป็นเจ้าของนิยามว่า “ปรัขญาคือศีลปะแห่งศีลปะทั้งหลาย และเป็นวิทยาการแห่งวิทยาการทั้งหลาย” (philosophy is the art of arts and science of sciences) แยกปรัชญาออกเป็น 2 สาขาคือ

ปรัชญาคำนึง (speculative philosophy) ได้แก่ เทววิทยา สรีรวิทยา และคณิตศาสตร์

ปรัชญาปฏิบัติ(practical philosophy) ได้แก่ จริยศาสตร์ เคหเศรษฐศาสตร์ (domestic economy) และการเมือง

สำหรับเดเมิสซีนความรู้ทุกอย่างเป็นปรัชญา

พระเป็นเจ้า

ธรรมชาติของพระเป็นเจ้า พระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือสิ่งมีอยู่และการมีอยู่ทั้งหลาย พระองค์ทรงอยู่เหนือความรู้ทั้งหลาย มนุษย์จึงไม่อาจจะเข้าใจพระองค์ได้ (incomprehensible) และไม่อาจจะบรรยายถึงพระองค์ได้ (ineffable) อย่างมากก็พูดได้แต่เพียงว่า พระองค์ไม่เป็นอะไรเท่านั้น (negative way)

สรุป แม้จะถือว่าเดเมิสซีนเป็นผู้รวบรวมความคิดปรัชญาปิตาจารย์เพื่อส่งมอบให้แก่นักปรัชญาอัสสมาจารย์ แต่ก็สังเกตได้ว่าเดเมิสซีนได้แต่รวบรวม ไม่มีความสามารถถึงกับจัดเนือ้หาให้สัมพันธ์กันเป็นระบบด้วยเหตุผล และยังไม่สนใจหาเหตุผลของคำสอนที่รวบรวมไว้มากนัก ทั้งสองเรื่องนี้จะเป็นภารกิจ โดยตรงของนักปรัชญาอัสสมาจารย์ ซึ่งเราจะได้เห็นกันในบทต่อไปว่ามิใช่จะทำได้สำเร็จในทันที นักปรัชญาจะต้องพากเพียรค้นคว้าสืบต่อเนื่องกันหลายชั่วคน ต้องแก้ไขปรับปรุงกันเป็นทอดๆ ไปจนกว่าจะได้ระบบปรัชญายุคกลางที่เด่นชัดในศตวรรษที่ 13 แน่นแฟ้นและลึกซึ้งที่สุดในระบบความคิดของอไควเนิส

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018