Kant’s Pure Reason เหตุผลบริสุทธิ์
ผู้แต่ง : เมธา หริมเทพาธิป
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

คานท์แถลงความคิดใหม่ซึ่งเทียบได้กับการปฏิรูปของโคเพอร์นิเขิส (Copernieus) ว่า ความรู้ของเรามีจุดเริ่มต้นจากภายนอก คือแทนที่จะอธิบายว่าความรู้มีบ่อเกิดจากภายในปัญญาก็สอนกลับว่ามาจากภายนอก สิ่งภายนอกซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความรู้นั้นเรียกว่า นูเมอเนอ (Noumena or things-in-themselves วัตถุตามที่มันเป็นอยู่ในตัวของมัน) นูเมอเนอก่อนจะมาเป็นความรู้ของเราต้องผ่านกลไกในสมองของเราเป็นขั้น ๆ แต่ละขั้นให้ความรู้แก่เราในระดับต่าง ๆ กัน แต่ละขั้นเรียกว่าแบบของความรู้ (form of knowledge) มีอยู่ 3 ขั้น ความรู้จึงแบ่งได้เป็น 3 ระดับ ดังนี้
1. ความรู้ระดับประสบการณ์ (Experiential Knowledge) ผ่านกลไกขั้นแรกที่เรียกว่า แบบแห่งความรู้สึก (Pure Forms of Sensibility) ซึ่งมีอยู่ 2 ชั้นคือ อวกาศและเวลา (Space and Time) ได้ความรู้เป็นประสบการณ์เฉพาะหน่วย

kantPFU

2. ความรู้ระดับวิชาการ(Scientific Knowledge) เป็นความรู้สากล ผ่าน 12 แบบบริสุทธิ์แห่งความเข้าใจ (Pure Forms of Understanding) ซึ่งมี 4 ชั้น ๆ ละ 3 ช่อง เพื่อได้ความรู้ระดับนี้ นูเมนา ต้องได้ผ่านแบบแห่งความรู้สึกมาแล้ว จึงมาผ่านทั้ง 4 ชั้น ๆ ละ 1 ช่อง ความรู้ต่างประเภทกัน จะผ่านช่องต่าง ๆ กันไป มีกลไกเรียกว่า สคีมาตา (Schemata) คอยป้อนให้ถูกช่อง ดังตารางต่อไปนี้

kantPR

เช่น เรามีความรู้ว่า “ดอกกุหลาบบางดอกสีค่อนข้างแดง” ข้อความนี้มีลำดับการเข้าใจ 4 ชั้น ดังนี้

1) ผ่านช่องกลาง (Particular แปลว่าบางหน่วย) ของชั้นที่ 1 (ชั้น Quantity แปลว่า ปริมาณ) ไม่ผ่านช่อง Universal ซึ่งแปลว่าสากล และไม่ผ่านช่อง Singular ซึ่งแปลว่า หน่วยเดียว

2) ผ่านช่องล่าง (Infinite แปลว่าเป็นบ้างไม่เป็นบ้าง) ของชั้นที่ 2 (ชั้น Quality ซึ่งแปลว่า คุณภาพ) ไม่ผ่านช่อง Affirmative ซึ่งแปลว่า เป็น และ ไม่ผ่านช่อง Negative ซึ่งแปลว่าไม่เป็น

3)  ผ่านช่องบน (Categorical แปลว่ามีความหมายเด็ดขาด) ของชั้นที่ 3 (ชั้น Relation ซึ่งแปลว่าความสัมพันธ์) ไม่ผ่านช่อง Hypothetical ซึ่งแปลว่ามีการสมมุติ และไม่ผ่านช่อง Disjunctive ซึ่งแปลว่ามีการเลือก

4) ผ่านช่องกลาง (Assertoric แปลว่า บอกเล่า) ของชั้นที่ 4 (ชั้น Modality ซึ่งแปลว่ามาลาของข้อความ มาจากคำว่า Mood = มาลา) ไม่ผ่านช่อง Problematic ซึ่งแปลว่าถาม (question) และ ไม่ผ่านช่อง Apodictic ซึ่งแปลว่าสั่งหรือห้าม (imperative)

จะเห็นได้ว่าข้อความใดข้อความหนึ่ง ย่อมแถลงให้ทราบว่ากล่าวถึงกี่หน่วย ซึ่งรู้ได้ที่ปริมาณของประธานในประโยค (Quantity) กล่าวเป็นเชิงรับ ปฏิเสธ หรือ แบ่งรับแบ่งสู้ ซึ่งรู้ได้ที่คุณภาพของภาคแสดงในประโยค(Quality) ความสัมพันธ์ของประโยคกับสิ่งแวดล้อม (Relation) และท่าทีของผู้แถลงข้อความ (Modality)

เมื่อผ่านครบ 4 ชั้นดังกล่าว เราจึงได้ความรู้ว่า “กุหลาบบางดอกสีค่อนข้างแดง” ซึ่งแสดงว่าได้ผ่านช่องต่อไปนี้คือ บางดอก (ช่อง 2) ค่อนข้าง (ช่อง 6) สี (ช่อง 7) แดง (ช่อง 11)

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018