Kant’s space and time พื้นที่และเวลของคานท์

ผู้แต่ง : เมธา หริมเทพาธิป
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

พื้นที่และเวลา (Space and Time) เป็นรูปแบบก่อนประสบการณ์ (a priori forms) เพราะเรารู้โดยไม่มีประสบการณ์ และเราไม่สามารถมีประสบการณ์ถึงพื้นที่และเวลาโดยตรง เรามีประสบการณ์ได้ก็แต่สิ่งของในพื้นที่และเวลา และเราทราบดีว่าพื้นที่และเวลาไม่ใช่คุณภาพติดมากับวัตถุที่เรามีประสบการณ์ เพราะเราสามารถเข้าใจพื้นที่และเวลาได้โดยไม่มีวัตถุ เช่น เราเข้าใจ 3 ก.ม. และ 5 ช.ม. ตรงกันข้ามเราจะเข้าใจวัตถุไม่ได้ถ้าหากเราไม่เข้าใจว่ามันอยู่ในพื้นที่และเวลา เพราะฉะนั้นพื้นที่และเวลาไม่ใช่เป็นสิ่งติดมากับ นูเมอเนอ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลไกของสมองของเราที่ยัดเยียดให้แก่วัตถุภายนอกเพื่อให้เข้ามาอยู่ในขอบข่ายของความรู้ของเราได้

kantTS

อนึ่ง พื้นที่และเวลาเป็นแบบของความรู้สึก เพราะช่วยให้เราใช้ประสาทสัมผัสรับรู้สิ่งเฉพาะหน่วยได้ ความรู้สึกภายนอกแต่ละสิ่งเราต้องรู้สึกในพื้นที่และเวลา เช่น ฉันเห็นต้นไม้ต้นนี้ห่างจากฉัน 5 วาในเวลาเย็น ส่วนความรู้สึกภายใน เช่น ดีใจ เสียใจ หมั่นไส้ ไม่จำเป็นต้องรู้สึกในพื้นที่แต่ต้องรู้สึกในเวลา เช่น ความดีใจ เราไม่ทราบว่าอยู่ในส่วนไหนของร่างกาย รู้สึกมากที่หัวใจก็จริงแต่ก็รู้สึกว่าสบายไปทั่วตัว เวลารู้สึกดีใจนั้นมีกำหนดเวลาแน่นอน จึงเป็นความรู้สึกในเวลา

เป็นอันว่าพื้นที่และเวลาสำหรับคานท์ เป็นของไม่มีจริงภายนอก หรือมีจริงเป็นอย่างไรเราไม่มีทางจะรู้ ที่เรารู้เป็นของที่กลไกสมองของเราปั้นขึ้นเองแล้วยัดเยียดให้แก่วัตถุที่จะเข้ามาในประสบการณ์ของเรา เรื่องจึงไปกันใหญ่ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เรขาคณิตที่เราเรียนมามิเป็นผลเนื่องมาจากพื้นที่ที่สมองของเราปั้นขึ้นหรือ ถ้าอย่างนั้นเราจะทราบได้อย่างไรว่า เรขาคณิตที่เราเรียนกันอยู่นั้นจะตรงกับความเป็นจริงภายนอก

ที่ดิน ที่บ้าน ซึ่งเรามีโฉนดวัดกันด้วยเรขาคณิตนั้นมีจริงหรือเปล่า เราซื้อที่ดิน 100 ตารางวา มิเป็นการซื้อสิ่งที่สมองของเราเองปั้นขึ้นหรือ แต่เราก็มีสิทธิ์สร้างบ้านอยู่ได้สบาย ถ้าไม่ยอมเสียเงินให้ค่าทำขวัญเรื่องที่สมองของเราเองปั้นขึ้นมา เราก็เข้าไปสร้างบ้านไม่ได้ เรื่องพื้นที่ 4 มิติ 5 มิติ และประสาทสัมผัสที่ 6 มิเป็นโครงสร้างของสมองที่เราไม่มี บางคนอาจมีก็ได้

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018