Kierkegaard on ethics จริยศาสตร์ของคีร์เคกอร์ด

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

คีร์เคกอร์ดแบ่งจริยศาสตร์ออกเป็น 2 ระดับ ระดับต่ำ ได้แก่ จริยศาสตร์ที่เป็นแขนงหนึ่งของปรัชญา จึงอยู่ในระดับสุนทรียะเหมือนปรัชญา ส่วนระดับสูงนั่นมีพื้นฐานอยู่บนกฎนิรันดรที่ผูกมัดผู้ยอมรับให้มีพันธะ กฎนิรันดรอย่างนี้ไม่สามารถสรุปได้จากระบบปรัชญา แต่เกิดจากการที่นักปรัชญาตัดสินใจยอมรับพันธะ จึงนับว่าเป็นการกระโดดพ้นจากระดับสุนทรียะเข้าสู่ระดับจริยะที่สูงขึ้น คีร์เคกอร์ดอ้างซาคเขรอถิสและเพลโทว์เป็นตัวอย่างนักจริยศาสตร์ระดับสูง และอ้างแอร์เริสทาทเถิลเป็นตัวอย่างนักจริยศาสตร์ระดับต่ำ เพราะแอร์เริสทาทเถิลเองอ้างว่าคุณธรรมเป็นสิ่งงดงามและมีผลให้มีชีวิตอย่างสมบูรณ์ในโลกนี้เท่านั้น จริยศาสตร์แบบนี้ตรงกับกฎหมายและการเมือง เมื่อพูดถึงจริยศาสตร์จะควรหมายถึงจริยศาสตร์ระดับสูงเท่านั้น

คุณสมบัติของจริยศาสตร์ระดับสูง มีดังต่อไปนี้

1. ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น คำนึงแต่เพียงว่าเป็นวิถีทางที่ดี พึงปฏิบัติผลจะเกิดขึ้นอย่างใดไม่คำนึง เรียกได้ว่า ทำความดีเพราะความดี “เขาปล่อยให้จุดหมายกำหนดวิธีการ เขาจึงเป็นคนระดับต่ำ ความถูกต้องและหน้าที่มีผลบังคับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนหรือรัฐลบาลย่อมไม่มีสิทธิจะละเมิด แม้คนทั่วไปจะถือว่าการเมืองได้รับการยกเว้นก็ตาม” อย่างไรก็ตาม ถ้าทำความดีเพราะเห็นแก่พระเจ้า คีร์เคกอร์ดถือว่าสูงขึ้นไปอีก อยู่ในระดับศาสนา

2. ไม่อาจจะพิสูจน์ให้แน่ใจด้วยเหตุผล จึงเป็นจริยศาสตร์ที่อาจจะสงสัยได้เสมออัตถิภาวะที่อยู่ในระดับจริยะนี้ได้จะต้องกระโดดข้ามความสงสัยขึ้นมา แต่เมื่อกระโดดขึ้นมาแล้วก็จะรู้สึกว่าตนอยู่ในระดับสูงกว่าจริยศาสตร์ที่มีพื้นฐานอยู่บนปรัชญา อัตถิภาวะระดับจริยะจึงต่างก็เคยสงสัยและเป็นนักวิมตินิยมมาก่อน หากแต่กล้าตัดสินใจกระโดดข้ามความสงสัย จึงมาถึงระดับสูงนี้ได้ ผู้ที่ไม่กล้ากระโดดก็จะอยู่ในความสงสัยและเป็นนักวิมตินิยมต่อไป หรือมิฉะนั้น ก็คิดสร้างระบบปรัชญาขึ้นปลอบใจ “น่าสังเกตอย่างที่สุดว่า นักวิมตินิยมเกือบทุกคนไม่ติดใจสงสัยเรื่องความเป็นจริงของเจตจำนง พวกเขาจึงอาจจะบรรลุถึงจุดที่พวกเขาควรจะบรรลุถึง เพราะการบรรลุต้องอาศัยเจตจำนง

3. เป็นอุดมการณ์ในสิ่งแวดล้อมของอัตถิภาวะ แม้นักจริยศาสตร์จะมีอุดมการณ์สูงส่งเหนือผลได้ผลเสียๆ ในโลก แต่เขาก็ไม่ลืมสิ่งแวดล้อมของตนเอง เขาจะมุ่งหน้าสู่อุดมการณ์โดยคำนึงถึงสภาพความเป็นมนุษย์ของตนในสถานที่และเวลาที่กำหนดให้

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018