Kierkegaard on existence อัตถิภาวะของคีร์เคกอร์ด

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

อัตถิภาวะเป็นพื้นฐานของจริยธรรมคีร์เคกอร์ดให้สูตรสั้นๆ แต่กินความหมายมากไว้ว่า “คริสตศาสนาเป็นกระแสชีวิต” นั่นคือ จริยธรรมของคริสตชนไม่ใช่การปฏิบัติตามแบบแผนที่วางไว้ตายตัวเรียบร้อยแล้ว แต่เป็นเรื่องที่คริสตชนแต่ละคนจะต้องพินิจพิเคราะห์จากอัตถิภาวะของพระคริสต์ ซึ่งตนมีศรัทธายอมรับเป็นตัวอย่างแห่งการดำรงชีวิต ผสมผสานกับอัตถิภาวะของตนเองตามสภาพแวดล้อมที่เป็นจริง เราจะถ่ายทอดเอาวิธีปฏิบัติของพระคริสต์มาเป็นวิธีปฏิบัติของเราตรงๆตามตัวอักษรไม่ได้ เพราะสถานการณ์ต่างกัน พระองค์ทรงเป็นศาสดา เราเป็นสาวก พระองค์ทรงมีพระชนมชีพในอดีต เรามีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน พระองค์ทรงปฏิบัติตนเหมาะสมตามสถานการณ์ของพระองค์ เราควรเอาแง่นี้มาพิจารณาว่า เราพึงปฏิบัติตนอย่างไรในสถานการณ์ของเรา จึงจะเหมาะสม

คีร์เคกอร์ดยกตัวอย่างเรื่องการวางใจในพระญาณสอดส่องของพระเจ้า พระเยซูไม่ทรงห่วงใยสะสมปัจจัยและทรงชี้แจงว่า แม้ไม่ห่วงใยถึงวันรุ่งขึ้นก็ยังมีกิน ดอกไม้ไม่ห่วงใยถึงเครื่องประดับก็ยังสวยงามพระองค์ไม่มีแม้กระทั่งก้อนหินหนุนศีระษะเป็นสมบัติส่วนตัว แต่นั่นคีร์เคกอร์ดชี้แจงว่าพระองค์ปฏิบัติตนเหมาะสมกับสถานการณ์ของพระองค์ ถ้าเราอยากจะเลียนแบบพระองค์ ต้องไม่ยึดเอาการปฏิบัติเหมือนพระองค์อย่างเถรตรง แต่ต้องเลือกการปฏิบัติที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ทั้งๆที่มีความวางใจในพระญาณสอดส่องของพระเจ้าเหมือนพระเยซู พระองค์ทรงอยู่ในสถานการณ์อย่างหนึ่งที่กำหนดตายตัวสำหรับพระองค์ พระองค์ไม่สามารถจะทรงอยู่ในทุกสถานการณ์ เพื่อเป็นแบบฉบับแก่เราได้ในทุกสถานการณ์ที่เราอาจจะประสบ

ถ้าพระองค์อยู่ในทุกสถานการณ์ได้ การมีชีวิตของพระองค์ก็คงจะไม่ใช่อัตถิภาวะอย่างมนุษย์เสียแล้ว พระองค์จะไม่สามารถใกล้ชิดกับเราได้อย่างที่ทรงพระประสงค์ ถ้าจะคิดว่าพระองค์ทรงมีอัตถิภาวะเหมือนเรา แต่ทว่าพิเศษกว่าเราในแง่ที่ว่าอัตถิภาวะของพระองค์อยู่จริงๆในทุกสถานการณ์ที่เป็นไปได้

คีร์เคกอร์ดเห็นว่า ความคิดเช่นนี้เป็นประติทรรศน์(paradox) ซึ่งคีร์เคกอร์ดใช้ในความหมายว่าปฏิบท (contradiction) นั่นคือ ไม่สามารถจะเป็นไปได้ “

คีร์เคกอร์ดว่าเป็นเรื่องน่าทึ่งที่เห็นใครคนหนึ่งมีศรัทธาและวางใจในพระญาณสอดส่องของพระเจ้า ถึงขนาดที่ว่าไม่สาละวนในเรื่องใดเลย มีชีวิตเหมือนนกในอากาศและดอกไม้ในทุ่ง แต่ทว่าตัวอย่างนี้จะเป็นมาตรการความประพฤติสำหรับชีวิตมนุษย์ได้เพียงใด คนเราไม่ต้องทำงานเพื่อยังชีพหรือ การทำงานมิสูงส่งกว่าการอยู่ว่างหรือ ข้าพเจ้าจะกล้าเพิกเฉยไม่สร้างอนาคตเทียวหรือ… คงจะน่ายกย่องมากกว่า ถ้าได้อนุโลมตามสภาพเป็นจริงของชีวิต

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018