language analysis

language analysis ลัทธิภาษาวิเคราะห์

ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ลัทธินี้อ้างว่าภาษากับความคิดเป็นของคู่กัน ภาษาชัดเจนความคิดก็แจ่มใส ภาษากำกวมความคิดก็สับสน ดังนั้น หลักที่ควรยึดถือก็คือ การวิเคราะห์ความหมายของภาษาจนได้ความเข้าใจแจ่มแจ้งและชัดเจน สอดคล้องไม่ขัดแย้งกัน จึงน่าจะเชื่อได้ว่าเรื่องที่เข้าใจนั้นถูกต้อง

โดยนำเสนอภาษาแบบอุปนัย (inductive) ผ่านการใช้ตัวบท, สถานการณ์, งาน หรือบางครั้งก็เพียงแต่ขอให้ผู้เรียน “สังเกต” (notice) ระบบคำ (lexis) เท่านั้น อย่างไรก็ตามวิธีการแบบนิรนัย (deductive) ก็สามารถนำมาใช้ได้ หลังจากที่เรียนรู้กฎ และนำกฎต่างๆไปใช้

กรอบโครง (framework) ซึ่งนำมาใช้วิเคราะห์ภาษา ได้แก่

1. ฟอร์ม (form) หมายถึง รูปทรงของภาษา, กฎที่กำหนดภาษา, ความยุ่งยากต่างๆตอนใช้ภาษา

2. ระบบเสียง (phonology) หมายถึง เสียง, การเน้นคำ, ลักษณะของการพูดที่มีความต่อเนื่อง, การเน้นประโยค, ท่วงทำนองและจังหวะ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้ผู้เรียนของเร้าข้าใจภาษาพูด และทำให้การพูดของเขาเป็นธรรมชาติ, ง่ายต่อการเข้าใจ, และทรงความหมายมากขึ้น

3. หน้าที่ (function) หมายถึง จุดประสงค์ ในการใช้ภาษา, บริบท, ใครเป็นผู้ใช้ และใช้ในสถานการณ์อะไร

4. ความหมาย (meaning) หมายถึง สารที่ผู้พูดตั้งใจจะนำเสนอ ซึ่งแตกต่างไปตามบริบท โดยเฉพาะโครงสร้างที่สามารถใช้มากกว่า 1 หน้าที่

5. ความสุภาพและความถูกต้อง (register and appropriacy) เมื่อใดและกับใครที่จะใช้ภาษาเหล่านี้ได้

 

ทั้งนี้ ลัทธินี้ยังเชื่อว่า ตราบใดที่เรายังไม่รู้กลไกของสมอง ไม่มีหลักการอะไรจะยึดถือได้ดีกว่านี้ และวิธีการนี้เองจะเป็นทางช่วยให้เข้าใจกลไกของสมองได้ในที่สุด นับเป็นการเกริ่นลัทธิหลังนวยุคเป็นอย่างดี

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018