Locke on good/bad ลัคเรื่องดี/ชั่ว

ผู้แต่ง : เอนก สุวรรณบัณฑิต
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ตามความคิดของลัค ทุกคนมีประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับความพอใจหรือความทุกข์ร้อนร้อน (pleasure or pain) จึงเป็นเรื่องที่นิยามไม่ได้และวิเคราะห์ไม่ได้ แต่ประสบการณ์เรื่องนี้ผิดกับประสบการณ์โดยตรงอื่น ๆ เพราะเป็นประสบการณ์ที่ควบคู่ไปกับประสบการณ์อื่น ๆ ทุกอย่าง ไม่ว่าเราจะมีประสบการณ์และมีมโนคติเรื่องใด เราจะต้องรู้สึกพอใจหรือทุกข์ร้อนร้อนอย่างใดอย่างหนึ่งควบคู่ไปด้วยเสมอ และไม่มีใครปฏิเสธว่าชอบความพอใจและเกลียดความทุกข์ร้อนร้อน

เพราะฉะนั้นความพอใจคือ สิ่งดี และความทุกข์ร้อนคือ สิ่งเลว

ความประพฤติที่นำความพอใจก็เป็นความประพฤติดี และความประพฤติใดที่นำความทุกข์ร้อนมาสู่ตนก็เป็นความประพฤติชั่ว
หน้าที่ของจริยศาสตร์จึงอยู่ที่ค้นคว้าเพื่อกำหนดลงไปว่า ในสิ่งแวดล้อมเช่นนั้นเช่นนี้ บุคคลจะต้องทำอย่างไรจึงจะให้ความพอใจและหลีกเลี่ยงความทุกข์ร้อนได้มากที่สุด

แต่ลัคก็ตระหนักอยู่เหมือนกันว่า หลักจริยศาสตร์ที่วางไว้แม้เพื่อจะได้ความพอใจมากที่สุดเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่รู้ก็หาเป็นที่จูงใจผู้รู้เสมอไปไม่ คนเราชอบเห็นแก่ได้เฉพาะหน้าจนกล้าละเลยผลร้ายในบั้นปลาย เพราะฉะนั้นเจตจำนงที่เลว(bad will) ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอะไรดีให้ความสุขแก่ตนเองมากที่สุด ก็ยังเห็นแก่ได้เฉพาะหน้าอยู่นั่นเอง ส่วนผู้ที่ใช้ปัญญารู้จักสละสิ่งล่อใจเฉพาะหน้า เลือกเอาความสุขที่จะได้มากที่สุดตามที่นักปราชญ์ทางจริยศาสตร์ค้นคว้าทดสอบจนตั้งเป็นกฎเกณฑ์ได้แล้วเช่นนี้ นับว่าเป็นคนมีเจตจำนงที่ดี(good will)
การที่คนเจตจำนงที่ดีตัดสินผิดพลาดได้ ก็เพราะความรู้สึกในจิตวิทยาของคนเรา ของใกล้เราเห็นใหญ่ ของไกลเราเห็นเล็ก ในเรื่องความพอใจและความทุกข์ร้อนก็เช่นกัน

เพื่อจะยังยั้งพวกที่เห็นแต่ได้เฉพาะหน้าเช่นนี้แหละที่จำเป็นจะต้องมีกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ประพฤติเองและของคนอื่นในสังคม

คนเราแต่ละคนปัญญาไม่เท่ากัน บางคนก็เข้าใจเหตุผลของจริยศาสตร์ บางคนก็ไม่เข้าใจ แม้คนที่เข้าใจบางครั้งก็ยังไม่เดินตาม เพราะเหตุผลดังกล่าวข้างต้น เพื่อช่วยขจัดความทุกข์ร้อน จึงต้องประมวลหลักปฏิบัติขึ้นเป็นกฎเกณฑ์ เมื่อเผชิญปัญหาเฉพาะหน้า จะได้รู้แนวปฏิบัติได้ทันที ไม่ต้องกังวลชั่งดูเหตุผล ซึ่งในเหตุการณ์เฉพาะหน้าใจมักจะไม่ผ่องแผ้วพอสำหรับคิด

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018