locke

Locke on ideas ลัคว่าด้วยมโนคติ
ผู้แต่ง : เอนก สุวรรณบัณฑิต
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

มโนคติเกิดที่ปัญญาและอยู่ในปัญญา แต่ทว่าดังได้กล่าวมาแล้วว่าคนเราเกิดมาปัญญาว่างเปล่า ไม่มีมโนคติใด ๆ ติดมาแต่เกิดเลย มีแต่ความสามารถทำการและทำการเหมือนกันทุกคน คือความสามารถสร้างมโนคติโดยรับข้อมูลจากประสบการณ์ “ไม่มีอะไรในปัญหาที่ไม่มาจากประสาทสัมผัส” (There is nothing in the intellect which was not previously in the sense)

ประสบการณ์มี 2 แห่ง คือ ประสบการณ์ภายนอกและประสบการณ์ภายใน

  • ประสบการณ์ภายนอก เกิดที่อายตนะภายนอกซึ่งมี 5 ประการ เมื่อส่งไปถึงปัญญา ปัญญาจะสร้างมโนคติเชิงเดี่ยว ถ้าใช้ผัสสะแต่ละอย่างหาประสบการณ์ จะได้มโนคติของสี เสียง กลิ่น รส สัมผัส ถ้าใช้ผัสสะหลายประการช่วยกัน จะได้มโนคติประเภทความเคลื่อนไหว อวกาศ เวลา รูปร่าง การเคลื่อน การอยู่นิ่ง รวมเรียกว่ามโนคติของผัสสะ (ideas of sensation)
  • ประสบการณ์ภายใน เกิดที่อายตนะภายใน เมื่อส่งไปถึงปัญญา ปัญญาจะสร้างมโนคติประเภทความจำ ความคิด ความอยาก อารมณ์ เรียกว่ามโนคติตรึกตรอง (ideas of reflection) บางทีอายตนะภายนอกร่วมส่งข้อมูลด้วย ปัญญาจะผสมผสานกันสร้างมโนคติประเภทความสุข-ความทุกข์ มีพลัง มีอยู่ เอกภาพ การสืบเนื่อง การล่วงเวลา ซึ่งอนุโลมให้เป็นมโนคติประเภทตรึกตรองด้วย ลัคกล่าวถึงการตรึกตรองไว้ว่า “อีกบ่อเกิดหนึ่งที่ประสบการณ์นำไปสู่การสร้างมโนคติได้แก่ การรับรู้การทำงานของปัญญาของเราเองในขณะที่ปัญญาทำการสร้างมโนคติ เมื่อวิญญาณของเราตรึกตรองและพิจารณาการทำงานของปัญญาก็ทำให้เกิดมโนคติอีกชุดหนึ่งซึ่งประสบการณ์ภายนอกไม่สามารถทำให้เกิดขึ้นมาได้ มโนคติจากประสบการณ์ภายในดังกล่าวได้แก่ มโนคติของการรับรู้ การคิด การสงสัย การเชื่อ การใช้เหตุผล การรู้ การอยาก และการกระทำอื่น ๆ ของปัญญาของเราเอง”

มโนคติที่เกิดโดยตรง ทั้งจากอายตนะภายนอกและภายใน จะมีลักษณะเป็นมโนคติเชิงเดี่ยว (simple ideas) ทั้งสิ้น ปัญญามีสมรรถนะทำการต่อไปโดยเอามโนคติเชิงเดี่ยวมารวมกันบ้าง เปรียบเทียบกันบ้าง จะได้มโนคติเชิงซ้อน (complex ideas) ซึ่งมี 3 ประเภทคือมโนคติของอัญรูป มโนคติของสาระ และมโนคติของความสัมพันธ์ นอกจากนั้นปัญญายังอาจจะทำการถอด (abstraction) จากส่วนที่เป็นเรื่องเฉพาะตัว ได้มโนคติสากล (universal ideas)

locke

 

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018