Locke on method of thinking ลัคว่าด้วยวิธีคิด

ผู้แต่ง : เอนก สุวรรณบัณฑิต
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ค.ศ.1670 ลัคกำลังเรียนแพทยศาสตร์และเป็นลูกน้องของลอร์ดแอชลีย์ (Lord Anthony Ashley Cooper of Shaftesbury 1621-83) มีปัญหาขึ้นในใจว่ามีอะไรค้ำประกันว่าคำสอนศีลธรรมและศาสนาเชื่อถือได้ จึงตั้งชมรมกับเพื่อน 5-6 คน เพื่อค้นหาคำตอบ ลงเอยกันไม่ได้ แต่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าต้องมีเหตุผลจึงจะเชื่อได้ แต่เหตุผลคืออะไรก็ยังไม่รู้แน่ชัด ลัคจึงเห็นว่าถ้าไม่ตีปัญหานี้ให้แตกเสียก่อน เห็นจะแก้ปัญหาอะไรกันไม่ได้ทั้งนั้น จึงคิดจะขบปัญหานี้เสียก่อนโดยตนเอง

ปี 1683 หนีภัยการเมืองไปฮอลแลนด์เพราะลอร์ดแอชลีย์สูญเสียอำนาจ ได้โอกาสรู้จัก เดการ์ตและชาวเหตุผลนิยมของแผ่นดินใหญ่ ซึ่งถือว่าเหตุผล คือการคิดตามหลักตรรกวิทยาแบบเรขาคณิต จึงได้ความจริง ลัคไม่เห็นด้วยกับเรื่องมโนคติแต่เกิด จึงรับเหตุผลนิยมไม่ได้ ต่อมารู้คำสอนของเบเคินว่าเหตุผลก็คือใช้วิธีอุปนัยโดยการคัดทิ้ง (induction by elimination) แต่ลัคเห็นว่าจำกัดเขตของความรู้เกินไป ฮับส์ถือว่าเหตุผลเริ่มจากประสบการณ์ ได้ข้อเท็จจริงพื้นฐาน การเคลื่อนแล้ว เอาไปใช้อธิบายทุกอย่าง แต่ลัคเห็นว่ายังไม่น่าพอใจ คนอื่นอาจจะเอาอย่างอื่นเป็นพื้นฐานก็ได้

ในที่สุดลัคจึงพบประเด็นว่า นักปราชญ์ทั้ง 3 ท่าน และอื่น ๆ อีกมาก ต่างก็เสนอวิธีคิดของตนเป็นมาตรการของเหตุผล และถือว่าวิธีนั้น ๆ ให้ความจริง ตกลงกันจริง ๆ ไม่ได้ เพราะไม่มีใครวิเคราะห์ดูว่าความคิดของมนุษย์ดำเนินอย่างไร ลัคจึงคิดจะแก้ปัญหาโดยวิเคราะห์กระบวนการคิด (process of thinking) ของมนุษย์ทุกคน จึงได้เขียนหนังสือ เรียงความว่าด้วยความเข้าใจของมนุษย์ (An Essay Concerning the Human Understanding) แบ่งออกเป็น 4 บท

บทที่ 1 วิจารณ์มโนคติแต่เกิด
บทที่ 2 กำเนิดของมโนคติและการแบ่งประเภทมโนคติ
บทที่ 3 ว่าด้วยภาษา
บทที่ 4 สมรรถภาพของปัญหา

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018