logic without network ตรรกวิทยาที่ไร้เครือข่าย

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ช่วงปี 1600-1700 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่างสมัยฟื้นฟูกับสมัยพุทธิปัญญาของอารยธรรมตะวันตก หลักสูตรการศึกษาปรัชญาของมหาวิทยาลัยโดยทั่วไปในสมัยนั้นยังคงใช้หลักสูตรเดิม เพียงแต่ว่ามีต้นฉบับภาษากรีกและละตินที่ได้มาใหม่เพิ่มขึ้น ในด้านปรัชญาบางแห่งเน้นการสอนเพลโทว์หรือเอพิคีวเริส เหนือแอเริสทาเทิล มีผู้นิยมเรียนภาษาและวรรณคดีกรีก-ละตินมากขึ้น

ตรรกวิทยายังคงเป็นวิชาบังคับตามเดิม แต่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากยิ่ง ๆ ขึ้นว่าเป็นวิชาที่ไร้ประโยชน์ วางกรอบปัญญาจนเสียสมรรถภาพสร้างสรรค์ สู้วิชาวรรณคดีไม่ได้ กระตุ้นให้สร้างสรรค์ เมื่อร่วมกับวิธีหาความรู้แบบใหม่ด้วยการสังเกตทดลอง ก็จะเปิดทางให้สร้างสรรค์เนื้อหาขึ้นมาใหม่แทนตรรกวิทยาและปรัชญาที่เรียนแบบโต้เถียงตามหลักตรรกวิทยา จึงมีคำถามขึ้นมาว่าตรรกวิทยาของแอเริสทาเทิลยังมีประโยชน์จริงอยู่หรือ

ฟรันโค บัวร์เกอรัสดิค (Franco Burgerasdyck ศต.17) ชาวเยอรมันเขียน Logical Institutions, 1626 ตำราสถาบันตรรกวิทยา แยกนักตรรกวิทยาขณะนั้นออกเป็น 3 สาย คือ 1) สายแอเริสทาเทิล (Aristotelians) ยังนิยมแอเริสทาเทิลตามเดิม 2) สายเรมิสต์ (Ramists) เรียนวิธีเรียงความให้น่าอ่าน 3) สายกึ่งเรมิสท์ (Semi-Ramists or Philippo-Ramist) อย่างเช่นเมลางธันก็นิยมแอเริสทาเทิลอยู่เหมือนกัน แต่ก็ให้เรียนตรรกวิทยาเพื่อเขียนเรียงความได้ดีเหมือนฝ่ายเรมิสท์ ฝ่ายที่สามนี้น่าจะเรียกว่าฝ่ายสรรนิยม (eclectic) มากกว่า

อย่างไรก็ตามทุกฝ่ายมุ่งเอาใจผู้เรียน โดยพยายามยกตัวอย่างและแบบฝึกหัดจากวรรณคดีกรีก-ละติน เช่น ตัวอย่างรูปนิรนัยว่า อักเทเวียสเป็นทายาทของซีเซอร์ แต่ทว่าฉันคืออักเทเวียส เพราะฉะนั้นฉันเป็นทายาทของซีเซอร์

หลังจากความสำเร็จของนักดาราศาสตร์โดยอาศัยการคำนวณ ทำให้วิชาคณิตศาสตร์ได้รับความนิยมมาก แต่ก็ศึกษาเป็นอิสระจากตรรกวิทยา และมีเป้าหมายเป็นเครื่องมือคำนวณเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับระบบเครือข่ายแต่ประการใด

กล่าวได้ว่าในช่วงเริ่มยุคใหม่นี้ การขาดความเชื่อถือต่อปรัชญาของแอเริสทาเทิล ทำให้ความสนใจเรื่องการสร้างระบบเครือข่ายลดน้อยลงทุกที ความสนใจเรื่องความสอดคล้องระหว่าง 3 ระบบเครือข่ายก็ลดลงตามไปด้วย คงมุ่งมั่นอยากรู้อะไรใหม่ ๆ เป็นเรื่อง ๆ และอยากสร้างสรรค์ทางด้านศิลปะและเทคโนโลยีเป็นสำคัญ จนกว่าขบวนการพุทธิปัญญาจะกู้ความน่าเชื่อขึ้นมาใหม่

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018