marchiavelli

Machiavelli’s philosophy ปรัชญาของมาเคียเวลลี

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

อภิปรัชญา มาเคียเวลลีวางรากฐานทางอภิปรัชญา โดยกำหนดว่ามนุษย์ทั้งโลกมีธรรมชาติเดียวกัน จึงมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนกันในทุกเวลาและสถานที่ มีกิเลสเหมือนกัน หากแต่แสดงออกต่างกันตามสิ่งแวดล้อม จึงเกิดวัฒนธรรมขึ้นต่าง ๆ กัน ความคิดเช่นนี้นักวิจารณ์จัดให้อยู่ในประเภทลัทธิธรรมชาตินิยม (naturalism) ซึ่งน่าจะปฏิเสธการเลือกเสรีของมนุษย์ แต่มาเคียเวลลีกลับคิดว่า ในชีวิตจริงของเรานั้นมีส่วนหนึ่งถูกกำหนดโดยชะตาลิขิตหรือน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า มนุษย์ไม่มีทางเลือก ต้องจำยอมและน้อมรับโดยเต็มใจ และไม่ควรเสียแรงฝ่าฝืน แต่ทว่าในอีกส่วนหนึ่งของเหตุการณ์มีเงื่อนไขบางประการที่เสนอให้มนุษย์เราเลือกได้ มนุษย์สามารถใช้สติปัญญามองดูว่ามีเงื่อนไขใดบ้างที่เสนอตัวมาให้เลือก และมนุษย์ก็สามารถและมีสิทธิเลือก จึงควรใช้สติปัญญาชั่งดูส่วนได้ส่วนเสียของเงื่อนไขต่าง ๆ ใช้น้ำใจเลือกเงื่อนไขตามที่ตนเองเห็นว่าเหมาะสม ผู้ใดใช้สติปัญญาตรึกตรองตรวจอย่างดี และใช้น้ำใจหรือเจตจำนงเลือกเงื่อนไขที่ดีที่สุด ย่อมได้ชื่อว่ามีคุณธรรม (virtue) ในการจัดการกับโชค (fortune)

มนุษย์ มาเคียเวลลีคิดเหมือนนักบุญออเกิสทีน ว่ามนุษย์ทุกคนมีบาปกำเนิด ทำให้มนุษย์ทุกคนมีความโน้มเอียงทางเห็นแก่ตัวและชอบความพึงพอใจทางประสาทสัมผัส ยากนักที่มนุษย์เราจะยอมเสียสละโดยไม่หวังผลตอบแทน แม้แต่จะเสียสละให้กับพ่อแม่ผู้บังเกิดเกล้า ไม่ว่าใครหากมีโอกาสเมื่อใดก็จะกอบโกยหาประโยชน์ใส่ตน คนฉลาดก็อาจจะหลอกล่อคนโง่ได้ว่าตนเสียสละ แต่แล้วก็ใช้ตำแหน่งหน้าที่กอบโกยหาผลประโยชน์ใส่ตนโดยคนโง่ไม่รู้ตัว เพราะคิดเช่นนี้แหละ นักวิจารณ์จึงจัดให้เข้าลัทธิทุทรรศนนิยม(pessimism) อย่างไรก็ตามมาเคียเวลลีก็ยังคิดอยู่ว่ามีบางคนแม้จะน้อยคนที่เป็นอัจฉริยะทางเสียสละจริง ๆ เป็นผู้ไร้กิเลส เป็นนักบุญ แต่ทั้งนี้ไม่อาจจะต้านกระแสความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ส่วนใหญ่ได้ มาเคียเวลลีคิดว่านี่คือข้อเท็จจริงอันเป็นพื้นฐานสำหรับปรัชญาการเมือง และนโยบายการเมืองของนักการเมืองอาชีพ

ปรัชญาการเมือง มาเคียเวลลีคิดว่าปรัชญาการเมืองต้องมีพื้นฐานบนข้อเท็จจริงดังกล่าวมาแล้วข้างต้น และจะต้องมีเป้าหมายเฉพาะของตนเอง ไม่ขึ้นกับเป้าหมายของจริยศาสตร์และศาสนา คือจะต้องฝากเป้าหมายไว้กับประสิทธิภาพของการปกครอง นักปกครองอาชีพ ในฐานะนักปกครองต้องตั้งเป้าหมายสูงสุดที่การปกครองให้สังคมเรียบร้อยสงบสุข นักปกครองอาชีพจึงจำเป็นต้องตีหลายหน้าหรือสวมหน้ากากหลายอัน คือ ในฐานะเป็นหัวหน้าครอบครัวก็ต้องวางตัวแบบหนึ่ง ในฐานะเป็นสมาชิกในสังคมใดก็ต้องถือทัศนคติตามแบบของสังคมนั้น แต่ในขณะทำหน้าที่นักการเมืองจะต้องใช้ทุกอย่างเพื่อประสิทธิภาพในการปกครอง มิฉะนั้นจะเป็นนักการเมืองที่ดีไม่ได้ มาเคียเวลลีคิดว่านักการเมืองที่ดีจะต้องไม่กลัวและไม่เกรงใจที่จะหลอกลวงหรือหักหลังใครก็ตาม หากจำเป็นเพื่อยึดอำนาจสำหรับจัดระเบียบให้สังคม มาเคียเวลลีคิดว่าระบอบปกครองที่ดีที่สุดคือสาธารณรัฐที่มีการใช้อำนาจถ่วงดุลกันอย่างแนบเนียน แต่ทว่าระบอบนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อพลเมืองมีการศึกษาดีและรู้ทันกัน มิฉะนั้นแล้วก็ต้องเผด็จการด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จจึงจะควบคุมสถานการณ์ได้ ในสถานการณ์เช่นนี้นักการเมืองอาชีพจะต้องไม่กริ่งเกรงหรือท้อใจในการใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจเด็ดขาดนั้น หากตนเองไม่ทำ ผู้มีความสามารถมากกว่าก็จะทำ และคงกวาดล้างผู้ที่สามารถมากกว่าแต่ไม่มีอำนาจ

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018