molecule theory of religious ทฤษฎีอณูทางศาสนา

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ดูร์แกง (Emile Durkheim 1858-1917) เสนอทฤษฎีอณูทางศาสนาเพื่อ อธิบายที่มาของความต้องการศาสนาของมนุษย์ชาติ ซึ่งดร์แกงเข้าใจว่าเป็นเพียงความรู้สึกทางจิตวิทยาที่มิได้มาจากอะไรสักอย่างที่อยู่เหนือธรรม แต่เป็นผลจากจิตวิทยาสังคมที่อธิบายได้ด้วยวิธีการวิทยาศาสตร์ตามสูตรเคมี จากผลการศึกษาของตนดังต่อไปนี้

ดูร์แกงพบว่าอณูศาสนามีเพียง 2 ชนิดเท่านั้น คือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ (the sacred) และสิ่งไม่ศักดิ์สิทธิ์ (the profane) ซึ่งสังคมที่นับถือศาสนาแทรกให้กับสิ่งต่าง ๆ อณูทั้ง 2 มีความเป็นจริงในสมอง

ความเข้าใจว่าศักดิ์สิทธิ์ เป็นความเป็นจริงในสมองของสังคมที่มอบให้สิ่งใด สิ่งนั้นก็ศักดิ์สิทธ์ เมื่อศักดิ์สิทธิ์แล้วอาจจะให้คุณหรือให้โทษก็ได้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่จำเป็นต้องให้คุณเสมอไป

ส่วนความเข้าใจว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นความเป็นจริงในสมองของแต่ละคน แม้จะอยู่ในสมองของหลายคนแต่ก็ไม่มีวันจะรวมกลุ่มกันเป็นความเข้าใจของสังคม

เช่น หินก้อนหนึ่งถูกแกะสลักให้เป็นรูปเทพอพาลโลว์ มีความเข้าใจว่าศักดิ์สิทธิ์ในสมองของคนกลุ่มหนึ่งหรือหลายกลุ่มทันที แต่ก้อนหินธรรมดาก้อนหนึ่ง มีความเข้าใจว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์ในสมองของหลายคนก็จริง แต่พวกเขาจะไม่มีวันรวมตัวกันทำอะไรสักอย่าง เพื่อแสดงความเข้าใจว่าไม่ศักดิ์สิทธิ์ร่วมกัน เหมือนอย่างกลุ่มชนที่รวมตัวกันเพื่อแสดงความเข้าใจร่วมกันถึงความศักดิ์สิทธิ์ของก้อนหินที่เป็นรูปเทพอพาลโลว์

จากความรู้เรื่องอณูศาสนาเช่นนี้ ก็สามารถเข้าใจได้ว่าศาสนากับไสยศาสตร์นั้นเป็นคนละเรื่อง ไม่ใช่สองระดับของความเข้าใจศาสนา ไทเลอร์ (Tylor) สอนว่าไสยศาสตร์เป็นระดับสูงกว่าศาสนา ซึ่งหมายความว่าเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ต่างระดับความเข้าใจกันเท่านั้น ส่วนดูร์แกงคิดว่าเป็นคนละเรื่อง ไม่สามารถพัฒนาโดยอาศัยกันได้ เพราะศาสนามีมิติสังคม ส่วนไสยศาสตร์อยู่แค่ระดับมิติส่วนตัวเท่านั้น ดังสำนวนของท่านว่า “ไสยศาสตร์ไม่มีสักการะสถาน” (There is no church of magic) แต่ศาสนามีมากมาย

เทคนิคการตีความปรากฎการณ์ศาสนาของดูร์แกงก็ต่างกับเทคนิคการตีความที่แล้ว ๆ มา เพราะที่แล้ว ๆ มา ตีความว่าศาสนาเป็นผลของวิวัฒนาการและเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ แต่การตีความของดูร์แกง เป็นแบบเครือข่ายและเป็นเรื่องของเคมี เหมือนน้ำแยกธาตุออกได้เป็นออกซิเจน กับไฮโดรเจน ไม่มีวิวัฒนาการ ไม่มีประวัติศาสตร์ ไม่จำกัดสถานที่ ไม่ว่าที่ไหนและเมื่อไรก็เดินตามกฎเดียวกัน ต่างกันที่มีองค์ประกอบมากน้อยกว่ากันเท่านั้น เหมือนอย่าง H2O ก็เป็นน้ำ ส่วน H2 SO4 ก็เป็นกรดกำมะถัน

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018