narrative เรื่องเล่า

ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ความเป็นจริงที่ปรากฏในรูปของภาษาที่แสดงออกเป็นตัวบท (text) ปรัชญาแนวใหม่เรียกว่า เรื่องเล่า (narrative) เป็นความเป็นจริงที่สำคัญที่สุดที่มนุษย์ควรสนใจ เพราะเป็นความเป็นจริงที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด มีส่วนเกี่ยวข้องและสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนปัญหาและการแก้ปัญหาของเรามากที่สุด มากกว่าความเป็นจริงวัตถุวิสัยใด ๆ ที่อย่างไรเสียก็เข้าถึงจริง ๆ ไม่ได้หรือแม้จะเข้าถึงได้ก็รู้ตามได้ยาก แถมรู้แล้วก็ไม่สู้จะมีประโยชน์ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเราได้จริง

เมื่อมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น จะไม่มีผู้รู้เห็นคนใดรู้และจำได้ทุกแง่ทุกมุมของเหตุการณ์ เพราะแต่ละคนย่อมรู้เห็นจากมุมใดมุมหนึ่งของเหตุการณ์ และยังขึ้นกับความสนใจเฉพาะตัวที่คอยตะล่อมประสาทให้เน้นและเลือกรับรู้ตามประเด็นที่สนใจ แล้วยังเลือกจำตามความสนใจอีกต่างหาก ความทรงจำในเหตุการณ์แต่ละเรื่องของคนใดคนหนึ่งนี้ เรียกว่า เกล็ด (fabula) ซึ่งอาจจะเป็นเหตุการณ์จริง เชื่อว่าจริงหรือสมมติขึ้นในจินตนาการก็ได้ และในที่สุดเกล็ด ๆ เดียวหรือหลายเกล็ดนั้นก็จะถูกประมวลขึ้นเป็นเรื่องราว (story) มีโครงสร้างของเรื่องจากการสร้างสรรค์ของผู้สร้างเรื่องราว เรื่องราว จึงได้แก่ เกล็ดที่เป็นระบบในใจของคนใดคนหนึ่ง

เมื่อ “เรื่องราว” ในใจถูกสื่อออกมาถึงผู้อื่นโดยภาษา ก็เกิด “เรื่องเล่า” (narrative) ขึ้น ซึ่งผู้รับสื่อก็จะนำเอาไปสร้างเรื่องราวของตนเองขึ้นและสื่อต่อไปกลายเป็น“เรื่องเล่า”ใหม่อีกเรื่องหนึ่งซึ่งอาจจะสร้าง “เรื่องราว”และกลายเป็น“เรื่องเล่า” ต่อ ๆ ไปอีกเรื่อย ๆ โดยไม่สิ้นสุด สามารถสร้างคุณและโทษไปเรื่อยตามแต่ว่าจะผลิตเรื่องราวเป็นแบบใด เรื่องเล่า (narrative) จึงได้แก่ ตัวบท (text) ที่เมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วสื่อเรื่องราวใด เรื่องราวหนึ่ง โดยใครคนหนึ่ง หรือบุคคลกลุ่มหนึ่ง หรือสังคมหนึ่ง หรือวัฒนธรรมหนึ่ง ตัวบทดังกล่าวอาจจะเสนอด้วยวาจาก็ได้ เรียกว่า เรื่องเล่าปาก (oral narrative) หรืออาจจะเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้เรียกว่า เรื่องเล่าเขียน (written narrative) เรื่องเล่าสำคัญ ๆ มักจะเป็นเรื่องเล่าปากมาก่อน ต่อมาจึงมีผู้เขียนลงเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น พระไตรปิฎก และคัมภีร์ไบเบิล ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่ถูกนำเสนอถ่ายทอดเก็บไว้ในภาษา แล้วร้อยเรียงถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของ เรื่องเล่า(narrative) จึงมีลักษณะเป็นภาษาภาพพจน์ ใครรับสื่อก็ต้องตีความ วิธีตีความเป็นหนทางสู่ความเข้าใจและความกระจ่าง เมื่อใช้วิธีที่เชื่อว่าดีที่สุดก็ถือได้ว่าจะได้ความจริงในเงื่อนไขของมนุษย์ (truth in human condition) ไม่ใช่ความจริงวัตถุวิสัย ล้วน ๆ ไม่ใช่ความจริงอสัมพัทธ์ และก็ไม่ใช่ความจริงอัตวิสัยล้วน ๆ ไม่ใช่ความจริงสัมพัทธ์เต็มที่ แต่เป็นความจริงกลาง ๆ อัตวิสัยผสมวัตถุวิสัย อสัมพัทธ์ผสมสัมพัทธ์ เป็นความจริงพหุนิยม (pluralism) ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันค้น ช่วยกันแสวงหา จากแง่มุมต่าง ๆ กัน มาร่วมวงแบ่งปันกัน เพื่อให้ได้ความรู้ที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ

ความเป็นจริงที่เก็บไว้ในเรื่องเล่าจึงเป็นเพียงภาพสะท้อนของความเป็นจริง จะว่าเป็นจริงแท้ก็ไม่ใช่ จะว่าไม่ใช่ความเป็นจริงเสียเลยก็ไม่ถูก แต่เป็นความเป็นจริงในสถานภาพของมนุษย์ เป็นความเป็นจริงเท่าที่ปรากฏในความเข้าใจของมนุษย์แต่ละคนและของกลุ่มมนุษย์ ที่ควรสนใจ เพราะอยู่ใกล้ตัวและสามารถรู้ได้ เข้าถึงได้ และเมื่อเข้าถึงแล้วก็อาจจะค้นคว้าแสวงหาข้อสรุปอันเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต ต่อการพัฒนาคุณภาพของทั้งชีวิตและสังคม ให้คุณขจัดโทษได้

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018