neo-scholasticism ลัทธิอัสสมาจารย์นิยมใหม่

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ลัทธินี้เห็นว่ามนุษย์เราจะขาดศาสนาไม่ได้ ในสภาพแห่งความสับสนทางปรัชญาเช่นนี้ไม่มีอะไรเป็นหลักยึดถือได้ดีกว่าปรัชญาที่มีศาสนาเป็นแกน ปรัชญาอัสสมาจารย์เคยมีบทบาทน่าทึ่งมาแล้วในยุคกลาง แต่ในปัจจุบันเป็นปรัชญาที่ล้าสมัยเพราะวิชาการต่าง ๆ ก้าวหน้าไปมาก ความล้าสมัยอยู่ที่เปลือกนอก จึงเห็นควรถอดเปลือกเก่าออกเสียเพื่อจะสวมเปลือกใหม่ที่ทันสมัยเข้าแทนที่

ลัทธินี้จึงมุ่งใช้คำสอนของคริสตศาสนาเป็นแกนต่อไปตามหลักของปรัชญาอัสสมาจารย์ยุคกลาง แต่ปรับปรุงเนื้อหาปรัชญาโดยรับพิจารณาเนื้อหาจากทุกระบบที่อาจจะนำมาใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็นปรัชญาของใครหรือลัทธิใด รวมทั้งปรัชญาตะวันออกด้วย พร้อมกันนั้นก็รับพิจารณาผลสรุปของวิชาการต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เพื่อนำมาสร้างระบบปรัชญาที่มีคำสอนของคริสตศาสนาเป็นแกนกลาง หรืออย่างน้อยที่สุดก็มีคำสอนเรื่องพระเจ้าเป็นแกนกลาง

นักปรัชญาของลัทธินี้จึงอาจจะมีแนวโน้มหนักไปทางอัตภิภาวนิยม หรือสัจนิยมใหม่ หรือภาษาวิเคราะห์ก็ได้ “ถ้าเสียดายเปลือกจะเสียแก่น จะรักษาแก่นต้องไม่เสียดายเปลือก” เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2541(ค.ศ.1998) สันตะปาปาจอห์นพอลที่ 2 ได้ออกสมณสาสน์สากลชื่อ Faith and Reason(ศรัทธากับเหตุผล) เพื่อยืนยันว่าจุดยืนดังกล่าวเป็นนโยบายของฝ่ายบริหารคริสตจักรคาทอลิก อย่างไรก็ตาม มีนักอัสสมาจารย์นิยมใหม่กลุ่มหนึ่งพยายามใช้วิธีการและเนื้อหาของอัสสมาจารย์นิยม โดยไม่กล่าวถึงศาสนาใด ๆ เลย

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018