nominalism ลัทธินามนิยม

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

บีเรินการ์แห่งทูร์ (Berengar of Tours 1009-1088) เป็นคนหนึ่งในกลุ่มนักวิภาษวิธี โดยถือว่า ศรัทธาจะต้องตามเหตุผล นั่นคือคำสอนทางศาสนาทุกข้อจะต้องอธิบายได้ด้วยเหตุผลเสียก่อนจึงจะเชื่อได้ ถ้ายังไม่อาจเข้าใจชัดเจนด้วยเหตุผลก็ไม่ต้องเชื่อ จากมูลบทดังกล่าว บีเรินการ์พิจารณาเรื่องแบบสากลในพระปัญญาของพระเป็นเจ้าแล้วก็เห็นว่า ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงลัทธิสรรพเทวนิยมไปได้ เพราะถ้าคนสากลอยู่ในพระปัญญาของพระเป็นเจ้าก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งของพระเป็นเจ้าด้วยและในเมื่อคนแต่ละคนมีส่วนในความเป็นจริงของคนสากล คนแต่ละคนก็ยอ่มจะเป็นส่วนหนึ่งของพระเป็นเจ้าด้วยโดยจำเป็น สิ่งอื่นๆ ทุกสิ่งก็จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของพระเป็นเจ้าด้วย ในทำนองเดียวกันนี้ บีเรินการ์จึงชักชวนให้ทบทวนทฤษฎีสิ่งสากลที่รับถ่ายทอดมาจากออเกิสทีนเสียใหม่ แต่ตนเองก็ยังหาทางออกไม่ได้

ราสเสอลายเนิสแห่งคงพิงแอญ(Roscelinus of Compiegne 1050-1120) ตัดสินใจแก้ปัญหาของบีเรินการ์โดยสอนว่าสิ่งสากลไม่อาจจะมีอยู่จริงได้ เพราะเป็นนามธรรม สิ่งที่มีอยู่จริงจะต้องเป็นรูปธรรม จึงมีแต่สิ่งเฉพาะหน่วยเท่านั้นที่มีอยู่จริงได้ สิ่งสากลเป็นเพียงเสียพูด (ลต. Flatus vocis) เท่านั้น คำกล่าวเช่นนี้แหละเป็นต้นกำเนิดของลัทินามนิยม ซึ่งจะมีผู้สนับสนุนต่อมา แต่เนื่องจากราสเสอลายเนิสแลงมิได้ชี้แจงไว้ว่า สิ่งสากลที่เป็นเสียงพูดนั้นแทนความเข้าใจในปัญญาที่เรียกกันว่ามโนภาพหรือไม่ นั่นคือไม่มีจริงในสภาพปรนัยเท่านั้น หรือว่าไม่มีจริงในสภาพอัตนัยด้วย ศิษย์บางคนคิดว่าน่าจะมีจริงได้ในสภาพอัตนัยดังที่ชาวซาฟิสท์เคยสอนไว้ คำพูดจึงเป็นเครื่องหมายแทนมโนภาพ ความคิดเช่นนี้ได้ชื่อลัทธิว่ามโนภาพนิยม (conceptualism) ส่วนผู้ที่ยืนยันว่าเป็นเพียงเสียงพูดเท่านั้น ก็จะได้ชื่อลัทธิว่านามนิยมต่อมา

ความคิดของราสเสอลายเนิสสามารถหลีกเลี่ยงลัทธิสรรพเทวนิยมได้ เ พราะในมื่อสิ่งสากลไม่มีจริงคนสากลก็ไม่มี พระปัญญาของพระเป็นเจ้าก็จะไม่มีอะไรผูกพันกับมนุษย์แต่ละคนและกับสรรพสิ่ง พระเป็นเจ้าทรงสร้างแต่ละสิ่งมาจากความเปล่าจริงๆ โดยไม่มีอะไรผูกพันเป็นส่วนหนึ่งของพระองค์เลย

อย่างไรก็ตาม ความคิดของราสเสอลายเนิสกลับตกไปสู่ลัทธิไตรเทวนิยม (Tritheism) ซึ่งคริสตศาสนายอมรับไม่ได้เช่นกัน บนพื้นฐานแห่งลัทธินามนิยมราสเสอลายเนิสสอนเรื่องพระตรีเอกภาพ (Trinity) ว่า สามพระบุคคจึงไม่มีอะไรร่วมกันจริงๆ นอกจากอำนาจปรีชาญาณและเจตจำนง เหมือนคน 3 คน ที่มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนกัน คำสอนของราสเสอลายเนิสถุกคว่ำบาตรในสังคายนาย่อยแห่งซัสโซง (Council of Soissons) ในปี ค.ศ. 1092

นอกจากนั้น คำสอนของราสเสอลายเนิสยังไม่สามารถอธิบายเรื่องบาปกำเนิดด้วยซึ่งเป็นคำสอนสำคัญอีกข้อหนึ่งในคริสตศาสนา เพราะในเมื่อมนุษย์แต่ละคนเป็นเอกเทศต่อกัน ไม่มีธรรมชาติร่วมกันจริงย่อมขาดสื่อกลางสำหรับถ่ายทอดคุณและโทษ ราสเสอลายเนิสจึงสอนว่าบาปกำเนิดมีผลเพียงเป็นตัวอย่างที่เลวเท่านั้น เหมือนเราเห็นคนเด็ดดอกไม้ในสวนสาธารณะเราก็รู้สึกอยากเด็ดบ้าง

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018