IvanPavlov

Pavlov on theory of free will ทฤษฎีเจตจำนงเสรีของปัพลอฝ

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ปัญหาเรื่อง อำเภอใจ (free will) หรือการเลือกเสรี (free choice) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์เด่นชัดในมนุษย์ สสารนิยมก็พยายามจะปฏิเสธว่าไม่มีจริง คนเราคิดไปเองว่ามี แต่ความจริงไม่มีอำเภอใจหรือการเลือกเสรีแต่ประการใด ทุกอย่างเดินตามกฎเกณฑ์กลศาสตร์ ก็เท่านั้น แต่ซับซ้อนยิ่งนักเหมือนขนนกที่ถูกลมพัดฉวัดเฉวียนในอากาศ ถ้ามันคิดได้มันคงคิดว่ามันฉวัดเฉวียนอย่างเสรี แต่ความจริงมันเดินตามกฎกลศาสตร์ตลอดเวลา โดยมันไม่เข้าใจ

การที่สิ่งเร้ามีอยู่อย่างสลับซับซ้อนนี่เอง ทำให้ผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์เชื่อว่าตนมีอำเภอใจหรือการเลือกเสรี ดังปรากฏว่าบางครั้ง มนุษย์เราเกิดมีความคิดขึ้นมาโดยหาสิ่งเร้า (stimulus) ไม่ได้ชัดเจน ปัญหานี้สสารนิยมแก้ด้วยกฎการเร้า-ตอบสนอง (stimulus-response) โดยแยกสิ่งเร้าออกเป็นสิ่งเร้าภายนอกกับสิ่งเร้าภายใน สิ่งเร้าภายในยังอาจแบ่งออกเป็นสิ่งเร้าในปัจจุบันและสิ่งเร้าค้าง ดังนี้

pavlov

 

สิ่งเร้าภายนอก เช่น สุนัขเห็นอาหาร (เร้าภายนอก) เกิดน้ำลายไหล (ตอบสนอง)

สิ่งเร้าภายในปัจจุบัน เห็นได้จากการที่พัฟลอฟ (Ivan Pavlov 1849-1936) ทดลองให้อาหารสุนัข ทุกครั้งก็สั่นกระดิ่งให้ได้ยินด้วย จนสุนัขชิน วันหนึ่งถึงเวลาอาหารก็สั่นกระดิ่งเฉย ๆ โดยไม่มีอาหาร สุนัขจะน้ำลายไหล เพราะได้ยินเสียงกระดิ่ง (เป็นสิ่งกระตุ้นประสาทหูจากภายนอกแต่ไม่มีอาการที่ควรมีควบคู่กันและเป็นสิ่งเร้าน้ำลายโดยตรง) เห็นภาพอาหารในจินตนาการ (สิ่งเร้าภายใน) เกิดน้ำลายไหล (ตอบสนอง) เป็นต้น
สิ่งเร้าภายในค้าง เช่น เวลาเราหิวข้าว นึกถึงไก่ย่างที่เคยรับประทานอร่อย ๆ (สิ่งเร้าภายในค้างอยู่ในความทรงจำ) เกิดน้ำลายไหล อาจจะเป็นอารมณ์ค้างที่ฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกก็ได้ เช่น นักศึกษาที่ถูกคุณพ่อคุณแม่ดุมาแต่เช้า มาถึงมหาวิทยาลัยมีอารมณ์หงุดหงิดหัวเสียกับเพื่อนๆ เป็นต้น

การตัดสินใจแต่ละครั้งมักจะมีสาเหตุมาจากสิ่งเร้าซับซ้อน คือไม่ใช่เกิดจากสิ่งเร้าประเภทใดประเภทหนึ่งดังอธิบายมา แต่อาจจะหลายประเภทช่วยกันเร้า กลายเป็นสิ่งเร้าซับซ้อน กระตุ้นระบบประสาทซึ่งเป็นกลไกซับซ้อนขึ้นไปอีก กว่าจะเกิดการตอบสนองออกมาแต่ละครั้งได้ ก็ทำให้สับสนมองไม่ออกว่าสิ่งใดทำการในครั้งนั้นกันแน่ในทางทฤษฎีก็กล่าวได้ว่าหากมีสิ่งเร้าหลายอย่างทำงานร่วมกัน ก็ให้เอาสิ่งเร้าประเภทดึงดูด (attractive) รวมกัน และเอาสิ่งเร้าที่ผลัก (repulsive) รวมกัน หักลบกันแล้วทางใดมากกว่าก็หันไปทางนั้นโดยจำเป็น

ในเมื่อการเร้า-ตอบสนองเดินตามกฎเกณฑ์กลศาสตร์ การตัดสินใจของเราจึงเป็นของที่เกิดขึ้นโดยจำเป็น ไม่มีทางเลือก มีสิ่งเร้าก็ต้องมีการตอบสนอง จะตอบสนองอย่างไรก็ต้องแล้วแต่สิ่งเร้า คือ เร้าอย่างไร เข้ากฎไหน การตอบสนองก็ต้องออกมาอย่างนั้นโดยจำเป็น เหมือนน้ำตามกฎการดึงดูดของโลกจะต้องไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอ เว้นแต่จะมีกฎอื่นที่สามารถเอาชนะแรงดึงดูดได้ เช่น น้ำกลายเป็นไอ อาศัยกฎการขยายตัวของก๊าชสามารถพาตัวขึ้นสูงได้ เพราะเบากว่าอากาศธรรมดา เช่นนี้เรียกว่าเดินตามกฎกลศาสตร์ คือในสภาพปกติ ถ้ามีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น เหตุการณ์อีกอย่างหนึ่งจะเกิดขึ้นตามโดยไม่มีข้อแม้

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018