philosophy of computer ปรัชญาคอมพิวเตอร์

ผู้แต่ง : รวิช ตาแก้ว
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

เราเคยใช้คำ “ประตูกล” เพื่อหมายถึงเครื่องใช้ที่ทำหน้าที่เป็นประตู โดยมีกลไกทำงานแทนคำสั่งของมนุษย์ ที่ทำงานแทนคำสั่งของมนุษย์ได้นั้น ไม่ใช่ว่าประตูกลจะสั่งงานเองได้ตามใจชอบ แต่ทว่าผู้ทำประตูกลสมมุติคำสั่งไว้ล่วงหน้า และสร้างกลไกให้ตอบสนองคำสั่งที่สมมุตินั้นอย่างได้ผล และต้องการให้ทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้เท่านั้น ห้ามเสีย ห้ามบิดเบือน ห้ามออกนอกลู่นอกทาง “สมองกล” ก็เช่นกัน เป็นเครื่องที่ทำหน้าที่แทนสมอง โดยมีกลไกทำงานแทนคำสั่งของสมอง ไม่ใช่ว่าสมองกลจะสั่งงานเองได้ แต่ทว่าผู้ทำสมองกลสมมุติคำสั่งไว้ให้ล่วงหน้า และสร้างกลไกให้ตอบสนองคำสั่งที่สมมุตินั้นอย่างได้ผล มิฉะนั้นถือว่าเสีย น่ากลัวอันตรายอย่างที่เราหวาดผวาปัญหา Y2K มาแล้วในช่วงเปลี่ยนสหัสวรรษ

สมองกลที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นใช้เป็นเครื่องมือทำงานแทนสมอง หรือช่วยการทำงานของสมองนั้น มิใช่เพิ่งจะมีขึ้นกับเครื่องที่เราเรียกว่าคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่เราอาจจะสืบสาวไปได้ถึงตั้งแต่มนุษย์เราเริ่มประดิษฐ์ตัวหนังสือขึ้นใช้แทนคำพูดนั่นเทียว ตัวหนังสือช่วยสมองได้หลายอย่าง เช่น

1. ช่วยความจำ เมื่อเขียนเป็นตัวหนังสือไว้แล้ว ก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความจำอีกต่อไป จะต้องจำก็เพียงแต่ว่าตัวหนังสือแทนความหมายอะไร และบันทึกไว้ที่ไหนเท่านั้น สมองจึงมีพลังเหลือสำหรับคิดค้นเรื่องใหม่ ๆ ต่อไป สัญชาตญาณมนุษย์ก็มีโอกาสพัฒนาตามสมองไปเหมือนกัน เช่น โกงกินเก่งขึ้น เอาเปรียบแนบเนียนขึ้น หลอกกันอย่างหน้าตายสนิทขึ้น เป็นต้น ทั้งนี้เพราะแอบใช้ปัญญาเป็นสมุนได้ตามโอกาส

2. ตัวหนังสือนอกจากจะช่วยความจำแล้ว ยังช่วยคิดอีกด้วย เช่น ในเมื่อชาวกรีกและชาวโรมันไม่รู้จักใช้เลขศูนย์เพื่อสร้างหลักสิบ ร้อย พัน… พวกเขาจึงเขียนตัวเลขไว้ช่วยความจำได้เท่านั้น ไม่สามารถจะใช้คำนวณได้ อย่างเช่น

พ.ศ.2543 = MMDXLIII
ค.ศ.2000 = MM
คูณด้วยกันได้ = ?

แต่พอเขียนเป็นเลขอาหรับ เราหาคำตอบได้ง่ายดาย

2543 X 2000 = 5086000

แสดงว่าเลขอาหรับซึ่งรู้จักใช้เลขศูนย์ที่ไม่มีค่าในหลักหน่วย แต่มีบทบาททำให้เลขเรียงกันเป็นหลัก ๆ ได้นั้น มิเพียงแต่ช่วยความจำเท่านั้น แต่เป็นสมองกลช่วยทุ่นแรงสมองให้คูณกันออกมาได้โดยอัตโนมัติด้วย แม้จำนวนเลขจะสลับซ้ำซ้อนมากจนสมองคิดเองไม่ได้ เมื่อเขียนลงเป็นตัวเลข ก็คำนวณออกได้โดยอัตโนมัติ ระบบเลขอาหรับเมื่อนำออกมาใช้แรก ๆ จึงน่าตื่นเต้นและมีบทบาทเหมือนคอมพิวเตอร์ของเราสมัยนี้

มนุษย์เราจึงประดิษฐ์สมองกลเพิ่มขึ้นและปรับปรุงคุณภาพขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่น ลูกคิด เครื่องคิดเลข เครื่องแปล เครื่องเก็บและจัดระบบข้อมูล จนถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สลับซับซ้อนขึ้นทุกวัน ๆ

อย่างไรก็ตาม เครื่องมือก็คือเครื่องมือ เครื่องมือไม่มีความสามารถเลือกว่าจะทำหรือไม่ทำ จะทำอย่างนี้หรืออย่างนั้นดีกว่ากัน แล้วแต่ผู้ทำเครื่องมือนั้นกำหนดไว้ว่า จะให้มันทำอะไรในสถานการณ์หนึ่ง ๆ ที่กำหนด อย่างเช่นเลขอาหรับจะทำบวกลบคูณหารได้ ก็ต้องกำหนดข้อมูลให้เป็นตัวเลขเสียก่อน เป็นต้น สมองกลไม่ว่าจะระดับใดก็ตาม ก็คงเป็นเพียงเครื่องมือ คือแล้วแต่ว่าใครจะใช้มันอย่างไร และกำหนดข้อมูลให้มันอย่างไร ถ้าหากเข้าเงื่อนไขของมันได้ มันก็ทำให้ทั้งนั้น สมองกลจึงอาจจะถูกใช้เพื่อตอบสนองปัญญาหรือสัญชาตญาณก็ได้ แล้วแต่ว่าฝ่ายใดจะเข้าถึงเงื่อนไขของมันได้ก่อน มันก็บริการฝ่ายนั้นก่อน ฝ่ายไหนไม่ตอบสนองเงื่อนไขของมันอย่างครบถ้วน มันก็ไม่บริการ จึงเป็นไปได้ว่าหากปัญญาไม่ควบคุมการใช้สมองกลอย่างได้ผล สมองกลอาจจะเป็นหอกข้างแคร่ส่งเสริมสัญชาตญาณจนถึงขั้นทำลายมนุษยชาติเสียก็ได้

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018