philosophy of religion ปรัชญาศาสนา

ผู้แต่ง : ศุภชัย ศรีศิริรุ่ง
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

ปรัชญาศาสนาคือปรัชญาประยุกต์สาขาหนึ่ง ที่นำเอาปรัชญาบริสุทธิ์ไปตีความผลสรุปของวิชาศาสนศาสตร์เป็นข้อมูลที่ยอมรับว่ามนุษย์มีการนับถือศาสนามาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์จนตราบเท่าทุกวันนี้ ศาสนามีบทบาทและอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์เราตลอดมาทุกยุคทุกสมัยและทุกถิ่น เรื่องนี้ไม่ต้องไปค้นคว้าใหม่ให้เสียเวลา เพียงแต่เปิดหนังสือประวัติศาสนาของโลกอ่านดูสักเล่มหนึ่งก็ได้ข้อมูลเพียบแล้ว นี่คือข้อมูลเกี่ยวกับศาสนาอันเป็นผลสรุปของวิซาศาสนาโดยทั่วไป

นักปรัชญาประยุกต์สาขาปรัชญาศาสนามีหน้าที่เอาข้อมูลนี้ไปคิดต่อไปว่ายังจะมีคำถามอะไรเหนือข้อมูลนี้ได้อีก แล้วสำรวจดูว่าอาจจะตอบคำถามนั้น ๆ ได้ในทางใดบ้างที่เป็นไปได้ และพยายามเข้าใจด้วยว่า คำตอบแต่ละคำตอบตั้งอยู่บนพื้นฐานปรัชญาบริสุทธิ์ระบบใดนี่คือหน้าที่และขอบเขตของปรัชญาศาสนา แน่นอนว่าคำถามมีมากมาย แต่เราจะพิจารณากันเป็นตัวอย่างสักคำถามหนึ่งที่เห็นว่าสำคัญที่สุด ปรัชญาศาสนาต่างกับศาสนศาสตร์ เทววิทยา และศาสนาเปรียบเทียบอย่างไร

ศาสนศาสตร์ (divinity) หมายถึง การศึกษาศาสนาของนักการศาสนาตามหลักปรัชญา นั่นคือ ยอมรับคัมภีร์ หรือคำสอนของศาสดาของศาสนานั้น ๆ แล้วพยายามหาเหตุผลมาพิสูจน์ รวมทั้งอธิบายคำสอนทุกข้อให้สอดคล้องกันและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของวิชาต่าง ๆ ศาสนศาสตร์จึงนับได้ว่าเป็นปรัชญาของแต่ละศาสนา เช่น พุทธศาสนาก็มีศาสนศาสตร์ของตนเองโดยเฉพาะ คริสต์ศาสนาก็มีศาสนศาสตร์ของตน ศาสนาอิสลามก็มีศาสนศาสตร์ของตน และศาสนาฮินดูก็มีศาสนศาสตร์ของตนเช่นกัน

แต่ทว่าทุกศาสนามีปรัชญาศาสนาอันเดียวกัน ซึ่งจะเรียนร่วมกันได้ถ้าหากว่าทุกฝ่ายเข้าใจลักษณะและขอบเขตของปรัชญาศาสนาเป็นอย่างดีและรับเอาศาสนาศาสตร์ของทุกศาสนาเท่าที่รู้หรือเท่าที่สนใจศึกษาวางไว้เป็นข้อมูลสำหรับมองเห็นปัญหาและมองหาคำตอบในกรอบของปรัชญาบริสุทธิ์ ยิ่งกว่านั้น ผู้ที่อ้างว่าไม่มีศาสนาก็สามารถเรียนและสอนปรัชญาศาสนาได้อย่างดีและอย่างน่าสนใจมากด้วย

สรุปได้ว่าปรัชญาศาสนามีศาสนาทุกศาสนาเป็นข้อเท็จจริง แต่ศาสนศาสตร์มีคัมภีร์ คำสอน และความเป็นมาของศาสนาของตนเป็นข้อเท็จจริง ทั้งสองต่างก็เป็นปรัชญา ปรัชญาศาสนาเป็นปรัชญารวมทุกศาสนา แต่ศาสนศาสตร์เป็นปรัชญาเฉพาะของแต่ละศาสนา

คราวนี้หันมาพิจารณาเทววิทยา(Theology) ดูสักหน่อย คำนี้มากจาก “เทวะ” (ภาษากรีกว่า theos) ซึ่งแปลว่าเทพ หรือพระเจ้า รวมกับคำว่า “วิทยา” (ภาษากรีก logia) ซึ่งแปลว่า วิชา จึงหมายถึงวิชาที่ว่าด้วยเทพหรือพระเจ้า เวลาศึกษาจริงมิได้ศึกษาแต่เรื่องพระเจ้าเพียงอย่างเดียว แต่ศึกษาทุกอย่างที่เกี่ยวกับศาสนาที่นับถือพระเจ้าและศึกษาอย่างปรัชญา เพราะฉะนั้น ความหมายที่แท้จริงของวิชาเทววิทยาจึงตรงกับศาสนศาสตร์โดยมีการนับถือพระเจ้านั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือ ปรัชญาของศาสนาที่มีพระเจ้าจะเรียกว่าศาสนศาสตร์ก็ได้ หรือเทววิทยาก็ได้ แต่ปรัชญาของศาสนาที่ไม่มีพระเจ้าจะเรียกว่าเป็นศาสนศาสตร์ได้เพียงอย่างเดียว แต่มีบางคนเสนอให้ใช้คำ “อเทววิทยา” ได้ด้วย โดยมีข้อพิสูจน์พื้นฐานอเทววิทยาว่าทำไมจึงไม่เชื่อว่ามีเทวะ

ส่วนศาสนาเปรียบเทียบ (comparative religion) นั้น คำก็บ่งอยู่แล้วว่าเป็นการศึกษาหลาย ๆ ศาสนาเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นว่าเหมือนหรือต่างกันอย่างไร เนื้อหาที่จะเปรียบเทียบนั้นย่อมกินความถึงทุกเรื่องของศาสนานับตั้งแต่ปรัชญาของแต่ละศาสนา ความเชื่อ คัมภีร์ ศาสดา วิวัฒนาการ การปกครอง จำนวนสมาชิก พิธีกรรม แม้กระทั่งศิลปะและวรรณคดี แต่ให้ระวังอยู่อย่างหนึ่งว่า วิชาศาสนาเปรียบเทียบไม่มีหน้าที่ตัดสินว่าศาสนาใดดีกว่าศาสนาใด ถ้าทำเช่นนั้นจะกลายเป็นการสอนศาสนศาสตร์ของศาสนาใดศาสนาหนึ่งไปเสีย หน้าที่ของศาสนาเปรียบเทียบมีเพียงเสนอข้อเท็จจริงของศาสนาต่าง ๆ ด้วยใจเป็นกลาง ชี้ให้เห็นความเหมือนและความแตกต่างด้วยใจอุเบกขา การชอบหรือไม่ชอบ เห็นดีด้วยหรือไม่ต้องถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคน มิฉะนั้นจะผิดจุดมุ่งหมายของวิชานี้ อย่างไรก็ตามศาสนาเปรียบเทียบที่ดีควรมีการสรุปหาเกณฑ์รวมหรือทฤษฎีเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่รวบรวมได้จากศาสนาต่าง ๆ ด้วย ซึ่งจะเป็นการสร้างความพร้อมให้นักปรัชญาเอาไปขบคิดระดับปรัชญาศาสนาต่อไป

ศาสนศึกษา (religious stndy) เป็นการศึกษารวมทุกวิชาที่กล่าวมาข้างต้น

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018