philosophy, objectives of วัตถุประสงค์ของปรัชญา

ผู้แต่ง : รวิช  ตาแก้ว

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

นิสิตนักศึกษาอาจตอบว่าเรียนเพื่อสอบเอาหน่วยกิต ผู้จะเป็นอาจารย์อาจตอบว่าเรียนเอาไว้สอน ผู้อ่านทั่วไปอาจตอบว่าเรียนไว้ประดับปัญญา  แต่ทั้งสามคำตอบเป็นวัตถุประสงค์ส่วนตัว  ไม่ใช่วัตถุประสงค์แท้ของวิชานี้

ถ้าจะถามว่าเรียนวิชานี้แล้วจะผลิตสินค้าอะไรขึ้นขาย หรือผลิตอะไรไว้ใช้เองได้บ้างหรือไม่ ก็จะตอบได้ว่า ผลิตได้แค่หนังสือปรัชญาขึ้นมาเท่านั้น ผู้ถามจะถามต่อไปได้ว่าหนังสือปรัชญาที่ผลิตขึ้นมานั้นมีประโยชน์อะไร ปัญหาก็วกเข้าหาวัตถุประสงค์แท้ของวิชาปรัชญานั่นเอง คือถามว่าเรียนวิชาปรัชญาแล้วจะได้ความรู้อะไรบ้าง ก็จะตอบได้ว่ารู้ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก ปัญหาที่ว่านี้จะเป็นปัญหาอะไรก็ได้ อาจจะเป็นปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับชีวิตประจำวันของเรานี่เอง เช่น คนคืออะไร ตายแล้วไปไหน เป็นอย่างไร ความดีคืออะไร มาตรการใดเรียกว่ายุติธรรม เวลาเป็นอะไรแน่ เวลาหวนกลับไม่ได้จริงหรือ ศาสนาคืออะไร ทำไมเราจึงต้องเคารพคำสอนของศาสนาอื่นด้วย พระเทศน์บางทีก็ไม่ตรงกัน เราควรปฏิบัติตามคำสอนและคำแนะนำของพระแค่ไหน ในเรื่องใดบ้าง ทำไมคนเราจึงต้องเชื่อคำสอนของศาสดา ศาสดามีอยู่หลายองค์ด้วยกัน เราควรเชื่อองค์ไหน เชื่ออย่างไร และทำไมจึงต้องเชื่อ ฯลฯ อาจจะเป็นปัญหายาก ๆ ที่มีในวิชาการต่าง ๆ แล้ว แต่ยังหาคำตอบแน่นอนไม่ได้ เช่น เอกภพมีกำเนิดมาอย่างไร มนุษย์เรามีความรู้ได้อย่างไร และรู้ตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ สูตรคณิตศาสตร์อาจจะขัดแย้งกันได้หรือไม่ การปกครองระบอบไหนดีที่สุด เพราะเหตุใด สสารและพลังงานเป็นอะไรกันแน่ เหล่านี้บางปัญหาต้องการความรู้ในวิชาสาขานั้น ๆ จึงจะเข้าใจปัญหาได้อย่างแท้จริง และสาขาดังกล่าวนั้นไม่สามารถให้คำตอบที่แน่นอนตายตัวได้ จึงนับว่าเป็นปัญหาปรัชญาเพราะยังแก้ไม่ตก

ในเมื่อปัญหาปรัชญาเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสามัญหรือปัญหาทางวิชาการ นักปรัชญาและนักศึกษาปรัชญาจะต้องพยายามรู้ต่อไปว่า ปัญหาแต่ละปัญหาเหล่านี้มีคำตอบใดบ้างที่พอจะรับฟังได้ เรียกได้ว่าเป็นคำตอบที่เป็นไปได้ จะนับว่าเป็นคำตอบที่เป็นไปได้ก็ต้องมีเหตุผลสนับสนุนให้เห็นว่าเป็นไปได้ หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ขัดแย้งในคำอธิบายของตัวเองและไม่ไร้ความหมาย เช่น ถ้าพูดว่าสสารเป็นสิ่งอยู่นิ่งที่กำลังเคลื่อนที่ ถ้าเข้าใจตามความหมายธรรมดา ๆ ก็จะเห็นว่า เป็นคำพูดที่ขัดแย้งกันในตัว  ควรสังเกตไว้ด้วยว่า  บางทีนักปราชญ์ใช้คำพูดแปลก ๆ และดูเหมือนว่าขัดแย้งในตัวเอง ก็ให้เข้าใจเถิดว่ามิได้มีความหมายอย่างธรรมดา นักปราชญ์ใช้คำพูดสะดุดใจเพื่อให้ขบคิดเท่านั้น

รวมความได้ว่า เราเรียนปรัชญาในยุคโลกาภิวัตน์เพื่อรู้สามอย่างตามเป้าหมายของวิชานี้ และเมื่อรู้แล้วย่อมคุ้มครองผู้รู้ได้ในหลายแง่หลายมุมทีเดียว ไม่เชื่อก็ขอเชิญติดตามดูไปก่อนว่าจะจริงเท็จแค่ไหน เป้าหมายสามอย่างดังกล่าวได้แก่

1) เพื่อรู้จักมองเห็นปัญหาที่คนธรรมดามองเองไม่เห็น

2) เพื่อรู้จักมองหาคำตอบทุกคำตอบที่เป็นไปได้

3) เพื่อรู้จักเก็บส่วนดีจากทุกคำตอบมาเป็นหลักยึดเหนี่ยวของตน

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018