Plotinus on metaphysics ความเป็นจริงของเผลอทายเนิส

ผู้แต่ง : รวิช  ตาแก้ว

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

โพลทายเนิส (Plotinus 205-270) เป็นผู้นำเอาปรัชญาของเพลโทว์มาผสมผสานกับลัทธิศาสนาลึกลับ (mysterious religion) ซึ่งไหลบ่าเข้ามาในมหาอาณาจักรโรมันตะวันออก เป็นต้นว่า  ศาสนาแซร์เรอธูสเทรอส (Zarathustra)  จากเปอร์เซีย

โพลทายเนิสสอนว่า ความเป็นจริงดั้งเดิมมีหนึ่งเดียวเรียกว่า องค์เอกะ (The one)  หรือผู้เป็นหนึ่ง เนื่องจากองค์เอกะนี้มีแต่ความดี สมบูรณ์อย่างเหลือล้นแต่ด้านเดียว ไม่มีความเลวหรือความบกพร่องเจือปนอยู่เป็นการจำกัดขอบเขตเลย ความสมบูรณ์นี้จึงท่วมท้นล้นออกมานอกขอบเขตดั้งเดิมมากเท่าไรความสมบูรณ์ก็ยิ่งเจือจางมากขึ้นทุกที เหมือนทิ้งก้อนน้ำตาลกรวดลงในอ่างน้ำ ความหวานจากก้อนน้ำตาลกรวดจะแพร่กระจายออกรอบทิศ ที่ใกล้ก้อนน้ำตาลกรวดที่สุดก็มีความหวานเข้มข้น ยิ่งห่างออกไปความหวานก็ค่อยๆจางลงทุกที

ความสมบูรณ์จางลงเพราะห่างจากศูนย์กลางเช่นนี้เอง ทำให้มีความบกพร่องมากขึ้นตามลำดับโดยจำเป็น ที่ปลายแดนสุดคือสสารซึ่งเป็นแดนที่ไม่มีความสมบูรณ์เลย หรืออีกนัยหนึ่งก็คือมีความสมบูรณ์อยู่ในระดับศูนย์ เป็นเนื้อสสารบริสุทธิ์ ไม่มีรูปแบบใดเลย เหมือนศักยภาพบริสุทธิ์ของแอร์เริสทาทเถิล ที่นี่เองคือแดนที่มีความสมบูรณ์ขั้นเจือจางมาคลุกเคล้ากับสสารกลายเป็นมนุษย์เราแต่ละคนๆ ภายในตัวเราจึงมีการดิ้นรนระหว่างความดีกับความบกพร่องหรือการขาดความดีกับความบกพร่องหรือการขาดความดี โพทายเนิสถือลัทธิเอกนิยมจึงไม่เชื่อว่าความชั่วจะมีอยู่จริงโดยตัวเองอย่างที่ลัทธิเทวนิยมสอน  จิตของเราเป็นส่วนหนึ่งของความสมบูรณ์ซึ่งห่างจากศูนย์กลางออกมา ส่วนร่างกายมาจากสสารซึ่งมาคลุกเคล้าเข้ากับจิต จิตเมื่อรู้ตัวเช่นนี้ก็ดิ้นรน หาทางหลุดพ้นจากสสาร เพื่อกลับไปสู่องค์เอกะ  ซึ่งเป็นความสมบูรณ์สูงสุด ส่วนร่างกายก็เสียดายจิต เพราะเห็นว่าปราศจากจิต ตัวเองก็ไม่มีความหมาย เป็นของตายซาก จึงพยายามล่อจิตให้ติดใจอยู่กับวัตถุ จะได้ยึดจิตไว้กับสสารนานเท่านาน  จิตต้องตัดสินใจเด็ดขาดและตัดใจจริงๆ จึงจะสามารถหลุดพ้นมารยาของร่างกายได้ การหลุดพ้นนั้นเองจะช่วยให้จิตพ้นสังสารวัฎ พ้นการดิ้นรน พ้นอำนาจสสาร พ้นความทุกข์ รวมเป็นหนึ่งเดียวกับองค์เอกะอย่างเดิมต่อไป สภาพนี้ถ้าจะเปรียบกับปรัชญาอินเดียแล้วก็เท่ากับการกลับไปสู่พรหมนั่นเอง

วิธีการซึ่งองค์เอกะ เจือจางตัวเองออกไปวงนอกตามลำดับนั้น เรียกว่าการล้น (ดู emanation)

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018