
second paradigm of Mesopotamia กระบวนทรรศน์ที่ 2 ในเมโสโพเทเมีย
ผู้แต่ง : เอนก สุวรรณบัณฑิต
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ
ชาวแบบิโลเนียสังเกตท้องฟ้าจนเข้าใจวัฏจักรของการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ ว่าเคลื่อนติดไปกับครอบฟ้าก็จริง แต่ก็เปลี่ยนตำแหน่งไปวันละนิด ๆ ทุกวันอย่างไม่เท่ากัน โดยแต่ละดวงมีวัฏจักรเฉพาะของตนที่สามารถกำหนดได้ พวกเขารู้จักแบ่งความนานของวัน (กลางวันกับกลางคืน) ออกเป็น 24 ส่วน เรียกว่า ชั่วโมง ชั่วโมงแบ่งออกเป็น 60 ส่วน เรียกว่า นาที และนาทีแบ่งออกเป็น 60 ส่วน เรียกว่า วินาที
พวกเขาสังเกตว่าทุกวันจุดสุดยอดของดวงอาทิตย์จะเคลื่อนไปนิดหนึ่งบนครอบฟ้าเป็นวงกลมปีละรอบ โดยเทียบกับตำแหน่งตายตัวของดาวฤกษ์ เรียกว่า จักรราศี (sodiac) พวกเขาจึงแบ่งวงกลมนั้นเป็น 12 ส่วน เท่า ๆ กัน เรียกว่า 12 ราศี (sodiacal sign) โดยมีเนื้อที่เท่ากับ 30 องศา ของเสี้ยววงกลมแห่งจักรราศี แต่ละราศีได้ชื่อตามกลุ่มดาวฤกษ์ที่ประจำอยู่ คือ ราศีเมษ (Aries = Ram) ราศีพฤกษ์ (Taurus = Bull) ราศีเมถุน (Gemini = Twins) ราศีกรกฏ (Cancer = Crab) ราศีสิงห์ (Leo =Lion) ราศีกันย์ (Virgo = Virgin) ราศีตุล (Libra = Balance) ราศีพฤศจิ (Scorpio = Scorpion) ราศีธนู (Sagittarius = Archer) ราศีมังกร (Capricornus = Horn-goat) ราศีกุมภ์ (Aquarius = Water-bearer) ราศีมีน (Pisces = Fish)
ต่อจากนั้นก็สังเกตการโคจรของดวงจันทร์และดาวเคราะห์ต่าง ๆ ว่าผ่านราศีใดบ้าง เวลาใด คอยสังเกตบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกโดยสัมพันธ์กับตำแหน่งของดาวต่าง ๆ ในท้องฟ้า โดยถือว่า ปรากฏการณ์ในท้องฟ้าเป็นภาษาที่เบื้องบนใช้พูดกับมนุษย์โดยอาศัยการตีความหมายของผู้รู้ ใช้เป็นเกณฑ์พยากรณ์เหตุการณ์ในอนาคตตามที่ดาวต่าง ๆ จะโคจรซ้ำตำแหน่งเดิม
ดังนั้น ใครที่เกิดในราศีใดก็หมายความว่าชีวิตทั้งหมดจะขึ้นกับราศีนั้นว่า จะมีดาวโคจรผ่านเข้ามาในเวลาใดบ้าง หรือมีปรากฏการณ์พิเศษใดเกิดขึ้นควบคู่กันบ้าง เช่น เชื่อกันว่าเมื่อพระเยซูประสูติมีดาวหางปรากฏในท้องฟ้า นักดูดาวชาวแบบิโลวเนียตีความหมายออกว่า มีผู้มีบุญมาเกิด ณ ขณะดาวหางเริ่มปรากฏ ผู้รู้ 3 คน ดั้นด้นมาหาผู้มีบุญที่เกิดในราศีดังกล่าว ณ ตำแหน่งที่ตั้งของดาวหาง ซึ่งปรากฏว่าเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ ณ ตำบลเบธเลเฮม ของประเทศจูเดีย (Judea)ในขณะนั้น เมื่อพบแล้วก็ได้ถวายสักการะพร้อมด้วยของกำนัล 3 อย่าง คือ ทองคำ กำยาน และมดยอบ (น้ำมันชะโลมศพ) ตามธรรมเนียมของพวกเขา (มัทธิว 2: 11)
