life long

Subjectivism on ethic จริยธรรมอัตนัยนิยม

ผู้แต่ง : รวิช  ตาแก้ว

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

 ระหว่างลัทธิอัตนัยนิยมแบบจัดกับลัทธิปรนัยแบบจัด ยังมีแนวคิดอีกแบบหนึ่งที่วางตัวกลางระหว่างลัทธิสุดโต่ง ๒ ข้าง คือ ปรัชญาแห่งการเข้าใจ (Philosophy of Mutual Understanding) แนวคิดแบบนี้เชื่อว่าไม่มีความรู้ที่เป็นปรนัยบริสุทธิ์หรืออัตนัยบริสุทธิ์ มีแต่ความรู้แสวงวัตถุ (intentional knowledge) คือเป็นทั้งปรนัยและอัตนัยในขณะเดียวกัน

ความรู้ปรนัยบริสุทธิ์นั้นผู้มีญาณวิเศษอย่างศาสดาอาจจะบรรลุถึง แต่ทว่าเราผู้เป็นปุถุชนทั้งหลายยังเข้าไม่ถึง ศาสดาทั้งหลายท่านอาจจะเข้าถึงแต่ท่านไม่สามารถชี้แจงให้เราเข้าใจได้อย่างตรงไปตรงมา ภาษาของเรายังบกพร่องมาก สำหรับสาธยายความจริงอันติมะ ท่านจึงต้องสอนอ้อมค้อมเป็นปริศนาให้ขบคิด เราปุถุชนต้องขวนขวายหาความรู้ทุกด้านเข้าช่วยวิเคราะห์มาตรการความดีและมาตรการอื่น ๆ

ยิ่งมีความรู้กว้างและลึกมากเท่าใด เรายิ่งเข้าใกล้มาตรการปรนัยเข้าทุกที เราจึงควรมีใจอุเบกขาวางตัวเป็นกลางให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย รับพิจารณาทุกคำตอบด้วยใจเที่ยงธรรมไร้อคติเพื่อวิเคราะห์ปัญหาคำตอบและภาษาที่ใช้อย่างใจเย็น แยกออกมาเป็นส่วน ๆ ให้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร ใช้ความรู้จากทุกทางที่มีอยู่ช่วยประเมินค่า เมื่อวิเคราะห์ถี่ถ้วนแล้ว จึงสังเคราะห์เข้าเป็นความรู้เฉพาะกาล ใช้ปฏิบัติไปพราง ๆ ก่อน หาโอกาสค้นคว้าปรับปรุงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จะได้มาตรการที่เข้าใกล้มาตรการปรนัยเข้าทุกที นักปราชญ์ต้องเป็นผู้ประกอบด้วยฉันทะ ( การมีใจรัก ) วิริยะ  ( ความมานะ ) และอุเบกขา ( การมีใจเป็นกลาง ) ในการพิจารณาปัญหาและคำตอบที่เป็นไปได้

วิธีดังกล่าวของปรัชญาแห่งการเข้าใจกันเรียกว่าอรรถปริวรรต (hermeneutics) ของปรัชญาหลังนวยุค (postmodernism)

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018