subjects about logic  ชื่อวิชาว่าด้วยเหตุผล

ผู้แต่ง : ปราโมทย์  หม่อมศิลา

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

                แอเริสทาเทิล(Aristotle ก.ค.ศ.384-322) ได้ชื่อว่าเป็นบิดาของวิชาตรรกวิทยา (logic) ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน แอเริสทาเทิลเองไม่ได้ให้ชื่อวิชาไว้  เพียงแต่เขียนเรื่องต่าง ๆ อธิบายการดำเนินงานของปัญญาในการเข้าใจและเชื่อความรู้ต่าง ๆ ที่มนุษย์อาจจะแสวงหาจนรู้ได้เป็นความรู้ที่น่าเชื่อถือ  แอเริสทาเทิลเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ช่วยให้ความสะดวกในการคิด  ซึ่งยังไม่ใช่เนื้อหาของความคิด และให้ชื่อเฉพาะเรื่อง ลูกศิษย์ชื่อพอร์เฟอเรียสรวบรวมเข้าเป็นเล่มให้ชื่อรวมเล่มว่า Organon แปลว่าเครื่องมือ (ของความคิด)

บทต่าง ๆ ของแอเริสทาเทิลมีชื่อดังต่อไปนี้

  1. The Categories ว่าด้วย    10 ประเภทของภาคแสดง (10 predicaments)
  2. On Interpretation ว่าด้วย    การตีความให้เป็นประโยคตรรกะ  มาลา และความสัมพันธ์ในจัตุรัสแห่งความขัดแย้ง (Square of Opposition)
  3. Prior Analytics ว่าด้วย    รูปนิรนัยรูปแบบต่าง ๆ
  4. Posterior Analytics ว่าด้วย    ระบบเครือข่ายความรู้
  5. The Topics ว่าด้วย    5  บทบาทของภาคแสดง(5 predicables)
  6. Sophisticated Refutation ว่าด้วย    การตอบเหตุผลวิบัติ

10 ประเภทของภาคแสดงหมายความว่าแต่ละภาคแสดงจะต้องแสดงประเภทใดประเภทหนึ่ง ดังต่อไปนี้ คือ Substance, Quantity, Quality, Relation, Place, Time, Position, Condition, Action, Passion  คือมี 1 สาระกับ 9 จรสมบัติ (accident) รวมเรียกว่า 10 ประเภทของภาคแสดง (สาระ, ปริมาณ, คุณภาพ, ความสัมพันธ์, สถานที่, เวลา, ท่าตั้ง, เงื่อนไข, กรรม, อกรรม)

ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าแอเริสทาเทิลแบ่งเช่นนี้ด้วยมาตรการใด บางคนว่าตามประเภทคำทางไวยากรณ์ บางคนว่าตามวัตถุของความรู้ บางคนว่าตามความเข้าใจที่เกิดขึ้นในมโนภาพ บางคนว่าทั้ง 3 อย่างรวมกัน  นั่นคือมีความตรงกันระหว่างความเป็นจริง (วัตถุของความรู้) ความรู้ (ความเข้าใจที่เกิดขึ้นในมโนภาพ) และภาษา (ประเภทคำทางไวยากรณ์)

ที่สำคัญสำหรับสมัยของแอเริสทาเทิลก็คือ ใช้ทฤษฎีภาคแสดงนี้เองโต้แย้งทฤษฎีโลกแห่งมโนคติของเพลโทว์  โดยชี้แจงว่าเพลโทว์ถือว่าทั้ง 10 ประเภทภาคแสดงอยู่ในฐานะเสมอกัน คือเป็นสาระด้วยกันทั้งสิ้นนั้น ไม่น่าเชื่อถือ  สำหรับแอเริสทาเทิล เฉพาะสาระเท่านั้นที่อยู่ได้อย่างอิสระ  ส่วนจรสมบัติทั้ง  9  ประเภทนั้นต้องอาศัยเกาะอยู่กับสาระ

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018