Teresa d’Avila, Santa เตเรซาแห่งอาวิลา,นักบุญ

ผู้แต่ง : กันต์สินี  สมิตพันธ์

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

                Santa Teresa d’Avilaเตเรซาแห่งอาวิลานักบุญ(Santa Teresa d’Avila 1515-1582) หรือเรียกตามศาสนนามว่านักบุญเตเรซาแห่งพระเยซู (Santa Teresa de Jesu)เกิดที่เมืองอาวิลา  ประเทศสเปน  จากครอบครัวขุนนาง  บิดานามว่าอันฟอนโซ  ซานเคสแห่งเชปาดา (Alfonso Sanchez de Cepada) อัศวินแห่งราชอาณาจักรคัสตียา  มารดานามว่าเบอาตรีเชอาฮูมาดา (Beatrice Ahumada)   เป็นลูกคนที่ 3  ในพี่น้อง 9 คน  มารดาเป็นคนเคร่งศาสนา จึงอบรมบุตรธิดาให้ซาบซึ้งในศาสนาคริสต์ตั้งแต่ยังเยาว์วัย  เตเรซาชอบอ่านนวนิยายผจญภัยของอัศวิน  และเคยแต่งเองด้วย  ทำให้จิตใจเข้มแข็งห้าวหาญและกล้าเสี่ยง  เคยชวนพี่ชายไปตัดหัวชาวมุสลิมเพื่อพระเยซู (แต่จริง ๆ ไม่ได้ไป)  ภายหลังจึงได้เข้าใจว่านั่นไม่ใช่วิถีทางของชาวคริสต์  จึงได้หันความสนใจไปแสวงหาวิถีชีวิตที่ดีที่สุด  และได้พบวิถีซึ่งคริสตจักรคาทอลิกรับรอง

มารดาถึงแก่กรรมเมื่อเตเรซาอายุได้ 13 ปี  บิดาเห็นว่าไม่มีใครดูแล  จึงฝากเข้าเป็นนักเรียนประจำในโรงเรียนของคณะแม่ชีที่เคร่งมาก  รู้สึกชอบการตัดกิเลสเพื่อรักพระเจ้า แต่ไม่ชอบทุกรกิริยา อยู่ประจำได้ปีครึ่งก็ล้มป่วยต้องกลับบ้าน  พยายามปฏิบัติตนตามอุดมคติของตนเองที่คิดได้ในขณะอยู่โรงเรียนประจำ

เมื่ออายุ 20 ปีไปค้างอยู่บ้านลุง  ลุงใช้ให้อ่านจดหมายของนักบุญจีโรม(Jerome 342?-420) ว่าด้วยชีวิตถือพรต  จึงตัดสินใจเข้าถือพรตในสำนักคาร์เมลแห่งอาวิลา  รู้สึกว่าวินัยหย่อนยานเกินไป ครั้นได้เป็นอธิการิณีก็ปรับปรุงวินัยให้เหมาะสม  จนเป็นที่นิยมของบรรดาผู้ถือพรตทั้งชายและหญิงเรื่อยมาจนทุกวันนี้

ท่านได้นิพนธ์ประสบการณ์การถือพรตของท่านไว้  ที่นับว่าสำคัญได้แก่  สป.El camino de la perfeccion (The Way of Perfection =วิถีแห่งความสมบูรณ์) , สป. El Castillo Interior (The Interior Castel = ป้อมปราการภายในจิตใจ) ; สป. Vida (Life = ชีวิต)  ซึ่งท่านนักบุญเล่าประสบการณ์ภายในชีวิตของตนเอง

งานเขียนเหล่านี้เป็นตัวอย่างและแนวทางของฌานนิยมแบบคาทอลิก  ซึ่งระมัดระวังอย่างมากในการหลีกเลี่ยงลัทธิสรรพเทวนิยม  และหลีกเลี่ยงลัทธิโมลีนา(Molinism) ทางของนักบุญเตเรซาจึงเป็นทางสายกลางระหว่างทางสุดโต่งที่กล่าวมาข้างต้น

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018