thai

Thai paradigms กระบวนทรรศน์ของคนไทย

ผู้แต่ง : เอนก  สุวรรณบัณฑิต

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

                ความคิดของคนไทยตามกรอบกระบวนทรรศน์สามารถดูว่าอะไรจะเข้าระบบกระบวนทรรศน์ปรัชญาที่กำหนดไว้สำหรับปรัชญาตะวันตกได้บ้าง  และอาจจะต้องยอมรับว่ามีบางอย่างที่หากระบวนทรรศน์เข้าไม่ได้

  1. กระบวนทรรศน์ที่ 1 ดึกดำบรรพ์ ความคิดของคนไทยที่คิดว่าพอจะสังกัดเข้ากระบวนทรรศน์นี้ได้ ได้แก่ ความเชื่อที่ปรากฏในวรรณคดีไทยที่เชื่อในอำนาจลึกลับต่างๆไม่ว่าจะเป็นอำนาจไสยศาสตร์ หรืออำนาจผีสางเทวดาอันจัดว่าเป็นศาสนาธรรมชาติหรือวิญญาณนิยม อย่างเช่นความเชื่อเรื่องการเข้าทรง ความเชื่อเรื่องขวัญ ความเชื่อที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินเรื่องขุนช้างขุนแผน เรื่องพระอภัยมณี เป็นต้น
  2. กระบวนทรรศน์ที่ 2 โบราณ ความคิดของคนไทยที่คิดว่าน่าจะสังกัดเข้ากระบวนทรรศน์นี้ได้ ได้แก่ความเชื่อกฎตายตัวในศาสนา ซึ่งจะต้องปฏิบัติอย่างเถรตรงตามตัวอักษร  อย่างเช่นความเชื่อในกฎแห่งกรรมตามพระพุทธศาสนา  ความเชื่อในเรื่องพระยุติธรรมของพระเจ้าในหมู่ชาวไทยคริสต์ วรรณกรรมที่พอจะอ้างได้มีอาทิเช่น เตภูมิกถา และคำสอนคริสตังค์ เป็นต้น
  3. กระบวนทรรศน์ที่ 3 ยุคกลาง ความคิดของคนไทยที่คิดว่าน่าจะสังกัดเข้ากระบวนทรรศน์นี้ได้ ได้แก่หนังสือพัฒนาจิตใจตามคติทางศาสนาที่บ่งชัดเจนว่า ทุกอย่างในโลกล้วนอนิจจัง ต้องสละความสุขแบบโลกียะเพื่อแลกกับความสุขสมบูรณ์ในโลกุตตระ  คู่มือแนะนำสมาธิล้วนแต่เข้ากรอบนี้ทั้งสิ้น หนังสือพระมรรคา (PhraMorakhaไม่ทราบผู้แต่ง)  ซึ่งชาวไทยคริสต์คาทอลิกนิยมอ่านกันมากในช่วงของศตวรรษที่แล้ว  และยังมีอิทธิพลอย่างกว้างขวางในหมู่ชาวไทยคริสต์คาทอลิกในปัจจุบัน
  4. กระบวนทรรศน์ที่ 4 นวยุค ความคิดของคนไทยที่คิดว่าน่าจะสังกัดเข้ากระบวนทรรศน์นี้ได้มีมากมายเพราะตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ  ทรงเปิดประเทศรับอารยธรรมตะวันตก และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า ฯ  ทรงส่งเจ้านายและสามัญชนไปศึกษา ณ ต่างประเทศ  ก็ได้มีคนไทยสนใจออกไปศึกษาหาความรู้ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในยุโรป  และสหรัฐอเมริกากันเป็นจำนวนมากตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน  การสอนวิชาต่าง ๆ ในซีกโลกตะวันตก  มีปรัชญากระบวนทรรศน์ที่ 4 เป็นพื้นฐานเป็นส่วนมาก  ท่านเหล่านี้เมื่อเรียนจบวิชาสาขาใดก็ตาม  เมื่อเข้ามามีบทบาทในการใช้วิชาความรู้ของตนในประเทศไทย  ก็ย่อมแสดงความรู้ของตนออกมาตามกระบวนทรรศน์ที่ 4  และแสดงปรัชญากระบวนทรรศน์ที่ 4 ออกมาอย่างตรง ๆ บ้าง อย่างอ้อม ๆ หรือเพียงเป็นนัยบ่งถึงบ้าง ท่านที่แสดงกระบวนทรรศน์ที่ 4 ออกมาอย่างตรง ๆ มีอาทิเช่น สมัคร บุราวาส หลวงวิจิตรวาทการ เป็นต้น นักคิดเหล่านี้จะสังเกตได้ว่า เมื่อกล่าวถึงพระพุทธศาสนาก็จะพยายามอ้างว่าเป็นศาสนาแห่งวิทยาศาสตร์และศึกษาพระพุทธศาสนาแบบวิทยาศาสตร์  และถ้าจะกล่าวถึงศาสนาอื่น ๆ ก็จะกล่าวในทำนองเดียวกันกับที่ขบวนการพุทธิปัญญากล่าวไว้ในปรัชญาตะวันตกสมัยนั้น  กล่าวคือมองในลักษณะปฏิฐานนิยม (positivism) ว่าเป็นความเชื่องมงายเหลวไหลอย่างไสยศาสตร์  ซึ่งจะต้องข้ามพ้นไปสู่ความจริงวิทยาศาสตร์จึงจะเชื่อได้ว่าจริง
  1. กระบวนทรรศน์ที่ 5 หลังนวยุค กระบวนทรรศน์นี้แม้ในปรัชญาตะวันตกก็ยังเป็นเรื่องใหม่อยู่  แต่ก็กำลังได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน  ความคิดของคนไทยที่จะจัดเข้าสังกัดในกระบวนทรรศน์นี้  ก็คงต้องสำรวจดูจากนักคิดใหม่ ๆ ที่เพิ่งไปเรียนรู้มาจากต่างประเทศ หรืออ่านพบมาจากหนังสือภาษาต่างประเทศ  ผู้ที่สังกัดกระบวนทัศน์นี้โดยไม่เอามาจากปรัชญาตะวันตกนั้นอาจจะมีได้ ก็คงต้องช่วยกันสำรวจต่อไป แต่อย่างน้อยก็น่าจะอ้างถึงท่านอาจารย์พุทธทาสภิกขุ ได้สักท่านหนึ่ง

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018