การทดสอบชุดการอ้างเหตุผล โดยวิธีตลบหลัง

ผู้แต่ง : พระปรียะพงษ์  คุณปัญญา

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

การทดสอบด้วยวิธีการตลบหลังนี้  เป็นวิธีการที่ใช้ทดสอบความสมเหตุสมผลและความไม่สมเหตุสมผลของชุดการอ้างเหตุผล  ซึ่งถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า  วิธีการนี้ใช้ทดสอบความสมเหตุสมผลและไม่สมเหตุสมผลนั้นทำให้ได้ผลเร็ว  โดยการสังเกตตารางความจริงเพียงบรรทัดเดียวสำหรับตารางของแบบทดสอบ  นั่นก็หมายความว่า เฉพาะบรรทัดที่มีชุดของการอ้างเหตุผลที่ไม่สนับสนุนหรือขัดแย้งนั้นเอง ซึ่งเมื่อเราสังเกตเห็นได้อย่างนี้แล้ว เราก็จะสามารถอธิบายได้ถึงความไม่สมเหตุสมผลของชุดการอ้างเหตุผลดังกล่าวว่า  ซึ่งเหตุผลดังกล่าวหรือบรรทัดดังกล่าวนั้นได้

ในชุดของการอ้างเหตุผลนั้น เราจะสังเกตเห็นได้ว่า  ทุกๆ ชุดของการอ้างเหตุผลนั้นจะเป็นจริงหรือเป็นเท็จได้ก็ต่อเมื่อ ชุดของการอ้างเหตุผลนั้นเป็นจริงทั้งหมด  เมื่อชุดของการอ้างเหตุผลเป็นจริงทั้งหมดแล้วก็จะส่งผลต่อข้อสรุปให้เป็นจริงไปด้วย   นั้นก็แสดงว่าชุดของการอ้างเหตุผลนั้นสมเหตุสมผล  แต่ถ้าในกรณีที่ชุดของการอ้างเหตุผลเป็นจริงทุกกรณี  แต่ข้อสรุปกลับกลายเป็นเท็จ  ก็ต้องตัดสินว่าข้อสรุปของการอ้างเหตุผลดังกล่าวนั้นเป็นจริง  สมเหตุสมผล ทุกประการ

การทดสอบโดยวิธีตลบหลัง ( Verification  by  the indirect method ) เริ่มจากการแทนค่าของชุดการอ้างเหตุผลด้วย  F  โดยหาความจริงของชุดการอ้างเหตุผลเรียงไปตามลำดับ  โดยข้อสรุปของชุดการอ้างเหตุผลดังกล่าวนั้น เป็น  F  ของชุดการอ้างเหตุผล เช่น  T    F = F  F v F = F  T ´ F  หรือ F ´ T หรือ  F ´ F = F

ลำดับต่อมาหลังแทนค่าของชุดการอ้างเหตุผลด้วยสัญลักษณ์แล้ว  ก็ต้องผิสุจน์ชุดการอ้างเหตุผลเพื่อหาความจริงของความสมเหตุสมผลในชุดการอ้างเหตุผลดังกล่าว  โดยข้ออ้างของชุดการอ้างเหตุผลที่เป็นจริงนั้นจะต้องแทนค่าด้วย  T   ถ้าชุดการอ้างเหตุผลนั้นไม่เป็นจริงก็จะแทนค่าด้วย  F

ตัวอย่างที่  1.  ถ้าข้าพเจ้าจบปริญญาเอก  ข้าพเจ้าจะต้องมีงานทำ  แต่ทว่าข้าพเจ้าไม่จบปริญญาเอก  ข้าพเจ้าก็จะไม่มีงานทำ (สมมติ ก   ข )

ขั้นที่  1. ตั้งโจทย์โดยแทนค่าชุดการอ้างเหตุผลด้วยสัญลักษณ์ตรรกวิทยา

ขั้นที่ 2.  ตั้งค่าให้   ´  เป็น  F   แล้วหาค่าความจริงของ  ข

ขั้นที่ 3.   ตั้งค่าให้ ( 1)  และ  (2)  เป็น  T  ( เป็นจริงทั้งคู่ ) เสร็จแล้วค่อยหาค่าความจริงของ  ก

จากขั้นตอนที่ 3 จะสังเกตเห็นได้ว่า  เมื่อแทนค่าให้  ( 2 ) ผลลัพท์จะมีค่าเป็น  F  ทันที ซึ่งถ้าแทนค่าในช่องที่ ( 1 )  ก็จะมีผลลัพท์เป็น  T  (ถูกต้อง)  ซึ่งทำให้ชุดของการอ้างเหตุผลดังกล่าวนี้ไม่สมเหตุสมผล  เพราะเป็นกรณีที่ชุดการอ้างเหตุผลที่เป็นจริงแล้วแต่ข้อสรุปเป็นเป็นเท็จ คือ ข้ออ้างไม่สนับสนุนข้อสรุปนั้นเอง  จึงตอบได้ว่า ไม่สมเหตุสมผล

ดังนั้น จากหลักการดังกล่าวมาแล้วนั้นพอสรุปได้ว่า

1.  ในชุดของการอ้างเหตุผลชุดหนึ่งๆ นั้นจะต้องพิจารณา ก็คือ  กรณีที่ชุดของการอ้างเหตุที่เป็นจริงด้วยกันทั้งหมดเท่านั้น

2. ในกรณีที่ ข้อสรุปเป็นเท็จเพียงกรณีเดียวก็ถือได้ว่าเป็นชุดข้ออ้างที่ไม่สมเหตุสมผล ถ้าหาข้อสรุปเป็นเท็จแล้วก็ต้องตัดสินได้ว่าสมเหตุสมผล

ส่วนกรณีที่ต้องการก็คือ  กรณีที่ข้อสรุปเป็น  F  (เท็จ)  และข้ออ้างทุกข้ออ้างเป็น   T   (จริง)  ถ้าเป็นกรณีดังกล่าวนี้ก็นับได้ว่าไม่สมเหตุสมผล  ถ้าไม่มีก็นับว่าสมเหตุสมผล

Leave a comment

Previous Post
Next Post

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018