ivivesj001p1

Vives, Juan Luis ฮวน ลุยส์ วีเวส

ผู้แต่ง : กันต์สินี สมิตพันธ์
ผู้ปรับแก้ : กีรติ บุญเจือ

Juan Luis Vivesฮวน ลุยส์ วีเวส (Juan Luis Vives 1492-1540) เป็นชาวสเปน เกิดที่วาเลนเชีย (Valencia) เรียนที่กรุงปารีส สอนที่ลูแวง, ออกซ์ฟอร์ด และในพระราชวังอังกฤษ ตั้งแต่ปีค.ศ.1529 ปักหลักที่เมืองบรูชส์ (Brugges) จนถึงแก่มรณกรรม เป็นนักมนุษยนิยมที่สนใจและคิดกว้างขวาง มีความรู้รอบตัวมาก ไม่เห็นด้วยกับขบวนการฟื้นฟูด้านใดด้านหนึ่งของวัฒนธรรมกรีก และไม่เห็นด้วยกับการฟื้นฟูเพื่อฟื้นฟู แต่คิดว่าควรจะฟื้นฟูเพื่อใช้เป็นตัวอย่างและข้อมูลเพื่อการพัฒนาต่อไป ในทางปรัชญาวีเวสจึงมีความเห็นว่าไม่ควรฟื้นฟูลัทธิใดลัทธิหนึ่งโดยเฉพาะแล้วยึดมั่นถือมั่นกับลัทธินั้นเสียจนไม่ลืมหูลืมตา แต่ควรสนใจสำรวจทุกลัทธิของปรัชญากรีก โดยเข้าถึงตัวบทของปรัชญาเหล่านั้น ไม่ใช่ยึดเอาอรรถกถาเป็นหลักจนกลายเป็นการยึดมั่นถือมั่น แต่ควรมองให้รอบตัวเพื่อจะเข้าใจการเปลี่ยนแปลงและการค้นพบใหม่ ๆ เพื่อเอาทุกอย่างมาพิจารณาร่วมกันสร้างแนวทางที่เหมาะสมกับสมัย สิ่งใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนั้นซึ่งวีเวสคิดว่าไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่ง ก็คือการสังเกตและทดลอง ซึ่งนักเล่นแร่แปรธาตุใช้มานานและกำลังเป็นที่นิยมกันในหมู่นักวิชาการสมัยนั้น

การที่วีเวสไม่สนับสนุนการฟื้นฟูปรัชญากรีกก็เพราะสังเกตเห็นว่า เป็นเหตุให้ต่างฝ่ายต่างยึดมั่นถือมั่นคำพูด ทำให้พูดกันไม่รู้เรื่อง ตกลงอะไรกันไม่ได้ ส่วนวิธีการพิสูจน์ของอัสสมาจารย์ที่ยังมีขบวนการปกป้องอยู่ก็ยึดมั่นถือมั่นอยู่กับแบบแผนมากเกินไป โดยไม่คำนึงถึงจิตวิทยาของมนุษย์เสียบ้างเลย ความบกพร่องเหล่านี้ทำให้เสียเจตนารมณ์ของนักวิชาการ ซึ่งควรจะมุ่งแสวงหาความเข้าใจ กลับมุ่งยึดมั่นถือมั่นและเอาชนะกันโดยการถกเถียง เป็นการเสียเวลาเปล่าโดยใช่เหตุ วีเวสคิดว่าจำเป็นต้องหาทางสายกลางที่เหมาะสมให้ได้

มาตรการความจริงเพื่อให้เป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย วีเวสจึงวางพื้นฐานปรัชญาของตนบนมูลบทว่า “มนุษย์เกิดมาสมองว่างเปล่า ไม่มีสหัชมโนคติหรือมโนคติแต่เกิด (innate ideas)” แต่ทว่ามนุษย์มีประสาทสัมผัสประเภทเดียวกันและจำนวนเดียวกัน มีความสามารถคิดต่อโดยเอาข้อเท็จจริงทางผัสสะมาตัดสิน และเอาข้อตัดสินทั้งหลายมาประมวลเข้าเป็นระบบความคิด เมื่อเป็นเช่นนี้ข้อเท็จจริงทางผัสสะของมนุษย์จึงไม่แตกต่างกันมากนัก จะต่างกันก็ที่มีข้อเท็จจริงมากน้อยกว่ากันเท่านั้น ความรู้ทางผัสสะจึงไม่อาจจะผิดพลาด เพราะเราเห็นอย่างไร ก็เป็นข้อมูลอย่างนั้น ความผิดพลาดอาจจะเกิดขึ้นจากการตีความข้อมูล เพราะบางคนอาจจะมีประสาทรับรู้บกพร่องหรืออาจจะมีฐานจิตวิทยาผิดจากผู้อื่นทำให้ตีความผิดพลาดไป วีเวสคิดล่วงหน้าคานท์ไว้แล้วว่า ในการตัดสินข้อมูล มนุษย์เราก็มีแนวโน้มเหมือนกันที่จะตะล่อมเข้าเป็นประเภท ๆ แต่ฐานจิตวิทยาอาจจะบิดเบือนไปได้ เราจึงควรเช็คการตัดสินของเรากับคนส่วนมากด้วย หรืออย่างน้อยก็สังเกตความคิดของคนทั่วไปด้วย ไม่ใช่ยึดเอาความคิดของเราเป็นหลักอยู่เพียงคนเดียว

ศาสนาในด้านปรัชญาศาสนา วีเวสคิดว่ามนุษย์ต้องการวิวรณ์เพื่อมั่นใจได้ถึงสิ่งเหนือธรรมชาติ เพราะสิ่งเหนือธรรมชาติไม่อยู่ในข่ายที่จะรู้ได้จากข้อมูลทางผัสสะ เราอาจจะพิสูจน์ได้บางเรื่อง จากความต้องการของจิตใจของเราร่วมกัน ที่ต้องการความสุขแท้และสมบูรณ์แบบ เช่น เรื่องความมีอยู่ของพระเจ้า เรื่องอมตภาพของวิญญาณ ฯลฯ เพราะคำสอนเหล่านี้ของศาสนาค้ำประกันความต้องการดังกล่าวได้ดีที่สุด แต่ก็เป็นเพียงข้อพิสูจน์เสริมวิวรณ์ โดยสรุปว่ามีความเหมาะสมเท่านั้น หาใช่ข้อสรุปที่ให้ความจริงเด็ดขาดในตัวไม่

หลักความประพฤติในด้านจริยศาสตร์และกฎหมายก็เช่นเดียวกัน เหตุผลที่เหมาะสมสำหรับอ้างก็คือความเหมาะสมที่จะนำมนุษย์ไปสู่ความสุขที่สมบูรณ์แบบ และวีเวสเชื่อว่าใครทำทุกอย่างเพื่อสิ่งนี้ย่อมได้ชื่อว่ามีปรีชาญาณ และคำสอนที่ตอบสนองความต้องการดังกล่าวนี้แหละคือปรีชาญาณ
วีเวสได้ชื่อว่าเป็นนักมนุษยนิยมยิ่งใหญ่คนหนึ่งของสเปนในสมัยฟื้นฟู

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018