Weigel,  Valentin วาเลนทิน วายเกล

ผู้แต่ง : รวิช  ตาแก้ว

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

Valentin Weigel วาเลนทิน วายเกล (1533-1588) เป็นชาวเยอรมันเช่นกัน เกิดในแคว้นแซกโซนี สนใจปรัชญา  ศาสนา  และวิทยาศาสตร์ปนไสยศาสตร์มาโดยตลอด  สนใจคำสอนและวิธีเข้าฌานเป็นพิเศษ  ความคิดของท่านจึงเป็นการผสมผสานระหว่างสิ่งเหล่านี้  แม้จะสังกัดนิกายโปรเตสแตนต์ลัทธิลูเธอร์  แต่ก็ขัดแย้งกับนักศาสนศาสตร์ฝ่ายลูเธอร์อยู่เสมอ  นิกายคาทอลิกก็ไม่ชอบ  จึงแสวงหาความเข้าใจศาสนาด้วยตนเอง และพยายามแผยแผ่ในหมู่ชาวเยอรมัน

งานนิพนธ์ที่สำคัญได้แก่

หนังสือว่าด้วยชีวิตแสนสุข (ลต. Libellus de Vita Beata ,1609= A Booklet of a Happy Life)

จงรู้จักตัวเรา (ยร. ErkennedichSelbst, 1615 = Know Thyself)

โหราศาสตร์ที่กลายเป็นเทววิทยา (ลต. AstrologiaTheologizata, 1618 = Theologized Astrology)

ปรัชญาที่เป็นเทววิทยา (ลต.PhilosophiaTheologica, 1618 = Theological Philosophy)

การศึกษาทั่วไป (ลต.StudiumUniversale , 1618 = Universal Study)

วายเกลสอนว่า โดยอาศัยการเข้าฌาน เราจึงจะรู้ความจริง  จะเข้าใจได้ว่าความเป็นจริงมีแต่หน่วยเดียว คือพระเจ้า พระองค์ทรงเป็น องค์นิรวจนีย์ คือ อธิบายไม่ได้ (ineffable)  ไม่มีขอบเขตและไม่จำกัด  พระองค์จึงเป็นทั้งหนึ่งและหลาย  ทรงเป็นหนึ่งในตัวพระองค์ แต่ทรงเป็นหลายในสิ่งอื่นทั้งหมด 

การสร้างมิได้หมายความว่าทรงกระทำอะไรให้มีขึ้น  หากแต่ทรงสำนึกรวมทุกประเภทไว้ในตัว  จนได้ชื่อว่าอนุจักรวาล  ที่เรียกว่า สิ่งสร้างทั้งหลายนั้นก็คือ พระเจ้าปนกับความเปล่า  และเพราะมีความเปล่าปนจึงปรากฏเป็นหน่วย ๆ มากมายหลายหลาก  แต่เมื่อพระเจ้าทรงสำนึกในตัวมนุษย์  ก็จะตระหนักได้ทุกอย่างในตัวมนุษย์ 

วายเกลไม่เห็นด้วยกับ มาร์ติน ลูเธอร์ ที่ว่าให้มีศรัทธาไว้แล้วจะดีเอง  แต่เชื่อว่ามนุษย์ต้องพยายามเข้าใจตัวเองเพื่อสำนึกได้ถึงธาตุแท้ในตัวคือพระเจ้า  วายเกลใช้คำว่า อหังภาพหรือความเป็นฉัน (ยร.Ichheit; The I-ness)  เพื่อใช้เรียกธาตุพระเจ้าในตัวมนุษย์ซึ่งมนุษย์จะสำนึกโดยการเข้าฌาน  เรื่องนี้ฟิกเท (Johann Gottlieb Fichte 1762-1814) จะนำไปใช้เป็นพื้นฐานปรัชญามโนคตินิยมแบบอัชฌัตติกญาณ (Intuitionism) ของตน แต่เบิร์มจะพัฒนาต่อไปในแนวทางของฌานนิยม จึงเห็นได้ว่าลักษณะความคิดของวายเกลเป็นลัทธิสรรพเทวนิยม (Pantheism) และฌานนิยมจึงถูกต่อต้านทั้งจากฝ่ายคาทอลิกและโปรเตสแตนต์

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018