William of Ockham วิลเลียมแห่งอากเคิม

ผู้แต่ง : เอนก  สุวรรณบัณฑิต

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

วิลเลียมแห่งอากเคิม 1295-1360 เป็นชาวอังกฤษ เกิดที่อากเคิม (Ockham or Occam) ในจังหวัดเซอร์เรย์ (Surrey) เข้าถือพรตในคณะฟรานซิสคัน (Franciscan friar) เรียนที่ออกซ์ฟอร์ด ปี ค.ศ. 1324 ถูกเรียกตัวไปสอบสวนที่อาวิญอง (Avignon) ในข้อหาสอนนอกรีต ดีวเรินด์ซึ่งอยู่ในคณะกรรมการได้พยายามช่วยไว้ ปี ค.ศ. 1327 คณะฟรานซิสคันถูกพระสันตะปาปาจอห์นที่ 22 กล่าวหาว่าปฏิบัติความยากจนไม่ถูกต้อง

มหาธิการพร้อมกับอากเคิมและผู้ร่วมใจพากันหนีไปพึ่งจักรพรรดิลุดวิกแห่งบาวาเวีย  เพื่อต่อต้านการแทรกแซงของสันตะปาปาและคว่ำบาตรด้วยกันในปีต่อมา  อากเคิมยึดเอามิวนิกเป็นศูนย์กลางเผยแผ่ความคิดของตนจนถึงมรณกรรม  ปรากฏว่ามีผู้สนับสนุนและถ่ายทอดเจตนารมณ์ต่อ ๆ มาจนกลายเป็นขบวนการอากเคิมซึ่งมีอิทธิพลอย่างกว้างขวางในยุโรปอยู่ระยะหนึ่ง 

ปฏิบัติการของอากเคิมนับว่าเป็นตัวอย่างและการกรุยทางให้การปฏิรูปศาสนาคริสต์ในเวลาต่อมา

อากเคิมมีความเห็นว่า  ปรัชญาอัสสมาจารย์ (Scholasticism) ในขณะนั้นผิดพลาดขั้นพื้นฐานในการพยายามเอาปรัชญาของอริสโตเติลมาสร้างระบบความคิดของคริสตศาสนาในลักษณะของลัทธิสัจนิยม (Realism) ความผิดพลาดดังกล่าวจำแนกได้เป็น 2 ประเด็น ประเด็นแรกก็คือ ความคิดของอริสโตเติลมิได้เป็นแบบสัจนิยมและอริสโตเติลเองมิได้คิดจะสร้างระบบความคิดแต่ประการใด  ส่วนประเด็นหลังก็คือ การสร้างระบบความคิดไม่ใช่ลักษณะของคริสต์ศาสนา  จึงนับได้ว่า อากเคิมเป็นนักวิจารณ์เต็มตัว  และวิจารณ์ถึงรากถึงโคนทีเดียว

ผลก็คือ ทำให้ระบบปรัชญาที่ชาวคริสต์ได้พยายามสร้างกันขึ้นมาเป็นเวลาหลายศตวรรษสั่นคลอนไปทั้งระบบและทุกระบบ  นับเป็นผู้จุดไฟให้เกิดขบวนการปรัชญาต่อมามากมายในทุกแง่ทุกมุมแห่งความคิดของมนุษย์มาจนทุกวันนี้ 

วิลเลียมแห่งอากเคิมสนับสนุนการปฏิรูปทั้งวิธีการและเนื้อหา ซึ่งมีเป้าหมายคือ การทำให้เรียบง่าย (simplification) อากเคิมนำเอาผลงานของนักเทววิทยาในอดีตมาใช้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดันส์ สกอตัส (Duns Scotus) ซึ่งมีมุมมองเกี่ยวกับอำนาจสูงสุดของพระเจ้า มุมมองเกี่ยวกับพระคุณและการให้ความยุติธรรม ทฤษฎีญาณวิทยาและความเชื่อทางจริยธรรม อย่างไรก็ตาม อากเคิลมก็ตอบโต้และต่อต้านสกอตัสในด้านการกำหนดชะตาชีวิต (predestination) การชดใช้บาป (penance) ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งสากล ในประเด็น ex parte rei (“ตามที่ใช้กับสิ่งที่สร้างขึ้น”) และมุมมองเกี่ยวกับความประหยัด (parsimony) ซึ่งต่อมาเรียกว่า มีดโกนของอากเคิม (Occam’s razor)

อย่างไรก็ตาม อากเคิลมสนับสนุนความเชื่อแบบศรัทธา โดยระบุว่า “ศรัทธาเท่านั้นที่ทำให้เราเข้าถึงความจริงทางเทววิทยาได้ วิถีทางของพระเจ้าไม่เปิดให้เหตุผลเข้ามาได้ เพราะพระเจ้าได้เลือกที่จะสร้างโลกและสถาปนาหนทางแห่งความรอดขึ้นภายในโลกโดยอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่ตรรกะหรือเหตุผลของมนุษย์สามารถค้นพบได้” อากเคิมเชื่อว่าวิทยาศาสตร์เป็นเรื่องของการค้นพบ และมองว่าพระเจ้าเป็นสิ่งจำเป็นทางอภิปรัชญาเพียงอย่างเดียว

อากเคิมแสดงฐานะของตนเป็นนักเทววิทยาที่มีความสนใจอย่างแรงกล้าในวิธีการเชิงตรรกะ และแนวทางเชิงวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าที่จะสร้างระบบความคิดใหม่

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018