zwingli

Zwingly, Ulrich Huldeich อูลริก  ซวีงลิ

ผู้แต่ง : กันต์สินี  สมิตพันธ์

ผู้ปรับแก้ :  กีรติ  บุญเจือ

อูลริก  ซวีงลิ(Ulrich HuldeichZwingly 1484-1531) เกิดที่ตำบลวีลด์เฮาส์ (Wildhaus) ซึ่งอยู่ในเขตปกครองของอารามแซงต์กัล(Saint Gall)  ได้รับการศึกษาขั้นต้นจากลุงซึ่งเป็นบาทหลวง  เข้าศึกษามนุษยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยบาเซล,  เบิร์น, เวียนนา  และกลับมาได้ปริญญาโททางมนุษยศาสตร์ที่บาเซลในปี ค.ศ.1506 เรียนเทววิทยาจากวิทเทนบัก  (Wyttenbach) บวชเป็นบาทหลวงและได้เป็นเจ้าอาวาสแห่งกลาโรนา (Glarona) อยู่ 10 ปี  สนใจการรวมตัวตั้งประเทศสวิตเซอร์แลนด์  จึงสมัครเป็นอนุศาสกในกองทหารรับจ้างสวิสร่วมรบในอิตาลี  สนใจและติดต่อกับอิแรสเมิส(Erasmus)  ค.ศ.1519 เริ่มเทศน์เสนอความคิดปฏิรูปศาสนาและการเมือง  โดยใช้พระคัมภีร์และวรรณกรรมของปิตาจารย์รุ่นแรกเป็นบันทัดฐาน สนับสนุนงานปฏิรูปศาสนาของอาจารย์ลูเธอร์

ค.ศ.1522 ประกาศแยกตัวจากศาสนจักรคาทอลิกเพื่อตั้งลัทธิใหม่  ค.ศ.1523 เผยแพร่หนังสือแถลงการณ์ปฏิรูปศาสนา ซึ่งเจ้านครแห่งซูริกยึดถือเป็นหลัก  ประเด็นที่สำคัญคือ  1)ถือคัมภีร์เป็นหลักคำสอน  2)ใช้ภาษาเยอรมันในพิธีกรรม  3)ยกเลิกการบังคับถือโสด  ซวีงลิเข้าพิธีสมรสในปี ค.ศ.1524  ต่อจากนั้นก็เขียนหนังสือและเทศน์เสนอเทววิทยาตามทรรศนะของตน  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าได้รับอิทธิลจากอิแรสเมิส,  ออเกิสทีน,  อไควเนิส  และอักเคิม

ค.ศ.1529 สัมมนากับลูเธอร์ที่มาร์บวร์ก (Marburg Conference)  มีบางเรื่องที่เห็นไม่ตรงกับลูเธอร์  เกิดปัญหาขัดแย้งอย่างหนักระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนซวีงลิกับกลุ่มที่เป็นปฏิปักษ์ต่อซวีงลิ  จนเกิดการสู้รบกัน  ซวีงลิถึงแก่มรณกรรมลงในสนามรบและฝ่ายสนับสนุนซวีงลิพ่ายแพ้ยับเยิน  การปฏิรูปศาสนาใน สวิตเซอร์แลนด์จึงชะงักลงชั่วคราวจนกว่าแคลวินจะรื้อฟื้นอุดมคติของซวีงลิขึ้นมาใหม่

หัวข้อคำสอนของซวีงลิที่แตกต่างจากคำสอนของลูเธอร์ที่สำคัญได้แก่

1)    พยายามควบคุมการเมืองการปกครองเสียเอง  แทนที่จะปล่อยให้เป็นความสมัครใจของผู้ปกครองตามแบบของลูเธอร์

2)    ความรู้นำไปสู่ศรัทธา  ซวีงลิเชื่อว่านักปราชญ์ทั้งหลายที่สอนความจริงและประพฤติตนตามมโนธรรมของตน  ย่อมอยู่ในทางแห่งความรอด

3)    พยายามอธิบายเรื่องลึกลับว่าเป็นสัญลักษณ์  และพยายามอธิบายพระคัมภีร์ด้วยเหตุผล  เช่นอธิบายศีลมหาสนิทว่าเป็นเพียงการระลึกถึงพระเยซู

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018