self

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อปท. (13)

กีรติ บุญเจือ

ความหมายของ Sufficiency

“พอ”ย่อมาจากพอแล้ว ไม่ยอมให้มีน้อยกว่านี้ ไม่ต้องการภาวะด้อยพัฒนา(under-development)ไม่ต้องการภาวะด้อยโอกาส  ไม่ต้องการความขาดแคลนต้องขอความช่วยเหลืออย่างไม่รู้จบสิ้น หากยังไม่พอตามพระราชปณิธานก็ต้องคิดอ่านช่วยกันจัดหาให้ทุกคนมีพอให้จงได้ส่วนคำว่า “เพียง”ย่อมาจากเพียงแค่นี้ ไม่ต้องการมากกว่านี้ ไม่ต้องการความเป็นเกินจริง(no hyper-reality)  ไม่ต้องการความสุขจากโลกมายาที่เกินจำเป็น เพราะมันไม่ใช่ความสุขแท้ตามความเป็นจริงของมนุษย์ผู้มีปัญญา หากรู้ตัวว่ามีเกินไปแล้วก็ต้องช่วยกันขจัดอย่างชอบธรรม มีความสุขแท้ได้ตาม๘๔พระบรมราโชวาทแหละดีที่สุด เพราะจะสามารถครองตน ครองคน ครองงานตามเป้าหมายเชิงปรัชญาที่ทรงพระราชทานไว้ณวันขึ้นครองราชสมบัติว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาประชาชนชาวสยาม” ดังนั้น “พอเพียง”รวมกันจึงหมายความว่า ไม่ขาดไม่เกิน พอดีๆ สมน้ำสมเนื้อสายกลางที่ไม่ใช่บวกกันหารสอง แต่เป็นการเอาเฉพาะส่วนดีจาก 2 สุดขั้วมารวมกันตรงกลางแล้วพัฒนาคุณภาพให้สูงขึ้นๆอย่างไม่รู้จบ  จึงต้องค้ำประกันทั้ง 2 ด้านให้ได้ คือไร้ความเป็นเกินจริง (no hyper-reality) และไร้ความไม่เป็นจริง(no sub-reality) ค้ำประกันได้สำเร็จก็จะเกิดภาวะพอเพียงขึ้นโดยอัตโนมัติ  ทรงบัญญัติศัพท์ขึ้นด้วยพระอัจฉริยภาพตั้งแต่พ.ศ.2517 ว่า self-sufficiency=ความพอเพียงเฉพาะตน 24ปีต่อมาทรงปรับยกพระราชปรัชญาขึ้นให้เป็นพระนโยบายระดับชาติ โดยทรงปรับศัพท์กุญแจ(key-word) โดยตรัสว่า “เศรษฐกิจพอเพียงนี้กว้างขวางกว่า self-sufficiency คือ self-sufficiency นั้นหมายความว่า ผลผลิตอะไรมีพอที่จะใช้ไม่ต้องไปขอซื้อคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง” (พระราชดำรัส 4 ธันวาคม 2541)ซึ่งหมายความว่าเศรษฐกิจพอเพียงไม่พึงจำกัดให้พอเพียงเฉพาะส่วนตนที่ระบุด้วยคำว่า “self” ให้กว้างเป็น Sufficiency ซึ่งในภาษาไทยยังคงใช้คำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ต่อไปตามเดิม โดยให้มีขอบข่ายขยายวงกว้างเสมอกับพระปฐมบรมราชโองการ คือ มหาประชาชนชาวสยามทั้งชาติ

และเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 คือ 1 ปีต่อมาทรงรับรองว่า “เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวทางดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ…เพื่อก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์”

ไม่มีอะไรจะสงสัยได้เลยว่าพระราชปรัชญาที่ทรงรับรองต้องเป็นปรัชญาทันสมัยระดับโลกเท่านั้นจึงจะสมกับพระปณิธานตามพระราชดำรัสในโอกาสต่างๆ

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018