การเมืองยิวกับคำสอนของพระเยซู

ความนำ

            เปาโลเสนอข่าวดีโดยมีปัญหาการเมืองของมหาอาณาจักรโรมันอยู่หลังฉาก เปาโลพยายามเสนอปรัชญาพัฒนาคุณภาพชีวิตอันพึงประสงค์โดยปรับจากสภาพที่เป็นจริงของมหาอาณาจักรโรมัน ส่วนพระเยซูเสนอข่าวดีโดยมีปัญหาการเมืองของชาวยิวในปาเลสไตน์อยู่หลังฉาก พระเยซูพยายามเสนอปรัชญาพัฒนาคุณภาพชีวิตอันพึงประสงค์โดยปรับจากสภาพที่เป็นจริงของชาวยิวในปาเลสไตน์ เราได้ศึกษาคำสอนข่าวดีของเปาโลมาก่อนแล้ว เพราะมีบันทึกเป็นหลักฐานในประวัติศาสตร์ก่อนคำสอนของพระเยซู เราจะมาศึกษาปัญหาการเมืองของชาวยิวในปาเลสไตน์กันในอันดับต่อไปก่อนจะทำความเข้าใจกับเหตุผลอันเป็นที่มาของรูปแบบคำสอนของพระเยซูที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างไปจากรูปแบบคำสอนของเปาโลและของยอห์นซึ่งเราจะศึกษากันในอันดับต่อไป

 

ลำดับเหตุการณ์ประเทศอิสราเอล

ก.ค.ศ.1013 กษัตริย์ดาวิดมหาราช ก่อตั้งราชอาณาจักรอิสราเอลอย่างมั่นคงทางสังคม

ก.ค.ศ.973 กษัตริย์ซาโลมอนสืบราชสมบัติ สร้างพระวิหารหลังแรก สร้างความมั่นคงทางวัฒนธรรม

ก.ค.ศ.932 กษัตริย์โรโบอัมสืบราชสมบัติราชอาณาจักรยูดาห์ 2 ใน12 แคว้น เยโรโบอัมแยก 10 แคว้นภาคเหนือตั้งตัวเป็นกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรอิสราเอล

ก.ค.ศ.722  ชาวแอสซีเรียนทำลายราชอาณาจักรอิสราอล กวาดต้อนพลเมืองไปเป็นเชลย

ก.ค.ศ.587  ชาวแอสซีเรียนทำลายราชอาณาจักรยูดาห์ ทำลายพระวิหารหลังแรก กวาดต้อนพลเมืองไปเป็นเชลย

ก.ค.ศ.522  กษัตริย์ดารีอุสที่1 แห่งเปอร์เซียยึดแอสซีเรีย อนุญาตให้ชาวยิวกลับคืนถิ่นเพื่อรื้อฟื้นชาติอิสราเอลขึ้นกับเปอร์เซีย สร้างพระวิหารหลังที่ 2

ก.ค.ศ.337 ทัพเปอร์เซียแพ้ทัพแอลเลิกแซนเดอร์อย่างราบคาบ ปาเลสไตน์ตกอยู่ใต้อำนาจกรีกใหม่ (Hellenistic) ตั้งแต่นั้นมาชาติอิสราเอลก็ขาดกษัตริย์ปกครอง แต่มีกองทหารกรีกใหม่แบ่งเขตกันดูแล ยกเว้นแคว้นยูดาห์ยกให้มหาปุโรหิตปกครองในฐานะเจ้าประเทศราชโดยตั้งอัตราส่งส่วยค่อนข้างสูงเพราะถือว่ามีรายได้สูงจากพระวิหารกรุงเยรูซาเลม

ก.ค.ศ.323 กษัตริย์แอลเลิกแซนเดอร์สิ้นพระชนม์ ปาเลสไตน์ตกเป็นเมื่องขึ้นของอียิปต์ภายใต้ราชวงศ์ชาวกรีกโตเลมิ(Ptolemy) ซึ่งยอมให้ยูดาห์เป็นเขตปกครองพิเศษของมหาปุโรหิตไปตามเดิม

ก.ค.ศ.198 อียิปต์อ่อนแอ ราชวงศ์ชาวกรีกใหม่ซีลูสิด(Seleucid)แห่งซีเรียส่งกองทัพมาขับไล่กองทัพอียิปต์ที่ตำบลแพนเนออัน(Paneion ถ้ำน้ำพุของเทพแพน ต้นแม่น้ำยอร์แดน) ควบคุมปาเลสไตน์เป็นเมืองขึ้น ต่อมาเปลี่ยนชื่อตำบลเป็น Caesarea Philippi ซีซาเรียฟีลิปปีในสมัยเป็นเมืองขึ้นต่อโรมโดยเจ้าชายฟีลิปปุสแห่งราชวงค์เฮโรดสร้างเป็นเกียรติแด่จักรพรรดิเทอเบร์เรียส ซีเสอร์ (Tiberius Caesar)

ก.ค.ศ.190 กองทัพซีเรียพ่ายแพ้อย่างราบคาบแก่กองทัพโรมันที่แมกนีเซีย(Magnesia) กองทัพโรมันเดินหน้ายึดพื้นที่ไปเรื่อยๆ

ก.ค.ศ.188  ซีเรียเซ็นสัญญาสงบศึกกับกองทัพโรมันที่แอพเผอมีเออ(Apamea) โดยยอมเป็นเมืองขึ้นและส่งส่วยเป็นรายเดือนในอัตราค่อนข้างสูง ทำให้รัฐบาลซีเรียต้องยอมขายตำแหน่ง อย่างเช่นตำแหน่งมหาสมณะของศาสนายูดาห์ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยของโมเสส คือ เมื่อโมเสสประกาศก่อตั้งชาติอิสราเอลขึ้นณเชิงเขาซีไนในนามของพระเจ้า โดยประกาศประมวลกฎหมายปกครองในระบอบเทวาธิปไตยให้เป็นธรรมนูญแห่งชาติเพียงฉบับเดียว เพราะเป็นฉบับที่เชื่อว่าโมเสสได้รับมาจากพระยาห์เวห์ ไม่มีใครมีอำนาจแก้ไขได้นอกจากพระองค์เอง แต่สามารถตีความขยายความได้ โมเสสอ้างว่าพระยาเวห์ทรงพระประสงค์แต่งตั้งให้พี่ชายของท่านคืออาโรน(Aaron)แห่งตระกูลเลวี (Levi) เป็นมหาปุโรหิต(ผู้นำศาสนายูดาห์)ตลอดชีพ และให้ลูกหลานเพศชายคนหนึ่งสืบตำแหน่งเรื่อยไปโดยการแต่งตั้งจากผู้นำชาติ ส่วนลูกหลานเพศชายอื่นๆให้มีตำแหน่งปุโรหิตคือช่วยกันรับผิดชอบดูแลปกครองศาสนา ดูแลพระวิหาร และการประกอบพิธีกรรมต่างๆของพระวิหาร ส่วนคนตระกูลเลวีให้มีหน้าที่ช่วยคณะปุโรหิตในพระวิหารตามต้องการ ที่เหลือให้กระจายตัวไปแทรกอยู่ในชุมชนยิวเพื่อดูแลให้ทุกคนรู้และปฏิบัติตามบทบัญญัติต่างๆให้ครบถ้วน เมื่อดาวิดตั้งราชอาณาจักรอิสราเอลได้เรียบร้อยก็ใช้ตำแหน่งหน้าที่แต่งตั้งศาโดก (Zadok) เป็นมหาปุโรหิตและกำหนดว่าต่อไปตำแหน่งมหาปุโรหิตให้แต่งตั้งทายาทชายจากเชื้อสายของศาโดกและมีมารดาจากเชื้อสายของศาโดกด้วยเท่านั้น ให้เชื้อสายของศาโดกทุกคนเป็นปุโรหิตชั้นสูง เชื้อสายของอาโรนเป็นปุโรหิตชั้นสามัญ ปุโรหิตทุกคนมีเบี้ยหวัดเลี้ยงชีพรับจากกองคลังพระวิหาร ส่วนคนตระกูลเลวีให้เป็นปราชญ์ชุมชนดูแลประชาชนตามเดิมในทำนองปราชญ์ชาวบ้านและอาศัยชาวบ้านเลี้ยงดู ส่วนผู้รู้คัมภีร์โดยมีสำนักรับรองได้ชื่อว่าคัมภีราจารย์อาจจะมีกำเนิดจากตระกูลใดก็ได้

ก.ค.ศ.180 โอนีอัสที่3 (Onias III) จากตระกูลศาโดกเป็นมหาปุโรหิตสืบสันตติวงศ์อย่างถูกต้องตามกฎของโมเสสและกษัตริย์อันติโอคุสที่ 3 (Antiochus III) แห่งราชวงศ์เซลูสิดแห่งซีเรียให้การรับรองมาแต่แรก

ก.ค.ศ.175 ซีเรียเปลี่ยนกษัตริย์เป็นพระเจ้าอันติโอคุสที่4 (Antiochus IV 175-163) ปุโรหิตเจสัน(Jason)น้องชายของมหาปุโรหิตในอำนาจ คิดอุบายแยบยลชิงตำแหน่งมหาปุโรหิตของพี่ชาย โดยจับเส้นถูกตามสถานการณ์ว่ากษัตริย์องค์ใหม่แห่งซีเรียร้อนเงินส่งส่วยแก่กองทัพโรมันตามกำหนด จึงส่งคนไปทาบทามขอซื้อตำแหน่งมหาปุโรหิตด้วยเงินก้อนโตพอที่กษัตริย์อันติโอคุสยากที่จะปฏิเสธได้ลงคอ กษัตริย์ประกาศปลดโอนีอัสที่3จากทุกตำแหน่งและแต่งตั้งเจสันขึ้นดำรงตำแหน่งแทนอย่างหน้าตาเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน เจสันดีใจที่แผนการตื้นๆของตนสำเร็จผลอย่างง่ายดายเหลือเชื่อ ขั้นต่อไปก็คือต้องรีบกอบโกยเก็บรวบรวมส่งส่วยประจำปีให้กษัตริย์ไม่ผิดหวัง นโยบายที่เจสันคิดว่าวางไว้อย่างเหนือเมฆแล้วก็ยังหาได้ปลอดภัยจริงๆไม่ เพราะเหนือฟ้ายังมีฟ้า โบราณท่านว่าไว้ เจสันอุตส่าห์ยอมทำลายพี่ชาย แต่ก็ได้เสวยผลประโยชน์เพียงแค่ 4 ปี ส่วนโอนีอัสลี้ภัยไปพึ่งกษัตริย์โตเลมิแห่งอียิปต์ ได้รับการสนับสนุนให้สร้างมหาวิหารที่เลออนโตโปลิส(Leontopolis)แห่งแอลเลิกแซนเดรียซึ่งมีชาวยิวอาศัยอยู่มาก

ก.ค.ศ.171 คหบดีผู้มั่งคั่งนายหนึ่งนามว่าเมนเนอเลอุส(Menelaus) มิได้มีเชื้อสายใดมาอ้าง แต่อ่านเกมออกว่ากษัตริย์แห่งซีเรียมิได้สนพระทัยเรือกเถาเหล่ากอใดของประเพณียิว สนพระทัยจริงๆที่จำนวนเงินมากกว่า ตั้งแต่นั้นมาที่วิหารแห่งกรุงเยรูซาเลมก็ไม่มีคนตระกูลศาโดกเป็นมหาปุโรหิตอีกเลย แต่ที่วิหารแห่งแอลเลิกแซนเดรียณเมืองเลออนโตโปลิสยังคงมีสืบต่อมาจนถึงปีค.ศ.71 จึงถูกทหารโรมันทำลายลง

ก.ค.ศ.152 แอลเลิกแซนเดอร์ บาลาส(Balas)หัวหน้ากบฎแห่งซีเรียแต่งตั้งให้โจนาทาน มัคคาบีเป็นกษัตริย์และปุโรหิต

ก.ค.ศ.143 กษัตริย์เดเมตรีอุสที่2จับตัวโจนาธานไปประหารชีวิตในข้อหาเป็นสมุนของฝ่ายกบฎ

ก.ค.ศ.142-65   อิสราเอลเป็นเอกราชภายใต้ราชวงศ์แฮสโมเนียน(Hasmonean)แห่งตระกูลมัคคาบี(Maccabees)ซึ่งเป็นเชื้อสายของอาโรนนอกตระกูลศาโดก ประกาศเอกราช  บูรณะวิหารและรื้อฟื้นสถาบันปุโรหิตโดยซีโมน มัคคาบี ประชาชนจึงพร้อมใจกันยกย่องขึ้นเป็นกษัตริย์และขอร้องให้เป็นปุโรหิตด้วยเพราะไม่สามารถหาเชื้อสายของศาโดกได้นอกจากกลุ่มที่แยกตัวไปสร้างวิหารขึ้นแข่งที่เลออนโตโปลิสซึ่งสภาผู้อาวุโสถือว่าทำผิดกฎของโมเสสเป็นโมฆบุรุษจึงหมดสิทธิ์ จึงมอบตำแหน่งนี้ให้ตระกูลของซีโมนดูแลจนกว่าพระเมสสิยาห์จะมาจัดการเป็นอย่างอื่น(1มคบ14:41)

ก.ค.ศ.63 ปอมเปย์ยึดครองซีเรียเป็นของมหาอาณาจักรโรมัน

ก.ค.ศ.49 ปอมเปย์ยึดครองปาเลสไตน์

ก.ค.ศ.37 เฮโรดได้รับแต่งตั้งเป็นกษัตริย์ขึ้นต่อโรม

ก.ค.ศ.4 พระเยซูประสูติ กษัตริย์เฮโรดหวั่นกลัวมากๆว่าพระเยซูจะเป็นพระเมสสิยาห์กอบกู้ชาติตามที่ชาวยิวต้องการ

ค.ศ.27 พระเยซูประกาศตั้งอาณาจักรของพระเจ้าเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิต ไม่ใช่กอบกู้เอกราช มีปัญหาทำอย่างไรจึงจะให้นักการเมืองเชื่อเจตนาและชาวบ้านให้ความร่วมมือ

ค.ศ.30 พระเยซูสิ้นพระชนม์เพราะคณะปุโรหิตกลัวแผนการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของพระองค์เป็นพิเศษ สาวกประกาศข่าวดีว่าพระเยซูมีเจตนาปรับปรุงคุณภาพชีวิตด้วยความรักเต็มความหมาย ขอเอาชีวิตเป็นเดิมพันคำยืนยัน เพราะเหตุนี้เองผู้ประกาศข่าวดีรุ่นแรกจึงไม่มีใครคิดจะเขียนคำสอนทั้งๆที่เขียนหนังสือเป็นกันทั้งนั้นไม่มากก็น้อย พันธะประกาศเจตนาของพระเยซูดูเหมือนว่าง่ายเหลือหลายสำหรับสาวกรุ่นแรก

ค.ศ.45 เปาโลเริ่มประกาศข่าวดีสากลว่าความชอบธรรมเป็นของขวัญแก่คนทั้งโลกทุกสมัย ทุกคนมีสิทธิ์เสมอกันที่จะเป็นคนชอบธรรมและได้ใบบุญจากความชอบธรรม มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียวคือเลิกยึดมั่นถือมั่นแล้วใส่ใจพัฒนาคุณภาพชีวิตตามมโนธรรมของตนแต่ละคน ข่าวดีของเปาโลรู้สึกจะยากและเป็นปรัชญา แต่เปาโลก็ต้องการเช่นนั้นจีงเขียนเพื่อให้ลอกกันต่อไป ให้ผู้รู้ปรัชญาศึกษาเพื่อเอาไปสอนต่อและเป็นคุรุ

 

พระเมสสิยาห์กับความคาดหวังของชาวยิวสมันนั้น

         ‘เมสสิยาห์’ ตามรากศัพท์ภาษาเซมิติกแปลว่าผู้ได้รับการเจิมด้วยน้ำมันมะกอก(the annointed, แปลเป็นภาษากรีกว่า christos, ภาษาละตินแปลงเป็น christus) โดยผู้แทนของพระยาห์เวห์เพื่อขึ้นตำแหน่งหรือเพื่อให้ทำหน้าที่อะไรบางอย่างที่เชื่อว่าเป็นพระประสงค์ของพระยาห์เวห์ โดยปรกติจะกรเะทำในพิธีราชาภิเศกขึ้นเป็นกษัตริย์โดยมหาปุโรหิตเป็นผู้เจิม การแต่งตั้งเป็นมหาปุโรหิตซึ่งกษัตริย์เป็นผู้เจิม และมีอยู่ครั้งเดียวที่เจิมให้เป็นประกาศกคือประกาศกเอลียาห์เจิมลูกศิษย์เอลีชาให้เป็นประกาศก(1พงศ์กษัตริย์ 19:16) ครั้นเมื่อกษัตริย์แห่งราชวงศ์ดาวิดขาดการสืบสันตติวงศ์ลงโดยการทำลายล้างของมหาอำนาจบาบิโลนในปีก.ค.ศ.587 ชาวยิวที่ยังมีชีวิตอยู่ก็พยายามปลอบขวัญกันโดยอ้างถึงพันธสัญญาที่พระยาห์เวห์ประทานแก่กษัตริย์ดาวิดในวันราชาภิเศกขึ้นครองราชอาณาจักรอิสราเอลโดยกระบอกเสียงของประกาศกนาธานว่า “ราชวงศ์และอาณาจักรของท่านจะมั่นคงอยู่ต่อหน้าเราตลอดไป อำนาจปกครองของท่าานจะตั้งมั่นอยู่ตลอดไป” โดยปลอบใจกันให้เชื่อมั่นในพระสัญญาว่า อย่างไรเสียต้องมีเชื้อพระวงศ์ดาวิดรอดตายหลงเหลืออยู่ ซึ่งอาจจะหลบซ่อนลี้ภัยอยู่ณที่มุมใดของโลกก็ได้ ซึ่งจะต้องสืบเชื้อสายต่อไปจนถึงวันที่พระยาห์เวห์ทรงกำหนด  พระยาห์เวห์จะทรงเจิมหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์องค์หนึ่งขึ้นมากอบกู้ฟื้นฟูราชอาณาจักรของพระองค์ให้ยื่งใหญ่ที่สุดและมั่นคงที่สุดตลอดกาล ผู้ที่จะมาทำหนาที่นั้นในอนาคต จะเป็นผู้ได้รับการเจิมหรือเมสสิยาห์ต้นแบบสมบูรณ์ที่สุด และนั้นคือพระเมสสิยาห์ที่ชาวยิวในสมัยของพระเยซูตั้งหน้าตั้งตารอคอยให้ปรากฏตัวเร็วๆ ยิ่งเร็วยิ่งดี จะได้มีโอกาศรับใช้ร่วมมือกับพระเมสสิยาห์ในการกอบกู้ชาติจากมหาอำนาจโรมัน สาวกทุกคนของพระเยซู รวมทั้งเปาโลด้วย เดิมๆก็คิดอย่างนี้ และอยากจะทำอย่างที่ว่า จะได้สมน้ำหน้าอำนาจโรมันให้สะใจ แต่ก็ต้องมองอีกด้านหนึ่งของเหรียญเดียวกันด้วยว่า ไม่ใช่ชาวยิวทุกคนจะคิดอย่างนั้นเหมือนกันหมด มียิวกลุ่มหนี่งที่ได้เสวยผลพวงจากการครอบครองของอำนาจโรมัน เขาได้รับตำแหน่งหน้าที่และอำนาจจากฝ่ายปกครองโรมัน พวกเขากลัวการปรากฏตัวของพระเมสสิยาห์และความสำเร์จของพระเมสสิยาห์ตามที่ชาวบ้านทั้งหลายคาดหวังกัน เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสียผลประโยชน์ทุกอย่างที่ตนกำลังเสวยอยู่อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และนั่นคือการเสี่ยงออกหัวหรือก้อยในกรณีของพระมเมสสิยาห์

 

 

เสียงรอคอยพระเมสสิยาห์ที่มีน้ำหนัก

            เพลงสดุดี 89:49-51

พระเจ้าข้า   ไหนว่ารัก   ศักดิ์ศรีมั่น

สาบานมั่น   ประทานไว้   ให้ดาวิด

อย่าลืมว่า   ข้ารับใช้   อับอายหนัก

ข้าเจ็บใจนัก   ต่างชาติหักหน้า   พากันเย้ยหยัน

ที่ศัตรูพระองค์   ทะลายลงราบ   ทราบเถิดยาห์เวห์

ราบถึงรอยบาท   ที่องค์เจิมประพาส   ฝากไว้ในดิน   แลนา

หมายความว่า แม้แต่ร่องรอยพระบาทของกษัตริย์ดาวิดที่พระองค์ทรงสัญญาว่าจะยกย่องตลอดกาลนั้น ณ บัดนี้ไม่มีร่องรอยเหลือให้เห็นเป็นสักขีแห่งพันธสัญญาอีกแล้วแม้แต่น้อยนิด เพราะฝ่ายก่อการร้ายทำลายเรียบ

 

            เพลงสดุดี 132:17-18

            เราจะสืบตรง   ราชวงศ์ดาวิด   มิให้ผิดเพี้ยน

นิมิตโคมไฟ   ส่องแสงไกลๆ   ให้เมสสิยาห์

ใครเป็นศัตรู   มีแต่อดสู   แพ้ทุกประตู

ส่วนมหามงกุฎ   มีแต่ผุดผ่อง   สนองน้ำใจ   แลนา

 

ประกาศกอิสยาห์พยากรณ์ 9:1-6

            กุมารคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา

บุตรชายคนหนึ่งเป็นผู้ที่พระเจ้าประทานให้เรา

สัญลักษณ์แห่งการปกครองอยู่บนบ่าของเขา

เขาจะได้รับนามว่า ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงอำนาจ

พระบิดานิรันดร เจ้าแห่งสันติ

การปกครองของเขาจะยิ่งใหญ่ สันติภาพจะไม่สิ้นสุด

เหนือบัลลังก์ของกษัตริย์ดาวิดและเหนือราชอาณาจักร

ที่เขาจะสถาปนาไว้และเชิดชูด้วยความยุติธรรมพร้อมชอบธรรม

บัดนี้และตลอดไป

พระยาห์เวห์จอมจักรวาลจะทรงกระทำเช่นนี้ด้วยความรักแรงกล้า

11:5-9

            ความชอบธรรมจะเป็นดังผ้าคาดสะเอว

ความซื่อสัตย์จะเป็นเหมือนเข็มขัดคาดบั้นเอวของเขา

สุนัขป่าจะอยู่กับลูกแกะ

เสือดาวจะนอนอยู่กับลูกแพะ

ลูกโคและลูกสิงโตจะหากินอยู่ด้วยกัน

เด็กคนหนึ่งก็ยังนำมันออกไปได้

แม่โคกับหมีจะหากินด้วยกัน

ลูกของมันจะนอนอยู่ด้วยกัน

สิงโตจะกินฟางเหมือนโคเพศผู้

ทารกที่ยังไม่หย่านมจะเล่นอยู่ที่ปากรูของงูเห่า

เด็กที่หย่านมแล้วจะเอามือวางที่รังของงูพิษ

จะไม่มีผู้ใดทำร้ายหรือทำลาย

ทั่วภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเรา

เพราะแผ่นดินจะรู้จักพระยาห์เวห์อย่างสมบูรณ์

ดั่งน้ำปกคลุมทะเล

หมายเหตุ: ชาวยิวที่เข้าใจอย่างนี้ตามตัวอักษร แน่นอนว่าย่อมมีสิทธิ์อยากให้พระเมสสิยาห์อย่างนี้เสด็จมาโปรดเร็วๆ สาวกรุ่นแรกของพระเยซูรวมทั้งเปาโลด้วย ในชั้นแรกก็หวังจะได้พระเมสสิยาห์อย่างนั้น ครั้นพระเยซูชี้แจงว่าเป็นภาษาภาพพจน์ก็ยอมปรับตัว เรื่องจึงมียืดยาวให้ซอกแซกหามาเล่าได้ต่อไปอีกมาก

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018