shouzho

ชาวซูโจวรู้จักทำดีมีสุข

เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่แล้ว ปุ๊บปั๊บฉุกละหุก มีคนชวนไปทัวร์สุขภาพที่เซี่ยงไฮ้และซูโจว ประเทศจีน เขาว่ารับรองสนุกมากและอิ่ม 2 เมืองนี้ยังไม่เคยไปจึงอยากไป ประเดี๋ยวตายเสียก่อนจะได้ไป นี่เป็นเหตุผลใหญ่ที่ทำให้อยากไป ส่วนเรื่องสุขภาพนั้นก็คิดวางแผนไว้ว่า จะฟังหูไว้หู เพราะสมัยนี้มีโครงการสุขภาพเยอะแยะ อยู่กับบ้านก็มีผู้นำมาเสนอจนต้องเลือกเฟ้นอย่างระมัดระวัง ที่จริงของจีนก็เรียนและปฏิบัติจี้กงอยู่แล้ว ก็รู้สึกว่าดี คิดว่าน่าจะพอแล้ว เกินกว่านั้นคิดว่าเป็นส่วนเกิน เช่น โสม ถั่งเช่า มิบังอาจ เพราะสูงเกินไป ก็คิดอยากจะหาข้อมูลเรื่องทำดีมีสุขมากกว่า แต่ไม่น่าจะมีวี่แววเรื่องนี้ในประเทศคอมมิวนิสต์ สรุปก็คืออยากได้เห็นเซี่ยงไฮ้ก่อนตายเท่านั้น อย่างอื่นไม่สนดีกว่า แต่ก็ตั้งใจไว้ว่าจะรักษามารยาท เขาว่าอะไรก็ฟังไว้ประดับประสบการณ์ จะไม่ขัดคอใครไม่ว่าจะว่าอะไรดีๆ ไม่เชื่อก็ไม่ลบหลู่ ว่างั้นเถอะ แต่ไม่จำเป็นต้องถูกหลอก

ครั้นไปเห็นของจริงที่ซูโจวเข้า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ที่ดินขณะนี้กันไว้ประมาณ 7,000 ไร่ เพื่อพัฒนาการทำดีมีสุขในชั่วชีวิตของคนคนหนึ่ง จากความเชื่อของคนคนหนึ่งที่อยู่ใต้ระบอบเศรษฐกิจของลัทธิคอมมิวนิสม์มา 30 ปี ก็อยู่ดีมีสุขได้ด้วยคำสอนของเล่าจื๊อที่รับถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษว่า เกิดมาเป็นคนชั่วชีวิตหนึ่งต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุดโดยอนุโลมตามพลังธรรมชาติและกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นจริง ครั้นรัฐบาลคอมมิวนิสต์ปรับนโยบายเป็นทุนนิยม ตนเองได้เห็นเพื่อนๆดิ้นรนหาความสุขและผิดหวังในระบบเศรษฐกิจทั้ง 2 ระบบให้รู้สึกสงสารและอยากจะช่วยให้พวกเขามีความสุขอย่างยั่งยืนด้วยการมีสุขภาพดี มีรายได้พอเพียง และมีรายได้เหลือใช้บ้างเพื่อช่วยผู้อื่นได้อย่างสบายใจ คือช่วยเท่าไรๆก็ยังมีทุนดำเนินงานอย่างสบายใจและมีความสุข

เจอเข้าอย่างนี้ก็เลยผิดคาดอย่างสนิทใจ ความจริงนั้นมีความคิดอยากจะทำโครงการทำดีมีสุขมาแรมปีแล้ว เคยเขียนความคิดลงในหนังสือพิมพ์หลายฉบับแล้ว ตนเองมีความคิด มีทฤษฎี แต่ไม่มีงบประมาณจะใช้จ่าย ค่าเดินทางก็ต้องประหยัดด้วยการใช้บริการสาธารณะ จึงขยายโครงการไม่ออก ได้แต่ออกแรงแนะนำโดยต่างฝ่ายต่างช่วยตัวเอง ก็เลยได้แต่ฝันลมๆแล้งๆไปเรื่อยๆอย่างมีความสุขอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวเดียวดาย

ไปเจอโครงการนี้เข้าที่ซูโจว ทำดีมีสุข ต้องพร้อมรอบด้าน

1. มีสุขภาพดี ร่างกายและจิตใจของแต่ละคนมีพลังมากอยู่แล้วในตัว

2.ต้องขจัดอุปสรรคเพื่อ เปิดโอกาสให้ร่างกายและจิตใจได้ออกกำลังทำการตามธรรมชาติของมันอย่างเต็มที่ ตัวเองจะมีความสุข

3.ช่วยคนอื่นให้มีความสุขเหมือนอย่างที่เราพบความสุข เราจะมีความสุขมากขึ้นเป็นทวีคูณ

แต่ก่อนผมเองได้แต่คิดเป็นทฤษฎี แต่ไม่รู้ทำอย่างไร คนที่ผมไปดูที่ซูโจวเขามีเงินจ้างคนวิจัยจนได้รองเท้าสุขภาพตามหลักวิทยาศาสตร์ ที่พื้นรองเท้าเขาวางแร่ธาตุผสมให้เลือดเดินคล่องมาถึงเท้าและวิ่งกลับเข้าหัวใจอย่างคล่องแคล่ว ทีแรกไม่อยากเชื่อ เพราะโดนมุขนี้หลอกมาเยอะ แต่นี่เขามีหลักฐานงานวิจัยในมหาวิทยาลัย ไหนๆเราก็จะซื้อรองเท้าใหม่อยู่แล้ว ราคามันก็พอๆกับรองเท้าแพงๆคู่หนึ่ง ทดลองดูจะเสียหายอะไร อย่างน้อยก็ได้ของดีๆใช้ สวมเข้าไปสักครู่เดียว รู้สึกทั่วร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างรู้สึกได้ชัด มีกำลังวังชามากกว่าเดิม ขึ้นบันไดสูงๆก็ไม่เหนื่อยอย่างที่เคยเหนื่อย อาการปวดเมื่อยก็หายหมด ที่สำคัญคือต้องรับประทานยาลดความดันเป็นประจำเช้าเย็นมา 2 ปีแล้ว และต้องวัดความดันวันละหลายครั้งเพื่อทำสถิติให้แพทย์ดูทุก 2 เดือน สวมรองเท้าคู่ใหม่เพียง 3 วันความดันลดลงสู่ระดับปรกติจนต้องหยุดรับประทานยาอย่างถาวร  ไม่อยากเชื่อก็ไม่รู้จะปฏิเสธตัวเองอย่างไร มันเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่ไม่คิดว่าคนอื่นต้องเชื่อตาม แต่ส่วนตัวนั้นดีใจที่พบปมที่ต้องการแล้ว คือ ทำดีมีสุข จะทำดีได้อย่างยั่งยืนตัวเองต้องมีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสุขภาพดีเป็นทุนเบื้องต้น และรู้วิธีที่จะแนะนำผู้อื่นได้อย่างมั่นใจจากประสบการณ์ โดยไม่ตั้งเงื่อนไขว่าอยากให้มีคนเชื่อ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เงื่อนไขว่าสุขภาพดีเป็นด่านแรกของการทำดีมีสุข ใครมีสุขภาพดีอยู่แล้วก็มีสิทธิ์ทำดีมีสุขได้ทันที ใครที่สุขภาพไม่ดีก็มีสิทธิ์จะแสวงหาวิธีได้สุขภาพแบบลางเนื้อชอบลางยา เพราะวิธีได้สุขภาพมีได้หลายวิธี ต้องแสวงหาจึงจะพบ พบแล้วก็พึงทำดีมีสุขได้อย่างยั่งยืน และช่วยแนะนำคนอื่นต่อไป ทุกอย่างผมรู้สึกลงตัวตามที่ไฝ่ฝัน คืออยากได้วิธีแนะนำให้ทำดีมีสุขอย่างเห็นผล แต่ไม่รู้จะอ้างอะไรให้เห็นผลกับตา เพียงได้สวมรองเท้าสุขภาพเพียงคู่เดียว ได้เห็นลู่ทางชัดเจนจากที่ไฝ่ฝันมาแรมปี

ครั้งหน้าจะชี้แจงต่อไปว่าทำดีมีสุขอย่างเป็นรูปธรรมต่อจากการมีสุขภาพดีนั้น เป็นอย่างไรต่อไป เพราะไฝ่ฝันมานานแล้ว อยากได้เพื่อนร่วมทีมที่มีวิธีสร้างสุขภาพดีอย่างทันตาเห็นแบบอื่นๆมาช่วยกันทำดีมีสุขแบบต่างๆ เพื่อเป็นทางเลือกให้ลางเนื้อชอบลางยาตามคติของกระบวนทรรศน์ที่ 5

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018