scholarship

คนค้ำประกันซวยหรือเสียสละ

เห็นมีความพยาายามมากมายที่จะนิยามให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดี มีความคิดเห็นเสนอกันหลากหลายซึ่งก็ดีๆ ทั้งนั้นก็อยากจะสรุปเป็นหลักการเชิงปรัชญาไว้บ้าง กฎหมายคือ กติกาของสังคม เหมือนกติกาฟุตบอลมีไว้สำหรับให้การเล่นฟุตบอลเป็นการแสดงความสามารถของนักกีฬาและให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมความสามารถ หากกติกาเคร่งครัดหยุมหยิมมากเกินไป แม้จะสามารถแสดงความสามารถของผู้เล่นได้ชัดเจน แต่ก็ไม่เปิดช่องโหว่ให้ใช้ไหวพริบได้เลย ผู้ชมก็คงไม่รู้สึกสนุกสนานและบันเทิงเท่าที่ควร และถ้าเปิดช่องโหว่จนผู้เล่นรู้สึกคุ้มที่จะเล่นผิดกติกา ก็คงไม่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้แสดงฝีไม้ลายมือได้มากนักและตัดสินความเก่งได้ยาก เพราะผู้เล่นจะมุ่งแต่จะหาทางเอาเปรียบกันจากการเสี่ยงผิดกติกา

กฎหมายคือ กติกาการอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน ก็เช่นกัน หากมีช่องโหว่ให้เอาเปรียบกันได้จนน่าเกลียด คนไม่กลัวความน่าเกลียดก็จะจ้องใช้ช่องโหว่เพื่อการได้เปรียบแทนการสร้างสรรค์ด้วยฝีมือ และหากปิดช่องโหว่มากไปจนกระดิกตัวไม่ได้เลย สังคมนั้นจะขาดการสร้างสรรค์อย่างมหันต์ ทางสายกลางที่พอดิบพอดีเป็นสิ่งพึงปรารถนาอย่างยิ่ง

รัฐธรรมนูญเป็นเพียงนโยบายแห่งกติกา ไม่ควรยาวยืดยาดจนดูเหมือนทำหน้าที่เป็นกฎหมายเสียเอง รัฐธรรมนูญจึงควรยาวเท่าที่จำเป็น และสั้นเท่าที่ต้องการ คือไม่สั้นเกินไปจนไม่ครอบคลุม และไม่ยาวเกินไปจนไม่เป็นนโยบาย

กรณีอื้อฉาวเรื่องการค้ำประกันทุนการศึกษาและถูกเบี้ยว ทุนเป็นของรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐบาล รัฐบาลไทยก็คือประชาชนคนไทยส่วนหนึ่งที่ขันอาสาทุ่มเทความรู้ความสามารถและเวลาเพื่อขจัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนคนไทยทึ่เหลือทั้งหมด โดยมีงบประมาณและกฎหมายเป็นเครื่องมือ หากงบประมาณไม่พอก็ขอเพิ่มการเก็บภาษีอากรได้ หากกฎหมายไม่พอก็ออกกฎหมายเพิ่มเติมได้ หากนโยบายจากรัฐธรรมนูญไม่ครอบคลุมก็ขอขยายนโยบายได้ แล้วจะเอาอะไรอีก คำที่ว่า”ประชาชนเดือดร้อนเรื่องนี้ รัฐบาลไม่เกี่ยว ไปแก้ไขปัญหาเอาเอง” ไม่น่าจะหลุดออกจากปากของผู้ขันอาสาแก้ปัญหาของชาติ

ปัญหาเรื่องทันตแพทย์หนีทุนควรเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะเป็นส่วนได้ส่วนเสียของชาติใหญ่หลวงนัก น่าเป็นห่วงมากที่วงการรัฐบาลเองรับว่ากรณีเช่นนี้มีมาแล้วมากมายโดยไม่ได้รับการแก้ไขโดยคนของหน่วยงานรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบ การให้ประชาชนมีส่วนรับผิดชอบด้วยการค้ำประกันนับว่าเป็นนโยบายที่ดีมากอยู่แล้ว เป็นไปตามนโยบายให้ส่วนรวมมีส่วนร่วมรับผิดชอบ เห็นว่าจะออกกฎให้ญาติใกล้ชิดเท่านั้นเป็นผู้ค้ำประกัน ผมกลัวว่าจะเกาไม่ถูกที่คัน จะกลายเป็นว่าลูกคนรวยเท่านั้นที่จะได้ทุน และพวกนี้ก็ไม่น่าจะยื่นขอทุนอยู่แล้ว ควรสงวนไว้ให้ลูกคนจนเสนอตัวรับทุน แล้วลูกคนจนก็หาญาติใกล้ชิดมาค้ำประกันไม่ได้อีก ลูกคนจนที่ได้รับทุนโดยคนรวยยอมค้ำประกันเรียนจนจบแล้วกลับมาช่วยชาติพัฒนาประเทศปีละมากๆเรือนพันนั้นจะเหือดหายไปในอนาคต ลูกคนรวยเรียนจบแล้วส่วนมากก็ไม่ค่อยชอบทำงานรับใช้ประชาชน จะออกกฎหมายอะไรออกมาควบคุมคุณสมบัติของผู้ค้ำประกันก็ขอให้ตระหนักถึงผลได้ผลเสียให้รอบคอบด้วยครับ ไม่ใช่แก้ปัญหาด้านเดียวเสียหายด้านอื่นๆไม่รู้เท่าไร ขอเสนอความเห็นเพื่อรักษาความสุขของมหาประชาชนครับ

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018