king9

ปรัชญาอปท (30)

ข้าพเจ้าขอปฏิญาณตนเป็นข้ารับใช้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทตลอดชาติ

ชี้แจง

ขอปรับคำ “ตลอดทุกชาติไป” เป็น “ตลอดชาติ” หมายถึงตลอดชั่วชีวิตนี้โดยตั้งใจไม่ให้มีคำว่า “เท่านั้น” เหตุผลก็คือเพื่อใม่ให้เกิดความอึดอัดใจแก่ผู้นับถือศาสนาที่ไม่เชื่อว่ามีโลกหน้าและคนไม่อยากนับถือศาสนาใดเลย แต่มีน้ำใจดีอยากรับใช้ในหลวงรัชกาลที่ 9เป็นศรัทธาส่วนตัว จึงให้ปฏิญาณแค่ชั่วชีวิตนี้ที่มีแน่ๆ หากผู้ใดจะตั้งจิตอธิษฐานไปถึงชาติหน้าอีกกี่ชาติหรือตลอดทุกชาติก็ขอให้เป็นการปวารณาส่วนตัวหรือเฉพาะกลุ่มก็แล้วกันนะครับ เพื่อให้โครงการที่กระผมกำลังนำเสนอนี้ใช้ได้กับประชาชนชาวสยามทุกคน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดหรือไม่ ซึ่งกระผมเชื่อว่าเป็นพระเจตนาของพระปฐมบรมราชโองการ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2593

อารัมภบท

            เนื่องจากทุกวันนี้ประชาชนชาวไทยทุกภาคส่วนมีความรู้สึกตรงกันว่า ประเทศชาติมีปัญหาการทุจริตทุกหย่อมหญ้า จึงได้ยอมให้คณะปฏิรูปสะสางปัญหาและวางนโยบายการบริหารงานประเทศชาติให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน (stable progress) ตอนแรกก็ยังงงกันอยู่ว่าคณะปฏิรูปจะเอายังไง หรือจะเหมือนทุกครั้งทึ่แล้วๆมาที่เป็นการเล่นละครสลับฉากระหว่างรัฐบาลเลือกตั้งกับรัฐบาลปฏิวัติ เหมือนกับว่ามีเวทีเดียวผลัดกันเล่น ผลัดกันสนุก และผลัดกันหาผลประโยชน์จากการบริหารภาษีอากรของประชาชน กระผมเป็นผู้สนใจปรัชญา (philosopher) ไม่กล้าเสนอตัวเป็นนักปรัชญา (sopher) ก็เลยทำใจได้ตามคติของทามเมิส ฮาบส์ (Thomas Hobbes 1588-1679) ที่บอกให้ยอมไปเสียดีๆดีกว่า เหตุผลก็คือ Homo homini lupus คนกับคนคือหมาป่าต่อกัน มันเป็นธรรมชาติของคน อยู่กันแค่ 2 คนก็ยังเอาเปรียบกันนอกจากจะมีแผนร่วมกันหวังเอาเปรียบฝ่ายที่3 คนในสังคมเดียวกันแม้ในครอบครัวเดียวกันหากไม่มีใครคอยห้ามเอาเปรียบอ ย่างได้ผล ก็จะเอาเปรียบกันอย่างชุลมุลชุลเก จึงต้องพร้อมใจกันยกใครคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ค้ำประกันการวิวาท ต้องให้เขามีอำนาจเหมือนเจ้าสมุทร (Leviathan) คือ เขาจะเอาอะไรก็รีบยกให้ ขอเพียงแต่ให้พวกเราพออยู่กันได้ในสังคมก็พอ

ครับใช่! ถ้าหวังอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ก็ควรสงบปากสงบอารมณ์พอใจรับสภาพ แต่ครั้นท่านนายกรัฐมนตรีประกาศนโยบาย 20 ปี โดยมีธรรมาภิบาล 6 ข้อเป็นเกณฑ์วัด (standard) คือ คุณธรรม นิติธรรม  ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม และการคุ้มค่า

ทีแรกก็ยังมองไม่ออกว่า พระปฐมบรมราชโองการกับธรรมาภิบาลจะเชื่อมกันได้ตรงจุดไหน ก็พอดีได้ยินท่านสรุปว่าที่ท่านคิดไว้ทั้งหมดคือศาสตร์พระราชา แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า The King’ Philosophy ผมคิดว่าผมมองทะลุตีบทแตกในฐานะผู้สนใจปรัชญาคนหนึ่ง และสนใจ(เคยเขียน)ทั้งปรัชญาตะวันตกและปรัชญาตะวันออก ทั้งยังสนใจ(เคยเขียน)สหวิทยาการอันเป็นศาสตร์ ตามความหมายเดิมของภาษาสันสกฤต ที่แผลงไปเป็นคำ ศาสดา ผู้ก่อตั้งศาสนาหรืออย่างน้อยก็เป็นเจ้าสำนักที่มีความคิดของตนเองและมีศิษยานุศิษย์นำคำสอนไปขยายผล

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018