aris-1

ชาวกรีกไม่แบ่งเป็นปรัชญาบริสุทธิ์และประยุกต์เพราะความรู้ทุกอย่างเป็นปรัชญาหมด (การช่างและเทคนิคไม่ถือว่าเป็นความรู้เพราะใช้ฝีมือแทนปัญญา) ความรู้ส่วนใดมีชื่อเรียกเป็นวิชาก็ถือว่าไม่ใช่ปรัชญา ปรัชญาจึงได้แก่ความรู้ที่ยังไม่แยกตัวออกไป

คริสเตียม วอลฟ์ (Christian Wolff 1679-1754) ยุค modern แบ่งเนื้อหาปรัชญาในสมัยของตนเองออกเป็น 4 สาขาคือ Metaphysics, Epistemology, Logics, Axiologia (ซึ่งประกอบด้วย Ethics, Aesthetica, Politics และ Oeconomica)

ยอห์น แพสมอร์ (John Passmore 1914-2004) เห็นว่าความรู้ต่างๆ มีสาขาของตนหมดแล้ว จึงเสนอให้แบ่งปรัชญาเป็นปรัชญาบริสุทธิ์และปรัชญาประยุกต์

เมื่อตีความตามแพสมอร์ ปรัชญาคือ ความพยายามของปัญญาที่จะเข้าใจตัวเองอย่างมีความสุข ในระดับนี้เรียกว่าปรัชญาบริสุทธิ์ มี 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกสนใจอยากรู้ว่าในบรรดาความรู้ภายนอกตัวเองนั้น อะไรมีอยู่จริงและตัวเองมั่นใจได้อย่างไรว่ามีอยู่จริง เมื่อมั่นใจได้ก็มีความสุข ขั้นตอนนี้คือ อภิปรัชญา (metaphysics) ขั้นตอนหลังสนใจอยากรู้ว่า มั่นใจได้เพราะเกณฑ์ใด ขั้นตอนนี้เรียกว่า ญาณปรัชญา (epistemology) เมื่อเชื่อเกณฑ์ใดก็มีความสุข

ศ.กีรติ บุญเจือ ทดลองคิดว่า ปรัชญาคืออะไร เราจะตอบได้ไหม ถ้า metaphysics แยกออกไปจะแยกไปได้ไหม ถ้าเราลองตีความอย่างนี้ ปรัชญาจะไม่เหลืออะไรเลย ถ้าเราจะลองตีความปรัชญาคืออะไร ผ่านการตีความอย่างหลังนวยุค และสิ่งที่สนใจอาจตั้งชื่อใหม่ได้ แต่ไม่ใช่แยกออกไป ท่านจึงลองตีความได้ว่า

“ปรัชญาคือ วิชาว่าด้วยปัญญา”
– Philosophy is the knowledge about mind: its nature and activities for internal outcome and external outcome-

เมื่อตีความเช่นนี้ก็สำรวจระบบความคิด พบว่า ไม่มีวิชาไหนที่อ้างว่าตนเองเป็นวิชาว่าด้วยปัญญา การแยกของวอลฟ์ก็ล้วนเป็นวิชาอันเป็นผลของปัญญา (product) การแยกของพาสมอร์ก็เอาผลของปัญญามาทำการแยกเฉพาะวิชาที่แยกตัวออกจากวิชาปรัชญาออกไปกับยังไม่แยกออกไปเท่านั้น

เราน่าจะมองได้ว่าปรัชญาจริงๆ ก็คือ ปัญญาที่สนใจจะศึกษาปัญญาตัวมันเอง และเราไม่ต้องกังวลว่ามันจะแยกไปเป็นวิชาอิสระ มันแยกไปตั้งชื่อได้ แต่มันก็ยังเป็นวิชาว่าด้วยปัญญาอยู่นั่นเอง

ทำไมปัญญาจึงพยายามจะรู้เรื่องของมันเอง เพื่อ

  1. เพื่อประโยชน์ภายนอกตน
  2. เพื่อประโยชน์ภายในตน = มาตรการความจริง, ความดี, ความงาม เป็นการรู้คุณภาพ เป็นการรู้เรื่องคุณค่า

Leave a comment

Quote of the Course

“Establish a supportive pedagogical framework designed to foster a robust learning culture and an optimal environment for student engagement. This model incorporates informal learning pathways that facilitate philosophical research tailored to individual student interests, thereby enabling the systematic development of their critical thinking and philosophical reasoning.”

~ Kirti Bunchua, 2018